การบริหารสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณภาพ

ผู้เขียน: 
หมัดเหล็ก
ที่มา: 
คอลัมภ์ : คาบลูกคาบดอก

 

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 หัวใจสำคัญของการพัฒนาขับเคลื่อน ไม่ใช่อยู่ที่ เทคโนโลยี แต่อยู่ที่การบริหารจัดการ โดยเฉพาะ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งแวดล้อมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริหารจัดการธรรมชาติให้เป็นไปตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งมั่นไปที่ คุณภาพชีวิตที่ดี ด้วย 

Carbon Disclosure Project (CDP) เป็นดัชนีที่สะท้อนความใส่ใจและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ มีองค์กรต่างๆทั่วโลกเข้าร่วมการประเมินสิ่งแวดล้อมมากกว่า 5,600 องค์กร และองค์กรที่มีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานของ CDP จะได้รับการยอมรับจาก DJSI ด้วย

ปัจจุบัน การบริหารองค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง บริษัทที่มุ่งมั่นเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง ควบคู่กับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเข้าร่วมประเมิน CDP แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในฐานะผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ มีผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนสูงที่สุด โดยการนำผลการประเมินมาใช้เป็น ตัวชี้วัดความสำเร็จ ในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นักลงทุนหรือคู่ค้านำผลการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบสำหรับการตัดสินใจในการลงทุนกับบริษัทที่มีประสิทธิภาพในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตัดปัญหาเรื่องของความขัดแย้งในชุมชน และการต่อต้าน โดยหลักการประเมินยึดปัจจัยสำคัญ 3 ด้านคือ Climate Change และ Water Forest

ประเทศไทยมีองค์กรที่ได้รับการชื่นชมจาก DJSI และถือว่าเป็นผู้นำทางด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพได้แก่ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล เริ่มต้นจากการเข้าร่วมประเมินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change เพราะสภาพอากาศในภูมิภาคนี้ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงบ่อย มีผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากรวมทั้ง คุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วย ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งปรากฏว่าได้รับการประเมินอยู่ในกลุ่ม Climate Disclosure Leader ด้านความเป็นเลิศและเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส

ต่อมาได้เข้าร่วมประเมิน การบริหารจัดการน้ำ ในปี 2515 ได้รับการประเมินอยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีการบริหารจัดการน้ำที่เป็นเลิศและเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ดีขึ้นเรื่อยๆจากระดับ B เป็น A-จากการที่พีทีทีมีจุดมุ่งหมายที่เป็นผู้นำในการรับมือกับภาวะโลกร้อน การดำเนินการด้านประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมโครงการกำหนดเป้าหมาย ลดการปลดเรือนกระจกฐานวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนตามเป้าหมายตาม COP21 หรือข้อตกลงปารีส ว่าด้วยการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ทางอ้อมจากการใช้พลังงานและทางอ้อมอื่นๆตามแนวทางมาตรฐาน ISO 14064-1: 2006 ที่ถือว่าเป็นบริษัทแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีของประเทศไทย

การบริหารจัดการน้ำภายใน ตามแนวทาง 3Ws การบริหารจัดการน้ำภายนอก แนวทาง 2Ws การจัดทำแผนลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำครบวงจรที่บริหารจัดการน้ำในพื้นที่มาบตาพุดได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน. 

by ThaiWebExpert