เปิดร่างยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

ผู้เขียน: 
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์......ผู้ประสานงานชุดโครงการ MEAs Think Tank
ที่มา: 
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,871 วันที่ 18-21 สิงหาคม พ.ศ.2556


ปลายเดือนมกราคม 2556 รัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ได้ประกาศยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศเพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนของประเทศ
(New Growth Model) ในช่วง 10 -15 ปีข้างหน้า โดยมี 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ( Growth & Competitiveness) เพื่อหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง เป้าหมายคือ เศรษฐกิจขยายตัว รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันทางสังคม (Inclusive Growth) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เป้าหมาย คือ ความยากจนลดลง และมีการกระจายรายได้มากขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Growth) เป้าหมาย คือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การปรับสมดุลและปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (Internal Process) มีเป้าหมาย คือ กลไกภาครัฐมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส

สำหรับยุทธศาสตร์ Green Growth ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปจัดทำเป็น “ร่างยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” มีระยะเวลาดำเนินการในช่วงแรก 4 ปี ระหว่างปี 2557-2561 หลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้รับมอบการบ้านไปทำมาระยะหนึ่ง มีการจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งเพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมาทางกระทรวงได้จัดเวทีการประชุมใหญ่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว เพื่อนำความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ ก่อนที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

          ร่างยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตและการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การบริหารจัดการทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละยุทธศาสตร์จะมีตัวชี้วัดเป้าหมายที่ชัดเจน ตัวอย่างตัวชี้วัดที่น่าสนใจและท้าทาย เช่น  จำนวนจังหวัดที่ได้รับการประกาศและบังคับใช้ผังเมืองเพิ่มขึ้น จำนวนเมืองอุตสาหกรรมนิเวศเพิ่มขึ้น 10 แห่ง ความสำเร็จของการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตร มีการปฏิรูประบบภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่แล้วเสร็จและประกาศใช้ไม่ต่ำกว่า 5 ฉบับ ฯลฯ

กลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Green Growth ไปสู่การปฏิบัติ จะใช้กลไก “คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก คณะกรรมการชุดนี้เพิ่งจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีจากเกือบทุกกระทรวงเป็นกรรมการ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นฝ่ายเลขานุการ

การจัดตั้งคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นผลสืบเนื่องจากข้อสรุปการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Rio+20 (มิ.ย.2555) ที่ทำให้กระแสแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พร้อมกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยจัดตั้ง คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืนในลักษณะเดียวกันในช่วงรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ (ปี 2546) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุม Rio+10 การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวของทั้งสองรัฐบาลสะท้อนถึงอิทธิพลจากกระแสโลกาภิวัตน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการปรับนโยบายและกลไกภายในประเทศ

เป้าหมายหลักสำคัญของคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การทำให้ยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งหากทำได้เพียง 1 ใน 4 ของยุทธศาสตร์และเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูง

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้มีการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการประชุมครั้งแรกขอเสนอประเด็นพิจารณาว่า ทำอย่างไรจะทำให้นโยบาย แผน และการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ มุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน คือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ไม่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้านภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล รวมทั้งไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างยุทธศาสตร์ Green Growth กับนโยบายและแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก (หลายแผนพัฒนาก็มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการเช่นกัน) ซึ่งอาจมีเป้าหมายและตัวชี้วัดไม่สอดคล้องหรือขัดแย้งกับตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ Green Growth ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนในอดีต ซึ่งเป็นผลทำให้คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ตั้งขึ้นในปี  2546 ประชุมกันได้เพียงสองครั้งเท่านั้น

 

ภาพ: http://www.greengrowth.org/?q=news/leds-expert-assistance-finance

by ThaiWebExpert