กรอบเจรจา FTA ไทย –สหภาพยุโรป

ผู้เขียน: 
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์......ผู้ประสานงานชุดโครงการ MEAs Think Tank
ที่มา: 
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,815 วันที่ 3 - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กรอบเจรจาความตกลง FTA ไทย-สหภาพยุโรป ได้ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบไปแล้วจากรัฐสภาตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 หลังจากมีการอภิปรายในรัฐสภากว่าสามชั่วโมง ด้วยคะแนน 347 เสียงจากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 427 คน โดยมีผู้ที่ลงมติค้าน 21 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 59 คน
กรอบเจรจาที่ทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดทำขึ้นมีทั้งหมด 17 เรื่อง เช่น การค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ฯลฯ ประเด็นที่เป็นถกเถียงโต้แย้งกันอย่างมาก มีทั้งเรื่องสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ เรื่องการเปิดให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ทางกรมเจรจาฯ ได้จัดทำกรอบเจรจาโดยมีเนื้อหาสำคัญ คือ “ให้ระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา “สอดคล้อง” กับระดับการคุ้มครองตามความตกลงขององค์การการค้าโลกและ/หรือความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี”
ทางภาคประชาสังคมนำโดยกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ชมรมเพื่อนโรคไต เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง กลุ่มศึกษาปัญหายา ฯลฯ มีข้อเรียกร้องว่ากรอบเจรจาต้องเปลี่ยนเป็นดังนี้
“ให้ระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต้อง ไม่เกินไปกว่าระดับการคุ้มครองขั้นต่ำ ที่ระบุไว้ในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้าขององค์การการค้าโลก รวมทั้ง กฎหมายไทย หรือความตกลงใดๆ ที่ไทยเป็นภาคีอยู่”
โดยมีเหตุผลอธิบายว่า เนื่องจากตามความตกลงขององค์การการค้าโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา คือ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (หรือที่เรียกอย่างย่อว่า ความตกลง TRIPs) เป็นความตกลงที่มีเนื้อหาเป็นการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทุกประเทศที่เป็นสมาชิก WTO ต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ( เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายทางการค้า ฯลฯ) ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าข้อกำหนดในความตกลง TRIPs เช่น ในความตกลง TRIPs กำหนดให้คุ้มครองสิทธิบัตรเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปี ประเทศต่างๆ จะออกกฎหมายที่ให้การคุ้มครองสิทธิบัตรน้อยกว่า 20 ปีไม่ได้ แต่ถ้าให้การคุ้มครอง 25 ปี ถือว่าทำได้ ไม่ผิดความตกลง TRIPs
ดังนั้น หากใช้คำว่า “สอดคล้อง” ในกรอบการเจรจาตามที่กรมเจรจาเสนอ จะมีความหมายว่า ประเทศไทยสามารถเจรจาหรือยอมรับข้อเรียกร้องของทาง EU ที่ต้องการให้ไทยเพิ่มระดับการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่สูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในความตกลง TRIPs ได้ เช่น การขยายเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรยาจาก 20 ปี เป็น 25 ปี/ มากกว่านั้น การผูกขาดข้อมูลทางยา (Data Exclusivity) ฯลฯ ซึ่งมีงานศึกษาประเมินว่าจะมีผลกระทบต่องบประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 81,356 ล้านบาทจากการยอมรับการผูกขาดข้อมูลยา และปีละไม่ต่ำกว่า 27,883 ล้านบาทจากการขยายอายุสิทธิบัตร
นอกจากนี้ ภาคประชาชนยังเห็นว่ากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของมาตรา 190 เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของประชาชน
ต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลการเจรจา FTA ไทย-ยุโรปจะเป็นอย่างไร ผลการเจรจาจะไม่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาชนหลังจากที่กรอบเจรจาผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาจริงหรือไม่ และที่สำคัญจะก่อให้ผลกระทบอย่างไรต่อสังคมไทย

ภาพ: http://www.thaitextile.org/iu/article_iu.php?id=ARC0121219111003

by ThaiWebExpert