การตอบโต้ทางการค้าด้วยมาตรการด้านทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้เขียน: 
กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ - ดร.วีรชัย พลาศรัย
ที่มา: 
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,515 21 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2010 เวลา 14:20 น.

สวัสดี ครับ วันนี้มาคุยเรื่องที่ดูเหมือนไกลเนเธอร์แลนด์ แต่จริง ๆ แล้วพี่ดัตช์และเพื่อนพ้องยุโรปก็สะดุ้งไปเหมือนกัน เพราะกระทบกล่องดวงใจประเทศพัฒนาแล้วเต็ม ๆ

ท่านผู้อ่านคงพอได้ยินเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องฝ้ายระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ ที่องค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสหรัฐฯ ถูกตัดสินว่าโครงการประกันเงินกู้และการอุดหนุนการผลิตฝ้ายของสหรัฐฯ ไม่สอดคล้องต่อกฎ WTO และเป็นฝ่ายแพ้ ทั้งนี้เมื่อสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินในเวลาที่กำหนด บราซิลได้รับอนุมัติจาก WTO ให้ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าต่อสหรัฐฯ ได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการขึ้นอากรศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เท่านั้น แต่รวมถึงมาตรการตอบโต้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วย และจะเป็นครั้งแรกที่จะมีการตอบโต้ทางการค้าลักษณะนี้จริงๆ

ระบบการระงับข้อพิพาทของ WTO อนุญาตให้การตอบโต้ทางการค้าข้ามสาขาได้ (cross retaliation) หากการตอบโต้ทางการค้าในสาขาเดียวกันหรือภายใต้ความตกลงเดียวกันกระทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ในกรณีที่มีการส่งออก-นำเข้าระหว่างกันไม่มาก การขึ้นอากรศุลกากรต่อสินค้านำเข้าอาจเป็นการตอบโต้ที่ไม่เป็นผลนัก เรียกว่าทำไปก็ไม่เจ็บ ดังนั้นจึงมีการอนุญาตให้ตอบโต้ทางการค้าข้ามสาขากันได้ อาทิ ข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้าสินค้า อาจมีการตอบโต้ด้วยมาตรการที่เกี่ยวกับการค้าบริการหรือทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจเป็นกิจกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าการค้าสินค้าสำหรับบาง ประเทศ

สำหรับกรณีการตอบโต้ทางการค้าต่อสหรัฐฯ นั้น บราซิลได้รับอนุมัติให้กระทำได้ในมูลค่า 829 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนอกเหนือจากการประกาศขึ้นภาษี 102 รายการ (มูลค่าราว 591 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในสัปดาห์นี้บราซิลได้ประกาศมาตรการ 21 รายการเพื่อเป็นข้อจำกัดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต่อสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าราว 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวรวมถึงการระงับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ อุตสาหกรรมยา เคมีและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร ลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ ภาพยนตร์ ฯลฯ โดยไม่ให้ค่าชดเชย นอกจากนี้มาตรการตอบโต้จะรวมถึงการอนุญาตการนำเข้าที่เรียกว่า "parallel imports" กล่าวคือ การนำเข้าสินค้าที่คล้ายกันกับสินค้าภายใต้สิทธิบัตร และการเพิ่มค่าจดทะเบียนสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ตลอดจนการหักเงิน royalties ของทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯ ที่บริษัทสาขาในบราซิลที่จะส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในสหรัฐฯ

ทั้ง นี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าบราซิลจะไม่แคร์กับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมน วัตกรรม เนื่องจากดูเหมือนว่าบราซิลจะเตรียมการมาอย่างรอบคอบ กล่าวคือ จะอนุญาตให้ทำ parallel imports สำหรับ ยาบางชนิด โดยมุ่งไปที่การนำเข้าจากประเทศที่ยานั้นไม่ได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิบัตร แล้ว และสิทธิบัตรยานั้นในบราซิลใกล้จะหมดอายุลง ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยาท้องถิ่นทำการผลิตยาดังกล่าวได้เร็ว ขึ้น ซึ่งต่อไปคงจะผลิตขายได้เฉพาะภายในบราซิลเท่านั้น เพราะประเทศอื่นๆ คงรับซื้อยาที่ผลิตจากการละเมิดสิทธิบัตรไม่ได้ แต่ก็ไม่น่าเป็นปัญหาครับ บราซิลมีประชากรหลายร้อยล้านคน แค่ตลาดในประเทศก็เพียงพอแล้ว

มาตรการของบราซิลทำเอาสหรัฐฯ ต้องกุมขมับ งวดนี้ดูตั้งใจจะตอบโต้สหรัฐฯ จริงๆ ให้รู้สึกเสียบ้าง เพราะมีคดีที่ WTO จำนวนมากที่สหรัฐฯ แพ้แล้วไม่ยอมปฏิบัติตามคำตัดสิน ประเทศเล็กๆ ไม่มีกำลังจะไปตอบโต้ แต่คราวนี้สหรัฐฯ เจอยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังพัฒนาที่มีกึ๋นพอจะหาญสู้ได้ น่าติดตามว่าผลท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร ด้วยเป็นที่รู้กันว่าทรัพย์สินทางปัญญาสำคัญต่อสหรัฐฯ มาก และสหรัฐฯ จะยอมให้เกิดบรรทัดฐานที่ประเทศหนึ่งจะยกเว้นการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของ เอกชนสหรัฐฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือไม่

เรื่อง นี้หนักหนาอยู่ แม้แต่สำหรับประเทศที่ไม่ใช่คู่กรณีอย่างเนเธอร์แลนด์ เพราะมีบริษัทดัตช์จำนวนมากที่ผลิตยาและทำธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพที่ต้องพึ่ง พาการคุ้มครองสิทธิบัตร เรียกได้ว่ามาตรการของบราซิลหนนี้จะเขย่าวงการทรัพย์สินทางปัญญาและมีผล กระทบกว้างขวาง ไม่ได้จำกัดแค่บราซิลกับสหรัฐฯ เลยครับ

by ThaiWebExpert