สูญเสียธรรมชาติ-สูญพันธุ์รุนแรง วิกฤติความหลากหลายชีวภาพไทย

ผู้เขียน: 
ไม่ระบุผู้เขียน
ที่มา: 
http://www.green.in.th/node/2461

จาก ไทยโพสต์ 29 พฤษภาคม 2554

จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชทำให้รู้ว่าสัตว์ป่าในประเทศไทย มีสถานภาพถูกคุกคามใกล้จะสูญพันธุ์อย่างยิ่งถึง 66 ชนิด และใกล้จะสูญพันธุ์อีก 106 ชนิด แม้จะมีกฎหมายอนุรักษ์คุ้มครอง และการจัดการฟื้นฟูสถานภาพ แต่สถานการณ์สัตว์ป่าของบ้านเราก็ยังอยู่ในภาวะวิกฤติอยู่ดี เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชสัตว์ถูกเบียดเบียน พื้นที่ป่าลดลง และคนลักลอบล่า ไม่ต่างกับชะตากรรมนกและปลาของไทยถ้าไม่ถูกคุกคามจากระบบนิเวศเปลี่ยนไป ก็ถูกจับเป็นปลาสวยงามออกขาย และสูญพันธุ์ในที่สุด
แม้จะมีความพยายามแก้ปัญหาจากภาครัฐ แต่แนวโน้มความหลากหลายทางชีวภาพยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์ การขยายตัวของพื้นที่ทำกินในเขตป่าไม้ พร้อมกับสภาพภูมิอากาศโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
จากเวทีการประชุมวิชาการเนื่องในปีสากลแห่งป่าไม้และวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพกับป่าไม้ จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งนำเสนอภาพรวมและการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ นก พืช เห็ด รวมไปถึงไลเคน
บุษบง กาญจนสาขา นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยถึงสถานการณ์เสือปลาบริเวณเขตอุทยานฯ เขาสามร้อยยอด อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเสือปลาไอยูซีเอ็นจัดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ว่า ที่สามร้อยยอดพบเสือปลาจำนวน 27 ตัว ขณะนี้มีโครงการศึกษาประชากรและการแพร่กระจายของเสือปลา โดยจับเสือปลาติดปลอกคอส่งสัญญาณวิทยุ 17 ตัว จากข้อมูลเสือปลาอาศัยอยู่บริเวณนาข้าว บ่อกุ้ง และป่าชายเลน ติดเขตอุทยานฯ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คาดว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสำรวจพบในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เสือปลากลุ่มนี้ยังเสี่ยงต่อการคุกคามจากมนุษย์ ทั้งทางตรงจากการถูกล่าและทางอ้อมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมทางการเกษตรของชาวบ้าน พื้นที่ปลูกข้าวไม่ถูกเปลี่ยนเป็นนากุ้ง ก็บ่อปลา ถิ่นอาศัยของเสือปลาส่วนใหญ่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำจึงเป็นภัยคุกคามหลักต่อการอยู่รอดของเสือปลา" นักวิจัยสัตว์ป่ายืนยัน
นอกจากเสือปลาแล้ว นักวิชาการรายนี้ยังได้ให้ข้อมูลมีสัตว์เป้าหมาย 16 ชนิด ที่กำลังทำโครงการศึกษา การแพร่กระจาย ความชุกชุมและประชากรสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์ และมีความสำคัญในระบบนิเวศ ตลอดจนโครงการจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 58 แห่ง ส่วนการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, เขตรักษาพันธ์ฯ เขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา, เขตรักษาพันธุ์ฯ ป่าภูหลวง จ.เลย และ อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จ.สุราษฎร์ฯ ที่ช้างป่าลงมากินผลิตผลของชาวบ้าน ก็สร้างหอเฝ้าระวังช้างป่า และทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยฝึกอบรมกลุ่มท่องเที่ยวภายในชุมชน อีกยุทธศาสตร์สำคัญจะสร้างเครือข่ายหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เน้นชาวบ้านมีส่วนร่วม
"ปัจจุบันเหลือช้างป่า 3,000 ตัว ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 70 แห่ง นอกจากปัญหาความขัดแย้งคนกับช้างแล้ว ยังมีเรื่องกลุ่มประชากรช้างขนาดเล็ก อยู่อาศัยกระจายในพื้นที่เป็นหย่อมป่า เกิดการผสมในกลุ่มเดียวกัน ทำให้สายพันธุ์อ่อนแอ และการล่าเพื่อตัดงาก็ยังเป็นปัญหาการอนุรักษ์" บุษบงกล่าว
ด้าน ดร.ชวลิต วิทยานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาน้ำจืด ที่ได้รับสมญานามว่า "ดร.ปลา" นำเสนอปัญหาการคุกคามปลาที่ต้องฟังว่า ภูมินิเวศในภูมิภาคอินโดเบอร์มา มี 14 ลุ่มน้ำสำคัญ ซึ่ง 13 ลุ่มน้ำปกคลุมด้วยป่าไม้ ตั้งแต่ลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จนถึงลุ่มน้ำในป่าตะวันตก ลำธารในป่าต้นน้ำเป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต ถ้าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และมีการตัดไม้ทำลายป่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะหายไป ปลามากมายสูญพันธุ์ไปก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ป่าต้นน้ำลำธาร น้ำตก ในภาคเหนือและอีสานที่เวลานี้กลายเป็นเขาหัวโล้นไปแล้ว ก็ยังไม่มีการสำรวจ อาจจะมีปลาชนิดใหม่ของโลกก็ได้
"จากการสำรวจพบปลาในป่าต้นน้ำมากกว่า 300 ชนิดในไทย นี่เป็นแหล่งอาหารของชุมชน รวมถึงกลุ่มเกษตรกรรายได้น้อย พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ปลาเฉพาะถิ่นกว่า 10 ชนิด อยู่ในภาวะถูกคุกคาม กรณีสร้างฝายกั้นลำธารในดอยอินทนนท์พบปลาค้างคาวอินทนนท์ติดฝายในเขตอุทยานฯ เพราะทรายถมท้องน้ำ อุดโพรงหิน ปี 52 มี 30 ตัว ปี 53 ไม่พบแล้ว จนกระทั่งรื้อฝายออกปลากลับมา 10 ตัว สะท้อนชัดว่าการสร้างเขื่อน ฝาย ขาดการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ดีจนเกิดความสูญเสียขึ้น"
ดร.ชวลิตยังให้ข้อมูลอีกว่า ไอยูซีเอ็นจัดระดับสถานภาพปลาในภูมิภาคอินโดเบอร์มา พบ 80 ชนิด อยู่ในบัญชีเรดลิสต์ถูกคุกคาม ซึ่งอยู่ในประเทศไทยถึง 34 ชนิด นอกจากนั้น 55 ชนิด ยังเป็นปลาที่พึ่งพิงป่า ฉะนั้น สายพันธุ์ที่อยู่รอดจะมีความอดทนและสามารถปรับตัวได้ดี ตัวชี้วัดสถานการณ์ปลาที่ดี คือ ตลาดพื้นบ้าน พบปลาธรรมชาติ ปลาป่าลดน้อยลง แต่มีปลาเลี้ยง ปลาต่างถิ่นขายมากขึ้นในท้องตลาดพื้นบ้าน ทั้งยังบ่งชี้คุณภาพน้ำในป่าย่ำแย่ ปลาธรรมชาติอาศัยไม่ได้ ยังไม่พูดถึงภูมิปัญญาประมงท้องถิ่นก็ต้องหมดไป
ปลาอีกประเภทที่ ดร.ชวลิตกล่าวถึง เป็นปลาในลำธารใต้ธรณีหรือ 'ปลาถ้ำ' โดยไทยเป็นอันดับที่ 4 ของความหลากชนิดปลาถ้ำในโลก รองจากจีน เม็กซิโก และสหรัฐ ไทยมีปลาถ้ำ 9 ชนิด ไม่รวมสัตว์น้ำชนิดใหม่ที่พบในถ้ำ ขณะนี้น่าเป็นห่วงสถานภาพปลาถ้ำ พบปลาเนื้ออ่อนถ้ำที่กาญจนบุรีหายไป รวมถึงถ้ำปลาที่แม่ฮ่องสอน ฤดูกาลที่สายน้ำใสปลาจะพักหากินในถ้ำนี้ เมื่อน้ำขุ่นปลาก็ออกไปสู่ลำธาร แต่ตัวใหญ่ถูกจับกินหมด เหลือแต่ปลาเล็กที่กลับมา
ผู้เชี่ยวชาญด้านปลายังแสดงความวิตกถึงปลาในป่าน้ำท่วมริมแม่น้ำ เนื่องจากระบบนิเวศป่าลักษณะนี้ในไทยไม่หลงเหลือแล้ว เดิมภาคกลางเคยมีที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวถูกเป็นเปลี่ยนไปแล้วจากการขยายตัวของเมือง แต่จะพบเห็นได้ในลุ่มแม่น้ำโขง อีกปัญหาที่วิกฤติคือ ปลาในป่าพรุที่มี 60 ชนิด อาทิ ปลากะแมะ ปลาปักเป้าท้องตาข่าย ปลาซิวข้างขวาน ปลากัดช้าง ปลากริมแรด ปลาช่อนเข็ม ปลาก้างพระร่วง ฯลฯ ปลาเฉพาะถิ่นนี้จะอาศัยในป่าพรุอย่างเดียว หากป่าพรุถูกทำลายจากไฟไหม้ป่า การดูดน้ำบาดาลมาใช้มากไปจนระดับน้ำในพรุลดลง หรือพรุที่มีระบบนิเวศเปราะบางกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้พื้นที่ป่าพรุลดลง แน่นอนปลาจะสูญพันธุ์ พื้นที่สำคัญที่เหลืออยู่อย่างพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส พรุบาเจาะ พรุควนเคร็ง จึงต้องอนุรักษ์ไว้ให้ได้
นอกจากปัญหาระบบนิเวศป่าพรุเปลี่ยน ยังพบการจับปลาสวยงามในป่าพรุออกมาขาย โดยเฉพาะปลาซิวข้างขวานที่พรุโต๊ะแดง ถูกจับปีละหลายแสนตัวเพื่อส่งขายตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ นิยมเลี้ยงในตู้ปลากับพรรณไม้น้ำ ความสูญเสียยังเกิดกับปลาในป่าชายเลนและปลาตามปากแม่น้ำสำคัญๆ ของไทย ที่มีมากกว่า 500 ชนิด เฉพาะบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงพบปลามากถึง 400 ชนิด แต่บางชนิดสูญพันธุ์ไปจากการสร้างเขื่อน และตอนนี้น่าวิตกผลกระทบจากมลภาวะ
ท่ามกลางการสูญเสีย แต่ก็มีการค้นพบที่น่ายินดี ดร.ชวลิตระบุในลุ่มน้ำโขงสำรวจพบปลาหลด หรือ 'หลดงวงช้าง' ซึ่งเป็นปลาชนิดใหม่ของโลก และยังพบที่ปากมูน จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ อยู่ระหว่างตีพิมพ์ผลงานศึกษาในวารสารวิชาการ ก่อนหน้านี้ ปี พ.ศ.2553 สำรวจพบปลาอีด เป็นปลาชนิดใหม่ของโลกเช่นกัน พบในท้องนาและพื้นที่ชุ่มน้ำที่บึงโขงหลง หนองกุดทิง จ.หนองคาย และยังพบในเวียดนาม และกัมพูชา ปลาชนิดนี้อาศัยในแหล่งน้ำคุณภาพดีและปราศจากสารเคมี ในลุ่มน้ำโขงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำพบปลามากกว่า 1,000 ชนิด มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีคุณค่าในการอนุรักษ์
บนเวทีนี้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนเน้นย้ำความสำคัญของป่าต่อสัตว์น้ำ เพราะถือเป็นตัวควบคุมทางอุทกวิทยาและคุณภาพน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงทะเล ป่าพรุ ป่าชายเลน ป่าบุ่งป่าทาม ป่าริมธาร เป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญมากของสัตว์น้ำหลายกลุ่ม ทั้งยังเป็นแหล่งของพลังงาน สารอาหารในหลายระดับ ขณะที่สัตว์น้ำในป่าก็มีคุณค่ายิ่งเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหารสัตว์ป่า ตั้งแต่จระเข้ ตะพาบ งูน้ำ เสือปลา นาก โลมา วาฬ นกน้ำ นกล่าเหยื่อ ช้าง รวมไปถึงเป็นแหล่งอาหารของชุมชนรอบป่า มากกว่า 50-75% ของโปรตีนที่บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาจากสัตว์น้ำ จัดหาโดยคนมากกว่า 50 ล้านคน และมากกว่า 10% ที่มีอาชีพประมง จากข้อมูลยังพบกว่า 3 ตันต่อปี ของสัตว์น้ำผลิตได้จากลุ่มน้ำโขง
"ปลาก็คือสัตว์ป่าเช่นกัน มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์เทียบเท่าเสือ สิ่งที่ขาดหายไปในบ้านเรา คือ การวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพเรื่องสัตว์น้ำ ต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้ แม้จะมีข้อมูลยืนยันปลาหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ แต่คนกลับไม่รู้สึกและมองข้าม นี่คือ ความมั่นคงทางอาหาร ในระดับนโยบายต้องเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้" ดร.ชวลิตกล่าว
ประเด็นความหลากหลายของนกในไทยเป็นอีกหัวข้อสำคัญในการประชุมวิชาการคราวนี้ วัชระ สงวนสมบัติ นักวิชาการแผนกนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ระบุไทยมีความหลากหลายเป็นอันดับ 2 รองจากพม่า ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 1,007 ชนิด ชนิดที่พบล่าสุด คือ Sooty Gull : Larus hemprichii ในพื้นที่บางปู จ.สมุทรปราการ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่อนุรักษ์ นกชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดจากแอฟริกา เดิมจะอพยพมาอินเดีย ตอนนี้บินมาถึงไทย ซึ่งสะท้อนความผิดปกติของภูมิอากาศโลก นกเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงและจะมีการเคลื่อนที่หากินในพื้นที่ที่เหมาะสม เราพบว่านกบางชนิดมีถิ่นอาศัยในทะลสาบหรือมหาสมุทรที่เป็นน้ำแข็ง มันหากินไกลกว่าเดิม จากพบในเขตจีนตอนเหนือ ปัจจุบันบินมาถึงไทยเลยทีเดียว ไม่นานมานี้ก็พบนกหัวขวานด่างแคระปักษ์ใต้นกชนิดใหม่ การที่ยังสำรวจพบนกชนิดใหม่ได้อีกแสดงว่าการศึกษายังไม่เพียงพอต้องทำต่อไป แต่หลายชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว ส่วนพื้นที่สำคัญสำหรับอนุรักษ์นก 56 แห่ง อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ อีก 37 แห่งมีระบบนิเวศป่าบนแผ่นดิน
"ถิ่นอาศัยของนกในบ้านเราถูกคุกคาม อย่าง นกกินปลีหางยาว อาศัยชุกชุมในป่าดิบเขาดอยอินทนนท์ ถ้าป่าหายไปนกชนิดนี้ก็สูญพันธุ์ หรือกรณีไก่ฟ้าหลังขาว โยกย้ายถิ่นมาหากินในระดับป่าเขาที่สูงขึ้น เพราะสภาพธรรมชาติที่แห้งแล้ง แต่กลับเจอไก่ฟ้าพญาลอได้มากขึ้น สัตว์จำพวกนี้ดำรงชีพในป่าแห้ง แล้วยังมีนกปรอดแม่ทะโดยธรรมชาติอาศัยในป่าดิบชื้น แต่กลับเจอตามกรงเยอะ ถูกจับขาย"
นักวิชาการด้านนกจาก อพวช. ยังแสดงความเป็นห่วงป่าเต็งรังถิ่นอาศัยของนกหลายชนิด ทั้งนกยูง นกหัวขวานหัวเหลือง นกอีแพรดคิ้วขาว เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว เนื่องจากป่าที่มีความสมบูรณ์และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกทำลายไปมาก เปลี่ยนจากป่าเต็งรังเป็นไร่มัน แม้แต่นกที่ปรับตัวได้เก่งก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ขณะที่ป่าหินปูนใน จ.เลย กาญจนบุรี สระบุรี ลพบุรี พบนกชนิดใหม่ในเอเชีย 2-3 ชนิด รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
วัชระแสดงทัศนะถึงการแก้ปัญหานกในระบบนิเวศเสี่ยงสูญพันธุ์ว่า ต้องขยายพื้นที่ดูแลนอกเขตอนุรักษ์ด้วย เพราะพื้นที่สำคัญสำหรับการอนุรักษ์นก ยังรวมทุ่งนา พื้นที่ปากแม่น้ำ และชายฝั่งทะเล แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับมากนัก ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ นกหลายชนิดจะสูญหายไป การสร้างเขื่อนและโครงการริมแม่น้ำโขง ถ้าไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบที่เหมาะสม อาจจะเหลือแต่ชนิดพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีเท่านั้น ส่วนงานศึกษาวิจัยก็ต้องดึงคนรุ่นใหม่มาทำงาน รวมถึงให้ชุมชนร่วมเฝ้าระวัง ยังมีสายพันธุ์อีกมากมายที่รอค้นหาคำตอบอยู่
ด้าน รศ.นริศ ภูมิภาคพันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันว่า สถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพในไทยขณะนี้ เกิดการสูญเสียพื้นที่ธรรมชาติและการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ลักษณะที่ต่อเนื่องมีโอกาสที่จะสูญเสียเพิ่มถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไทยมีลักษณะภูมิประเทศที่ซ้อนทับที่แตกต่างกัน ทั้งที่ลุ่ม ที่ราบ ที่ราบสูง จนถึงเขตภูเขาสูง จึงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ทั้งอินโด-หิมาลายัน อินโดไชนีส และภูมิภาคซุนเดอิก ทำให้สัตว์โยกย้านถิ่นมาหากินในเขตไทย พื้นที่สำคัญที่มีคุณค่าและสำคัญต่อสัตว์ป่า ต้องรักษาหรือคุ้มครองไว้ให้ได้ แม้รัฐจะพยายามแก้ปัญหาการอยู่รอดของพื้นที่สัตว์ป่าและสัตว์ในระยะยาว แต่ยังตั้งคำถามจะทำยังไงในการอนุรักษ์ จะจัดการแบบใดจึงจะไปถึงเป้าหมาย ก็ยังเป็นหนังม้วนยาว จริงหรือไม่จริงรอการพิสูจน์.

by ThaiWebExpert