โพสต์ทูเดย์

คลังเว้นภาษีช่วยสังคมเพิ่ม มหาวิทยาลัยรับทำวิจัยลื่น

โพสต์ทูเดย์ 3 กันยายน 2550

โพสต์ทูเดย์ — คลังระดมช่วยสังคม เว้น เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับมหาวิทยาลัยที่รับจ้างทำวิจัย และบริจาคให้คนพิการลดหย่อน ภาษีเพิ่ม

นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวว่า คลังเห็นชอบให้มีการยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กับมหาวิทยาลัยที่รับจ้างทำงานวิจัยต่างๆ ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยทำสัญญาจ้างทำวิจัยกับผู้ว่าจ้างได้โดยตรง ไม่ต้องไปหลีกเลี่ยงให้ทำสัญญากับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเหมือนที่ผ่านมา เพื่อจะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

นายสมหมาย กล่าวว่า คลังต้องการสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยทำงานวิจัยให้กับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ เศรษฐกิจ หรือสังคม เพราะงานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญของการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต จึงเห็นว่าควรให้แรงจูงใจด้านภาษีกับมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ คลังยังเห็นชอบให้การบริจาคเพื่อองค์กรการกุศลคนพิการอีกประมาณ 10 แห่ง ให้ผู้บริจาคนำไปเป็นรายจ่ายหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้ จากที่ผ่านมามีองค์กรการกุศลคนพิการ 2 แห่ง เท่านั้น ซึ่งคลังเห็นว่ายังไม่ครอบคลุมมากพอจึงมีการพิจารณาองค์กรการกุศลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บุคคลธรรมดาหักภาษีได้ไม่เกิน 10% ของรายได้ และนิติบุคคลไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

ที่ผ่านมา นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ได้กล่าวว่า จะเพิ่มให้การบริจาคสิ่งของเพื่อการศึกษาให้กับโรงเรียนการศึกษานอกเวลาทั่วประเทศ 5-6 พันแห่ง สามารถนำมาเป็นรายจ่ายลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า จากเดิมบริจาคให้โรงเรียนกว่า 2 หมื่นแห่ง ตามรายชื่อที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศก็สามารถนำมาลดหย่อนได้อยู่แล้ว ทั้งนี้การบริจาคเพื่อการศึกษาไม่นำไปคิดรวมกับการบริจาคเพื่อสาธารณกุศลอื่นที่หักได้ 1 เท่า

นายศานิต กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมเดือน ส.ค. ต่ำกว่าเป้าไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต เชื่อว่า การเก็บภาษีของกรมเดือน ส.ค. ได้เกินเป้า 400 ล้านบาท และนายชวลิต เศรษฐเมธีกุล อธิบดีกรมศุลกากร ก็เชื่อว่า การเก็บภาษีของกรมในเดือน ส.ค. จะสูงกว่าเป้า 500 ล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจคาดว่าจะส่งรายได้สูงกว่าเป้า 1.8 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเก็บรายได้รวม 11 เดือน ของปีงบประมาณ 2550 จะต่ำกว่าเป้าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ชาวระยองกว่าพันค้านก่อสร้างโรงไฟฟ้า

โพสต์ทูเดย์ 3 กันยายน 2550

วันนี้ (1 กันยายน) กลุ่มชาวบ้านกว่า 1พันคน จากตำบลบ้านแลง ตำบลตะพง ตำบลเชิงเนิน และตำบลนาตาขวัญ เขตอำเภอเมืองระยอง เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณวัดบ้านแลง คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี

จากนั้น นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ได้เป็นแกนนำขบวนผู้ชุมนุม นั่งรถบรรทุกตู้ลำโพงเครื่องเสียง เคลื่อนขบวนออกจากวัดบ้านแลง ตามด้วยรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ วิ่งไปตามถนนสายบ้านแลง-เขาพระบาท-หมู่บ้านเขายายดา ผ่านหมู่บ้านตะพง ขึ้นถนนสุขุมวิท ผ่านหน้าโรงงานไออาร์พีซี สวนศรีเมือง บ้านปากคลองก่อนเคลื่อนขบวนเข้าตัวเมืองระยอง

นายสุทธิ เผยว่า หลังจากชุมนุมเปิดปราศรัยตามจุดต่างๆ หลายจุดที่ผ่านมา ชาวระยองให้การตอบรับ ไม่เห็นด้วยที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาอีก และพร้อมที่จะเข้าร่วมชุมนุมคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี ในวันจันทร์ที่ 3 กันยายนนี้ ที่บริเวณหน้าโรงงานไออาร์พีซี ครั้งใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ผู้บริหารไออาร์พีซี ออกมารับหนังสือกรณีชาวบ้าน 4 ตำบล คัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า

ลุ้นผลสนช.ไฟเขียวกฎหมายพลังงาน

โดย โพสต์ทูเดย์ 31 สิงหาคม 2550

— ลุ้น สนช.ผ่านกฎหมายพลังงาน หวังช่วยสร้างระบบกำกับดูแลธุรกิจพลังงานปลอดอำนาจการเมือง

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงานได้ผ่านความเห็นชอบจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว 5 ฉบับ เหลือเพียงร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน ที่อยู่ในขั้นตอนเตรียมเข้าพิจารณาจากคณะกรรมการประสานงาน สนช. หรือวิปรัฐบาล

ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม สนช.ในวันที่ 12 ก.ย. ถือเป็นกฎหมายฉบับใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างการประกอบกิจการพลังงาน โดยเฉพาะไฟฟ้า และก๊าซ เพราะทำให้มีความโปร่งใสในการกำกับ ดูแลนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

หลังจากกฎหมายผ่านความเห็นชอบจาก สนช. จะกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานขึ้นมา 1 ชุด ภายในระยะเวลา 120 วัน

คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ตลอดจนการจัดหาไฟฟ้า

ยกเว้นการกำหนดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) จะมีอำนาจเพียงการเสนอความเห็น หรือการกำหนดสูตรการคำนวณ แต่การพิจารณาอนุมัติค่าเอฟทียังเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

คณะกรรมการดังกล่าว มีขั้นตอนการแต่งตั้งที่รัดกุม เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริงมาทำหน้าที่ โดยจะมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาที่ถูกแต่งตั้งขึ้นจำนวน 7 คน ที่ระบุว่า ต้องมาจากอดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตปลัดกระทรวงการคลัง อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผู้แทนสภาวิศวกร และผู้แทนองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร

“ที่เป็นห่วงถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการว่าจะเหมือนกับคณะกรรมการกำกับดูแลชั่วคราว หรือเรกูเลเตอร์ ที่เคยตั้งขึ้นมาเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น ยืนยันว่าบอร์ดชุดใหม่จะมีอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน เนื่องจากมีกฎหมายรองรับ ปลอดการแทรกแซงจากการเมือง เพราะกรรมการสรรหามาจากราชการและเอกชน” นายณอคุณ กล่าว

สำหรับการพิจารณาค่าเอฟที ยังเป็นอำนาจของ กพช.ตามเดิม คณะกรรมการมีหน้าที่เพียงเสนอแนะและกำหนดสูตรการกำหนดค่าเอฟทีเท่านั้น แต่ในเรื่องกิจการพลังงานอื่นๆ จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้โครงสร้างการประกอบกิจการพลังงานมีระบบการจัดการที่ดีขึ้น

กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.แล้ว 5 ฉบับ ประกอบไปด้วย 1.พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2.พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 3.พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 4.พ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 5.พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

อ่าวน้อยค้านโรงกำจัดขยะ

โพสต์ทูเดย์ 29 สิงหาคม 2550

— ชาวบ้านอ่าวน้อยประท้วงสร้างโรงกำจัดขยะของเทศบาลมูลค่า 115 ล้านบาท

นายเผชิญ เกตุแก้ว แกนนำกลุ่ม รักษ์บ้านเกิด พร้อมชาวบ้าน 200 คน ชุมนุมประท้วงที่หน้าหอประชุมหมู่ 1 บ้านหนองหญ้าปล้อง ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อคัดค้านการสร้างโรงกำจัดขยะมูลฝอยแบบบูรณาการมูลค่า 115 ล้านบาท ที่เทศบาลเมือง เตรียมก่อสร้างบนพื้นที่ 20 ไร่ ในพื้นที่ของเทศบาล โดยกลุ่ม ผู้ชุมนุมได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านให้กับทาง อบต.อ่าวน้อย ด้วย

นางกรณ์อุมา พงษ์น้อย ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ต.บ่อนอก กล่าวว่า ชาวบ้านเคยเชิญผู้นำท้องถิ่นมาจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ถูกข่มขู่สกัดกั้น โดยอ้างว่าการจัดลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และบอกว่าโครงการบ่อขยะดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบของ อบต.อ่าวน้อย แต่ชาวบ้านยืนยันว่าขั้นตอนกระบวนการไม่โปร่งใส จึงได้รวมตัวกันคัดค้าน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เขียนข้อความป้ายผ้าและโปสเตอร์มีข้อความว่า “มึงสร้างกูเผา” และข้อความต่อต้านอีกหลายข้อความ

แก้ปัญหาข้าวด่วน

โพสทูเดย์ 29 สิงหาคม 2550

รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คงต้องเร่งมือในการแก้ปัญหาข้าวให้เร็วกว่านี้แล้ว ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะบานปลายกลายเป็นปัญหางูกินหาง

เมื่อผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกมาในช่วงใกล้ปลายปีนี้ จะเป็นระเบิดอีกหนึ่งลูกที่พร้อมทำให้ปัญหาข้าวขยายใหญ่มากขึ้น หากผลผลิตที่ออกมาราคาต้องตกต่ำอย่างมาก ไม่คุ้มต้นทุนผลิต จากสต๊อกข้าวที่รัฐบาลแบกไว้กว่า 4 ล้านตัน โดยรัฐบาลได้รับจำนำไว้จากข้าวที่รับจำนำปี 2547/48, 2548/49 และ 2549/50 จำนวน 3 ล้านตัน รวมทั้งข้าวของบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำนวน 1 ล้านตันที่ไม่มารับมอบตามสัญญา เป็นปัจจัยกดราคา

ทั้งนี้ ตามปกติประเทศไทยจะมีสต๊อกข้าวที่รัฐบาลรับจำนำไว้อยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านตัน และที่ผ่านมาจะมีการบริหารจัดการผลผลิตข้าวที่ประเทศไทยผลิตเฉลี่ยออกมาได้ปีละ 19 ล้านตัน แบ่งเป็นการบริโภคในประเทศ 7-8 ล้านตัน และส่งออกใกล้เคียงกันที่ปีละ 7-8 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม จากนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาต้องการจะเรียกคะแนนจากกลุ่มชาวนา ทำให้มีการรับจำนำข้าวไว้ในราคาที่สูง เมื่อต้นทุนข้าวสูงทำให้ความสามารถในการแข่งขันส่งออกข้าวลดลง สต๊อกข้าวจึงสะสมมากกว่าปกติเกือบเท่าตัว หรือปัจจุบันรัฐต้องแบกสต๊อกข้าวถึง 4 ล้านตัน

ปัจจัยดังกล่าวจึงคาดเดาได้ไม่ยากว่า ปัญหาเรื่องข้าวที่ผลผลิตข้าวนาปีจะออกมาช่วงปลายปีนี้ จะต้องเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อผลผลิตข้าวราคาจะต้องตกต่ำ ไม่คุ้มต้นทุนเพาะปลูก ชาวนาจะก่อม็อบมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยพยุงราคา

ขณะการแก้ปัญหาของรัฐเพิ่งจะเริ่มมีการประชุมอย่างจริงจังเพื่อวางแผนระบายข้าวในสต๊อก 4 ล้านตันกันในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ทั้งๆ ที่ควรจะมีการดำเนินการค่อยๆ ระบายเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาผลผลิตข้าวนาปีที่จะออกมาปลายปีนี้

รวมทั้งไม่ให้เกิดปัญหาไก่กับไข่ เมื่อโกดังโรงสีราชาการเกษตร ไรซ์มิลล์ ลักลอบนำข้าวที่รับฝากไว้กว่า 5.4 หมื่นกระสอบ มูลค่ากว่า 63 ล้านบาท ออกไปขาย ท่ามกลางกระแสเสียงร้องของโรงสีหรือโกดังรับฝากข้าวออกมาโวยว่าเป็นผลมาจากรัฐบาลค้างจ่ายค่าเช่านานมากถึง 2-3 ปี ทำให้ผู้ประกอบการโรงสีหรือโกดังที่มีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาคุณภาพข้าว ค่ารมยา ค่าเซอร์เวเยอร์ เป็นวงเงินรวมสูงเกือบ 1.7 พันล้านบาท ในจำนวนนี้มีโรงสีหรือโกดังบางแห่งรัฐค้างจ่ายค่าเช่ามากถึงรายละ 20-30 ล้านบาท ต้องตัดสินใจขโมยข้าวไปขายมาสร้างสภาพคล่อง

การยื้อไม่จ่ายค่าเช่าจนทำให้โกดังหรือโรงสีต้องขาดสภาพคล่องดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลไม่ยอมเซ็นให้มีการเบิกจ่ายเงินมาทยอยจ่ายค่าเช่าให้กับโกดังหรือโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำ

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาข้าวที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาเร่งด่วน และระยะยาว

ในการแก้ปัญหาเร่งด่วน รัฐควรเข้าไปแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโรงสีหรือโกดัง ควรเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบ นำข้าวในสต๊อกออกไปจำหน่าย ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบ

ระยะยาวควรวางแผนในการระบายข้าวที่รัฐบาลแบกสต๊อกไว้มากถึง 4 ล้านตันมากกว่าปกติสต๊อกข้าวที่แบกไว้เกือบเท่าตัว

ที่สำคัญรัฐบาลไม่ควรจะออกมาแบ่งแยกว่าข้าวที่มีปัญหาเป็นผลมาจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลก่อน เพราะการอาสาเข้ามาบริหารบ้านเมือง ควรจะต้องแก้ปัญหาที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกปัญหา ไม่ใช่เป็นปัญหามาจากรัฐบาลก่อน แล้วรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะใส่เกียร์ว่างทิ้งปัญหา

ด้วยความหวังดีกับรัฐบาลที่นับถอยหลังอยู่ทุกๆ วัน ว่าหลังเลือกตั้งปลายปีนี้เสร็จ บรรดาขิงแก่จะได้พักผ่อนอย่างสง่างามเสียที แต่ถ้าไม่เร่งแก้ปัญหาข้าว รับรองว่าขิงแก่ได้ไปพร้อมเสียงสาปแช่งจากม็อบชาวนาแน่

‘ซีพี’หนุนปลูกพืชจีเอ็มโอ ไม่ทำ10ปีซื้อมะละกอกิน

โพสต์ทูเดย์ 29 สิงหาคม 2550

— ซี.พี.ออกโรง หนุนปลูกพืชจีเอ็มโอ ย้ำหากไม่ศึกษาต่อไปไทยจะล้าหลัง

นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซี.พี.เห็นด้วยกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะเสนอ ครม. ให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นา เพราะนโยบายดังกล่าวเพราะการวิจัยจะทำให้ได้ทราบถึงผลดีและผลเสียของพืชจีเอ็มโอว่ามีอะไรบ้าง และขณะนี้ทั่วโลกก็มีการศึกษาและทำเชิงการค้ากันแล้ว

ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่ศึกษาเรื่องนี้ต่อไปประเทศไทยที่อยู่ในฐานะส่งออกสินค้าเกษตรในลำดับต้นก็อาจจะกลายเป็นผู้ตาม เพราะเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรเปลี่ยนไปแล้วและที่ผ่านมาประเทศที่ค้านจีเอ็มโอ ปัจจุบันก็หันมาปลูกเชิงการค้ากันแล้วทั้งสิ้น

“ประเทศไทยชอบพูดกันด้วยอารมณ์และความรู้สึกมาตัดสินมากเกินไป ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ก็ทำเพื่อการค้ากันแล้วทั้งสิ้น แม้กระทั่งฝรั่งเศสผู้นำที่ต้านจีเอ็มโอ ก็ปลูกเพื่อการค้ากันแล้ว หากประเทศไทยไม่เร่งพัฒนา ต่อไปจะกลายสภาพเป็นผู้ตาม ที่พูดอย่างนี้เดี๋ยวจะว่า ซี.พี.เห็นแก่ตัว ผมพูดในภาพรวม” นายอาชว์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่อนุญาตให้ทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอ ซี.พี. ก็สามารถไปขอทดลองในประเทศที่เขาให้ทดลองได้ เช่น จีน เป็นต้น โดยเฉพาะข้าวโพดที่ขณะนี้มีความต้องการมากเนื่องจากสหรัฐใช้เป็นพืชพลังงานทำให้ทั่วโลกขาดแคลน

นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับ นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข เพื่อชี้แจงในประเด็นที่ รมว.สธ. ติดใจ ก่อนที่จะเสนอ ครม. รวมทั้งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับทุกหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเดินหน้าเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม.อย่างแน่นอนเพราะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน ซึ่งหากวันนี้ ไม่เดินหน้าไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า อาจต้องนำเข้ามะละกอจีเอ็มโอจากเนเธอร์แลนด์

จี้ประกาศภัยพิบัติช้างป่า

โดยโพสต์ทูเดย์ 23 สิงหาคม 2550

โพสต์ทูเดย์ — ชาวบ้านร้องให้จังหวัดประกาศเขาอ่างฤาไนเป็นพื้นที่ภัยพิบัติช้างป่าบุกรุกพืชไร่

ชาวบ้านหมู่ที่ 13 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 40 คน ได้ร่วมกันร้องเรียนให้ จ.ฉะเชิงเทรา ประกาศเขาอ่างฤาไนเป็นพื้นที่ภัยพิบัติช้างป่าเพื่อให้เกษตรกร อ.ท่าตะเกียบ ทำการบันทึกรายการขอเงินชดเชยจากภาครัฐ เนื่องจากได้รับความเสียหายจากช้างป่าบุกทำลายพืชไร่เสียหาย เป็นจำนวนมาก และยังทำร้ายร่างกาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย

นายไสว วังหงษา หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สาเหตุช้างป่าลงจากเขามาทำลายพืชไร่ของชาวบ้านเนื่องจากบนเขาขาดแคลนอาหาร แหล่งน้ำ และปัจจุบันมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้นรวมแล้วกว่า 217 ตัว ก่อให้เกิดการแย่งอาหารกันขึ้น นอกจากนี้พื้นที่เกษตรเป็นสภาพพื้นที่ป่าราบต่ำ จึงเหมาะแก่การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่สามารถประหยัดพลังงานในกิจวัตรประจำวันได้ประมาณ 25 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับช้างป่าที่อาศัยอยู่ที่สูงชัน

“การแก้ไขปัญหาดังกล่าวทุกฝ่ายต้องร่วมกัน โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ป่าแหล่งน้ำ อาหาร การขนย้ายสู่พื้นที่ป่าแห่งอื่น การขุดคูกันแนวป่ากันชนโดยรอบ เพื่อป้องกันช้างป่าบุกรุกพืชไร่ของชาวบ้าน” นายไสว กล่าว

บี้รัฐเลิกห้ามวิจัยจีเอ็มโอ อ้างเสียโอกาสทางการค้า

โดย โพสต์ทูเดย์ —9 สิงหาคม 2550

เสนอ ครม. ยกเลิกมติห้ามวิจัยพืชจีเอ็มโอภาคสนาม ห่วงล้าหลังต่างชาติ กว่า 6 ปีแล้ว

นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งจัดทำข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ในประเทศไทย เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทบทวนยกเลิกมติเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2544 ซึ่งห้ามไม่ให้ปลูกพืชจีเอ็มโอในภาคสนาม โดยให้วิจัยและทดลองได้เฉพาะในโรงเรือนและห้องปฏิบัติการเท่านั้น

ทั้งนี้ พร้อมกับเสนอให้พิจารณาอนุญาตปลูกทดสอบและวิจัยพืชจีเอ็มโอนอกโรงเรือน หรือภาคสนามด้วย เพื่อให้ได้ผลงานวิจัยที่สมบูรณ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยด้านพืชจีเอ็มโอของไทย ให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศ เพราะการวิจัยหยุดชะงัก และล้าหลังจากประเทศอื่นมากว่า 6 ปีแล้ว

ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา สเปน เยอรมนี รวมทั้งประเทศที่กำลังพัฒนา อาทิ จีน อินเดีย อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบราซิล ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีเอ็มโออย่างกว้างขวาง

ขณะเดียวกัน ยังปลูกพืชดังกล่าวในเชิงการค้าเพิ่มมากขึ้น มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 637.5 ล้านไร่ใน 22 ประเทศ เกษตรกรประมาณ 10.3 ล้านคน ซึ่งในระยะเวลา 11 ปี มูลค่าการตลาดสินค้าพืชจีเอ็มโอได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 200 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เป็น 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ/ปี

ทั้งนี้ คาดการณ์กันว่า ภายในปี 2553 จะมีประเทศที่ปลูกพืชจีเอ็มโอมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เพราะผลตอบแทนทางการตลาดค่อนข้างจูงใจอย่างมาก

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า พืชจีเอ็มโอที่ต่างประเทศปลูกเชิงการค้ามีหลายชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด คาโนลา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฝ้าย มันฝรั่ง และมะละกอ

ขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่อนุญาตให้ปลูกเพื่อการค้า จนกว่าจะประเมินบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ามีความปลอดภัยทางชีวภาพแล้ว แต่ได้อนุญาตให้นำเข้าเมล็ดพันธุ์พืชจีเอ็มโอเพื่อทำการทดลองวิจัยเท่านั้น

ทั้งนี้ ในอนาคตหาก ครม.อนุญาตให้ปลูกทดสอบวิจัยพืชจีเอ็มในภาคสนามได้ กรมมีแผนจะวิจัยในพืชที่ไม่ใช่อาหารด้วย ซึ่งต่อไปจะจัดลำดับการวิจัยพืชจีเอ็มโอ โดยเลือกวิจัยพืชที่มีความสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน กล้วยไม้ และเยอบีรา เป็นต้น

นอกจากนี้ ในส่วนของแปลงทดลองจะ ยึดมาตรการการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ ตามหลักที่เป็นที่ยอมรับและปฏิบัติในระดับสากล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมอย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วง

by ThaiWebExpert