โพสต์ทูเดย์

ต้านโรงไฟฟ้าพลังชีวมวลหมกเม็ด

โพสต์ทูเดย์ — 16 ตุลาคม 2550

โวยนายทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังชีวมวลปิดบังข้อมูล

ชาวบ้าน ต.ทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กว่า 300 คน ชุมนุมประท้วง คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ทรัพย์อนันต์ ไบโอแมส ที่เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังชีวมวล ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม หมู่ 2 ต.ทรัพย์อนันต์ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลท่าแซะ เพียง 1 กม.เท่านั้น

นายจำรัส สุขพิลาภ นายก อบต.ทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ กล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวชาวบ้านไม่รู้มาก่อน และยังวิตกว่าอาจมีวาระซ้อนเร้น หมกเม็ด ใช้ช่องว่างของกฎหมายเปลี่ยนแปลงโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ในอนาคต

นางบุญหนุน ช่วยชูหนู ที่ปรึกษานายก อบจ.ชุมพร กล่าวว่า โรงงานไฟฟ้าพลังชีวมวลมีกำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งตามกฎหมายถ้าไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ และโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะใช้วัตถุดิบหมุนเวียนจากพืชผลทางการเกษตรเป็นหลัก และยืนยันว่าไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินตามที่เข้าใจกัน และในอนาคตก็จะไม่ใช้ถ่านหินอย่างแน่นอน

ปิดโรงงานขยะเอกชน ก่อมลพิษสิ่งแวดล้อม

โพสต์ทูเดย์ วันที่ 15 ตุลาคม 2550

สั่งระงับโรงงานแยกขยะพีพี รีไซเคิล หยุดกิจการชั่วคราว

นายสงวน ทาคง ประธานชุมชนดอนทราย เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้แจ้งให้โรงงานพีพี รีไซเคิล รับซื้อและย่อยขยะของอดีตข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งหยุดกิจการไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีการตรวจสอบแก้ไขเกี่ยวกับปัญหามลพิษและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

“การจัดตั้งโรงงานดังกล่าว แม้ว่าได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่ก็ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่ออกใบอนุญาตให้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากโรงงานยังก่อเหตุรำคาญ ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.สาธารณสุข 2535” นายสงวน กล่าว

ด้านนายเผชิญ เกตุแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์บ้านเกิด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง กล่าวว่า ปัญหาโรงงานย่อยขยะลงทุนไม่ถึง 2 ล้านบาท ตั้งอยู่ห่างจากบ้านพักของนายสุทธิชัย เกตุรักษา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง ไม่ถึง 1 พันเมตร ยังปล่อยให้ประกอบกิจการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องรอให้ชาวบ้านประท้วงจึงมีการตรวจสอบ

นายเผชิญ กล่าวอีกว่า ผู้บริหารเทศบาลไม่ควรจะยัดเยียดโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบเข้ามาในพื้นที่เพื่อการเกษตร ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ยอมรับโครงการ เมื่อสภาองค์การ บริหารส่วนตำบล (อบต.) อ่าวน้อย เปิดการประชุม ชาวบ้านพร้อมจะไปประท้วงเพื่อขอให้ยกเลิกโครงการทันที

ขณะที่นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัด อบต.อ่าวน้อย ทำหน้าที่แทนนายก อบต.อ่าวน้อย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องต้องยุติการดำเนินโครงการเตาเผาขยะ เพราะได้ลงนามให้ระงับการดำเนินการทั้งหมด เนื่องจากเทศบาลทำผิดเงื่อนไขของสภา อบต.ในการอนุญาตให้ประกอบกิจการนอกเขต เพราะผู้บริหารเทศบาลไม่สามารถแสดงหลักฐานเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่ อบต.ร้องขอเพื่อตรวจสอบ

ผลิตข้าวมะลิปลอดสารพิษ

โพสต์ทูเดย์ วันที่ 8 ตุลาคม 2550

กลุ่มทำนาบากเรือผลิตข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษหวังส่งออกป้อนครัวโลก

นายบุญอุ่ม ซื่อสัตย์ เกษตรกร ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร และแกนนำกลุ่มทำนาบากเรือ กล่าวว่า สำนักงานเกษตรอำเภอมหาชนะชัย ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวบ้านกลุ่มทำนาบากเรือ ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัย ได้รวมกลุ่มกันทำนาและผลิตข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ โดยให้สมาชิกในกลุ่มเลิกใช้ปุ๋ยเคมี หันมาปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน

นายบุญอุ่ม กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสมาชิกเป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งหลังจากสมาชิกกลุ่มทำนาบากเรือได้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันทุกครัวเรือน และปรากฏว่าผลผลิต ข้าวหอมมะลิสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ข้าวที่ผลิตขายได้ราคาดี จึงทำให้ประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงให้ความสนใจ เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

แกนนำกลุ่มทำนาบากเรือ กล่าว ต่อไปว่า จากผลสำเร็จในการปลูกข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษทำให้ปัจจุบันนี้ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ กำลังเป็น ที่ต้องการและได้รับความสนใจจาก ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหลายประเทศทั้งจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกกลาง และยุโรป ได้ทำการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษจากกลุ่มทำนาบากเรือจำนวนมาก

“จากกระแสทั่วโลกตื่นบริโภค ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ ทำให้ กลุ่มทำนาบากเรือเล็งเห็นถึงมูลค่า ทางการตลาด จึงวางแผนที่จะผลิต ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพื่อส่งออกขายไปทั่วโลก และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย” นายบุญอุ่ม กล่าว

บี้จัดการโรงงานปล่อยน้ำเสีย

โพสต์ทูเดย์ — 28 กันยายน 2550

ชาวบ้านแหลมโวยคลังน้ำมันปล่อยน้ำเสีย

นายอดิเรก อินพันทัง อดีตข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ขณะนี้ชาว อ.บ้านแหลม เดือดร้อนมาก เนื่องจากโรงงานกลั่นน้ำมันได้ปล่อยน้ำเสียลงลำคลองสาธารณะ ชาวบ้านเกรงว่าการปล่อยน้ำเสียที่ปนเปื้อนน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

ทั้งนี้ ชาวบ้านเคยแจ้งทางโรงงานให้เร่งแก้ไข แต่จนบัดนี้โรงงานยังไม่ได้จัดการเรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ หากยังมีการปล่อยน้ำเสียปนน้ำมันอยู่แบบนี้ เมื่อมีฝนตกน้ำด้านในบริษัทที่มีคราบน้ำมันปนเปื้อนจะไหลลงมาในลำน้ำสาธารณะทุกครั้ง

นายอดิเรก กล่าวอีกว่า ชาวบ้านใน ต.บางแก้ว ปากทะเล และบางขุนไทร พากันหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ สิ่งมีชีวิตในทะเล จึงอยากจะให้ทางอุตสาหกรรม จ.เพชรบุรี ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

ด้านนายเกียรติศักดิ์ ธนวัฒนากุล รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดทราบแล้ว และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเพื่อหาความชัดเจนให้ชาวบ้าน เพราะนโยบายของจังหวัดนั้นได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาตลอด

บี้รัฐช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

โพสต์ทูเดย์ — 24 กันยายน 2550

โพสต์ทูเดย์ — ชาวประมงชายฝั่งกระบี่ จี้รัฐบาลเร่งนำน้ำมันม่วงมาขาย

นายมานิตย์ ดำกุล นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำน้ำมันม่วง มาขายให้ชาวประมงชายฝั่ง หรือ ชาวประมงพื้นบ้านตามที่รับปากไว้ เนื่องจากเดือดร้อนหนัก ผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้งติดต่อกันในเวลาใกล้เคียงกัน

นายมานิตย์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ชาวประมงต้องซื้อน้ำมันดีเซลราคาลิตรละ 27.45 บาท ขณะเดียวกันทางราชการรับปากจะนำน้ำมันม่วงมาขายให้ถูกกว่าท้องตลาดลิตรละ 2 บาท แต่ยังไม่มีวี่แวว จึงอยากเร่งรัดให้ส่วนรีบดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ำกว่า 1 พันลำใน จ.กระบี่

ทั้งนี้ จะให้ไปพึ่งน้ำมันไบโอดีเซลชุมชนชาวสหกรณ์สวนปาล์มก็ไม่ได้ เนื่องจากปิดจำหน่ายชั่วคราว หลังจากราคาปาล์มน้ำมันราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตไบโอดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 30 บาท

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า เรือประมงขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากไปซื้อน้ำมันเขียวกลางทะเลได้ในราคาลิตรละ 20.50 บาท ซึ่งต่ำกว่าท้องตลาดถึง ลิตรละ 7 บาท

จ้องเชือดนายทุนทิ้งสารเคมี

โพสต์ทูเดย์ —21 กันยายน 2550

นภอ.บางปะอินสั่งดำเนินคดีอาญานายทุนลักลอบทิ้งสารเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายอภิชาต เทียวพานิช นอภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งด่วนให้ดำเนินการทางกฎหมายเด็ดขาดและสืบหาใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนำขยะสินค้าหมดอายุที่เป็นเคมีจำนวน 15 ตัน มาทิ้งในบ่อดินกลางทุ่งนา ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน โดยไม่ได้รับอนุญาต

นอภ.บางปะอิน กล่าวอีกว่า ขยะเคมีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกน้ำยาดัดผม โกรกสีผม น้ำยาเปลี่ยนสีผม โคโลญ โลชัน เจลล์ใส่ผม โรลออน ครีมกระชับหน้าเด้ง ครีมลดริ้วรอย ฯลฯ นำมาทิ้งส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยขณะนี้ได้ใช้รถแบ็กโฮฝังกลบดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้านนางอุดม ไกรทอง นายก อบต.บ้านโพธิ์ กล่าวว่า ไม่เคยมีใครติดต่อที่จะนำขยะดังกล่าวมาทิ้ง ถือเป็นการลักลอบทิ้งขยะพิษในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีการขนขยะมาทิ้งเมื่อวันที่ 18-19 ก.ย. และชาวบ้านได้มาเก็บกล่องที่มีสภาพดีๆ ไป บางคนเอาผลิตภัณฑ์ไปขายตลาดนัด บางคนนำเอาขวดพลาสติกและกล่องกระดาษไปขาย ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนนำมาคืนเพราะเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

อาเซียนเฮปาล์มน้ำมันบูม เร่งป้อนตลาดพลังชีวภาพ

โพสต์ทูเดย์ 17 กันยายน 2550

จาการ์ตา (เอเอฟพี) — ชาติอาเซียนรับอานิสงส์พลังงานทางเลือกมาแรง เร่งถางป่าปลูกปาล์มน้ำมัน อินโดนีเซียมาเลเซีย เปิดศึกชิงตลาด

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังวางแผนขยายการผลิตปาล์มน้ำมันในช่วงเวลาที่ความต้องการพลังงานชีวภาพเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางกระแสวิตกของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เตือนว่าการเร่งผลิตปาล์มกระตุ้นให้เกิดการบุกรุกพื้นป่า และพื้นที่เกษตรกรรมที่จำเป็น

โดยขณะนี้ภาครัฐและภาคเอกชนในภูมิภาคนี้ต่างระดมอัดฉีดเงินทุนในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่ราคาน้ำมันปาล์มถีบตัวขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว จากความต้องการในปริมาณมหาศาลจากจีน อินเดีย และยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่คาดว่าจะมีสัดส่วนการบริโภคพลังงานชีวภาพถึง 10% ภายในปี 2563

รัฐบาลอินโดนีเซียเป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดเกมรุกในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน โดยหวังที่จะผลักดันให้พลังงานชีวภาพจากน้ำมันปาล์มมีสัดส่วน 17% ของพลังงานทั้งหมดในประเทศภายในปี 2568

เอวิตา เฮราวาตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานอินโดนีเซียกล่าวว่า จะมีการพัฒนาพื้นที่สำหรับผลิตพืชที่ใช้ผลิตพลังงานชีวภาพ 5.5 ล้านเฮกเตอร์ภายในปี 2553 ในจำนวนนี้จะเป็นพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันถึง 1.5 ล้านเฉกเตอร์ จุดประสงค์หลักของโครงการนี้ก็เพื่อสร้างงานและลดความยากจน คาดว่าจะมีแรงงานได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้ถึง 3.5 ล้านคน

ด้านมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก เตรียมที่จะบดบังรัศมีของโครงการเมกะโปรเจกต์ของอินโดนีเซียภายในปีนี้ โดยขณะนี้หลายบริษัทได้มีการเคลียร์พื้นที่ขนาดมหึมาสำหรับการเพาะปลูกสวนปาล์มแล้ว

ปีเตอร์ ชิน รัฐมนตรีกระทรวง พืชไร่ของมาเลเซีย ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อม นอกจากนี้ยังจะมีพัฒนาการผลิตให้ปริมาณเพิ่มข้น โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย

สำหรับในปีนี้ ชิน คาดว่า ระดับการส่งออกน้ำมันปาล์มของมาเลเซียจะทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้แม้จะมีปริมาณที่ลดลงมาอยู่ที่ 8.9 ล้านตัน เมื่อเทียบกับ 9.3 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว แต่มูลค่าการส่งออกของปีนี้กลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกน้ำมันปาล์มกระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 1.79 หมื่นล้านริงกิต (ราว 1.61 แสนล้านบาท) ช่วงครึ่งแรกของปี เทียบกับปีที่แล้วที่ 1.41 หมื่นล้านริงกิต (ราว 1.26 แสนล้านบาท)

ทั้งนี้ จากข้อมูลของคณะกรรมการปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย 65% ของพื้นที่ทั้งประเทศเป็นพื้นที่ป่า และเป็นพื้นที่สวนปาล์มราว 12% อัลวิน ไท่ นักวิเคราะห์จากบริษัท โอเอสเค ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเกือบทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียได้ขยายฐานการผลิตสู่อินโดนีเซีย เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกในมาเลเซียอยู่ในระดับจำกัด

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อราคาน้ำมันปาล์มทะยานตัวขึ้น เกษตรกรรายย่อยยิ่งหันมาลงทุนในอุตสาหกรรมด้านนี้มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งยิ่งทำให้นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกังวลกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในรัฐซาราวัก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าดิบของเกาะบอร์เนียว หลังจากที่พบว่า พื้นที่ป่าสงวนในรัฐดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่สวนปาล์มไปแล้วถึง 1.5 ล้านไร่

กม.ใหม่ฟ้องแล้วรวยเปิดช่องผู้บริโภคเรียกค่าเสียหายผู้ผลิตสินค้าได้ก้อนโตขึ้น

โพสต์ทูเดย์ วันที่ 12 กันยายน 2550

ร่างกฎหมายใหม่เข้าสู่สภาฯ เปิดช่องผู้บริโภคฟ้องร้องสินค้าที่ไม่ปลอดภัยง่ายยิ่งขึ้น แถมเรียกค่าเสียหายทางจิตใจได้ เหมือนในต่างประเทศ

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายที่จะมีผลกระทบต่อวงการธุรกิจอย่างกว้างขวาง นั่นคือร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญตรงที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการใช้สินค้าได้ง่ายขึ้น จากเดิมการฟ้องร้องจะมีความยุ่งยาก เพราะผู้บริโภคต้องมีภาระในการพิสูจน์ถึงความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ผลิตสินค้า

แต่เนื้อหาที่แก้ไขใหม่ผู้บริโภคเพียงแค่พิสูจน์ว่า ได้รับความเสียหายจากสินค้านั้นๆ จากการใช้ หรือการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการทุกรายต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดจากการจงใจหรือประมาท เป็นการยึดหลักกฎหมายให้ผู้ผลิตสินค้าต้องมีความรับผิดชอบโดยเคร่งครัด โดยได้นำหลักการของประเทศตะวันตกหลายประเทศมาเป็นแม่แบบ

สินค้าใน พ.ร.บ.ดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้าทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย ยกเว้นผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ อสังหาริมทรัพย์ และสินค้ายกเว้นที่จะกำหนดในกฎกระทรวง

นอกจากการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงแล้ว ผู้บริโภคยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางจิตใจได้ด้วย อาทิ เมื่อใช้สินค้าแล้วเกิดผลเสียต่อร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัย รวมถึงถ้ามีการใช้สินค้าเกิดตายไป สามี ภริยา บุตรผู้เสียชีวิตก็มีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางจิตใจได้อีก

ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจะยื่นฟ้องเอง หรือให้คณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคและสมาคมที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรอง เป็นผู้ฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนให้ก็ได้

อายุความการฟ้องร้องกำหนดไว้ 3 ปี เมื่อผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหาย แต่หากสินค้านั้นมีการสะสมในร่างกาย ต้องใช้เวลานานในการแสดงอาการ ก็ยืดอายุความออกไปไม่เกิน 10 ปี

รายงานข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สภาได้ทำข้อโต้แย้งร่างกฎหมายดังกล่าวหลายมาตรา อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการฟ้องคดีให้กับ ผู้เสียหาย อาจทำให้เกิดการฟ้องร้องคดีเป็นจำนวนมาก หรืออาจเกิดการค้าความอันเป็นการเพิ่มภาระให้ ผู้ประกอบการเกินไป

ควัก600ล.แก้ภาพนิวเคลียร์3ปี

โพสต์ทูเดย์ —6 กันยายน 2550

คณะกรรมการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ใช้งบกว่า 600 ล้าน สร้างความเข้าใจประชาชนใน 3 ปี

นายสุพิณ ปัญญามาก ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร และการยอมรับของสาธารณะ ภายใต้คณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า คณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ จะเริ่มแผนประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเวลา 3 ปี เริ่มปี 2551-2553 ใช้งบประมาณ 199 ล้าน 200 ล้าน และ 250 ล้านบาทตามลำดับ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติรับทราบนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องพลังงานทดแทนที่ได้ทรงชี้แนะการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณูของไทย ซึ่งพระราชดำรัสเป็นสิ่งที่มีค่าสูงยิ่ง

นายสุพิณ กล่าวว่า จะมีการบรรจุความรู้เรื่องพลังงานนิวเคลียร์ลงไปในวิชาฟิสิกส์ หลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2551

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและแผน พลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า จะเตรียมพร้อมเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอรัฐบาลชุดหน้าให้ตัดสินใจ วันที่ 24-28 ก.ย. เจ้าหน้าที่ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อให้คำปรึกษา

นายฟิลิปป์ จูแบรต์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและประธานฝ่ายระบบธุรกิจพลังงานของอัลสตอม บริษัทผลิตและก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากฝรั่งเศส กล่าวว่า สนใจแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของไทย จากประสบการณ์ขอแนะว่าที่ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ควรใกล้แหล่งน้ำ และต้องไม่มีแผ่นดินไหว

เบรกเอเปกเร่งผุดเขตการค้าเสรี

โพสต์ทูเดย์ 6 กันยายน 2550

ซิดนีย์ (เอเอฟพี) — หลายชาติประสานเสียงแย้งสหรัฐดันเอเปก ผุดเขตการค้าเสรี ชี้ยังต้องใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้อีกระยะหนึ่ง

บรรดารัฐมนตรีที่เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลียแสดงความกังวลต่อข้อเสนอของสหรัฐที่จะให้เอเปกผลักดันสู่ฐานะเขตเศรษฐกิจเสรีครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยชี้ว่า ข้อเสนอดังกล่าวควรเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวของทางกลุ่มมากกว่าที่จะใช้แทนที่ข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮาขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)

มิตซึโอะ ซากาบะ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแถลงระหว่างการประชุมเอเปกว่า คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เห็นตรงกันว่า เอเปกควรใช้เวลาศึกษารายละเอียดของการเปิดเขตเศรษฐกิจเสรีอย่างเป็นรายภาคเศรษฐกิจไป ก่อนที่จะมีการหารืออย่างเต็มรูปแบบในระดับภูมิภาค พร้อมเสนอว่า ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระดับทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิกสามารถนำมาเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการผลักดันเขตการค้าเสรี เอเปกได้

ด้าน เอ็ดเซล คัสโตดิโอ รัฐมนตรีตางประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่สหรัฐเสนอให้มีการผลักดันเขตการค้าเสรี เอเปก โดยได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์นั้น เป็นที่ทราบดีว่า เป็นเพียงข้อเสนอสำหรับวิสัยทัศน์ระยะยาวของกลุ่ม ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการหารือในเรื่องนี้อย่างทันที

ส่วน อันโตนิโอ บูเอนคามิโน ผู้แทนการค้าฟิลิปปินส์ กล่าวว่า แม้แต่จีนเองก็ยังไม่พอใจที่รายงานสรุปการหารือมีความโน้มเอียงที่จะระบุถึงกำหนดเวลาตายตัวสำหรับการเจรจาข้อเสนอที่จะให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี)

มารี เปงเกสตู รัฐมนตรีพาณิชย์อินโดนีเซีย กล่าวว่า การผลักดันเขตการค้าเสรี เอเปก มีอุปสรรครออยู่ข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัด และจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดและประเมินวิสัยทัศน์ระยะยาว ทั้งยังไม่คิดว่า ข้อเสนอนี้ควรเป็นสิ่งที่เอเปกควรลงมือทำในทันที เพราะภารกิจเร่งด่วนของเอเปกคือการผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮาให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด

by ThaiWebExpert