โพสต์ทูเดย์

สารพิษปนแหล่งน้ำลำพูน

โพสต์ทูเดย์ 14 พฤศจิกายน 2550

นิคมลำพูนวิกฤต แหล่งน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารพิษ

กลุ่มกรีนพีซและกลุ่มชาวบ้านบ้านหนองเป็ด ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ได้ร่วมกันติดป้ายผ้าเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องแหล่งน้ำใต้ดินบริเวณชุมชน เนื่องจากผลสำรวจของกลุ่มกรีนพีซพบว่า แหล่งน้ำ ใต้ดินรอบๆ มีสารตะกั่ว-ทองแดง สูงกว่ามาตรฐาน 4 เท่า และสังกะสี สูงกว่ามาตรฐาน 8 เท่า ส่งผลกระทบอันตรายถึงชีวิต

นายจำนงค์ จันทกลาง ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองเป็ด กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านกว่า 100 คน ต้องไปซื้อน้ำบรรจุขวดมาดื่มแทน น้ำประปาที่ใช้อยู่ดูผิวเผินก็สะอาด แต่เมื่อรองใส่ภาชนะเก็บไว้ระยะหนึ่งจะพบว่ามีตะกอนสีเหลืองขุ่น ส่วนปัญหาด้านสุขภาพจะพบว่าเด็กๆ มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่เป็นประจำ

นายอนุกูน สุธาพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนน้ำเสียอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จะเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบว่ามีสารมลพิษปนเปื้อน และเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ เพื่อตรวจหาแหล่งที่มา

‘ชาวโลก’ยินดี ขึ้นค่าพลังงาน ช่วยลดโลกร้อน

โพสต์ทูเดย์ 6 พฤศจิกายน 2550

ลอนดอน (รอยเตอร์ส) — ชาวโลกส่วนใหญ่ยอมให้ขึ้นราคาพลังงานเพื่อช่วยโลกพ้นโลกร้อน

ผลสำรวจความคิดเห็นประชากรทั่วโลก จัดทำโดยบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส รายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า ประชากรโลกนับล้านคนพร้อมที่จะเสียสละส่วนตัวเอง รวมทั้งการจ่ายเงินมากกว่าเดิม เพื่อช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลก

ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ผู้ ตอบแบบสอบถาม 83% เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง

การสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวจัดทำขึ้นใน 21 ประเทศทั่วโลก โดยสำรวจความคิดเห็นประชากร 2.2 หมื่นคน โดยรายงานพบว่าประชากรใน 14 จาก 21 ประเทศ หรือคิด เป็น 61% ระบุว่า จำเป็นต้องมีการขึ้นราคาพลังงาน เพื่อให้มีการอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

“ประชากรทั่วโลกทราบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลกแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง” สตีเวน คัลล์ ผู้ อำนวยการโครงการการรับรู้นโยบายระหว่างประเทศ ซึ่งจัดทำการสำรวจดังกล่าวร่วมกับโกลบสแกน กล่าว

ทั้งนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งจากการเผาพลาญพลังงานจากซากพืชซากสัตว์ และการขนส่งจะส่งผลให้อุณหภูมิโลก สูงขึ้น 1.8-4.0 องศาเซลเซียส ภายใน 100 ปี และก่อให้เกิดอุทกภัย การขาดแคลนอาหาร และเกิดพายุรุนแรงทำให้ประชากรโลกหลายล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สถานะไทย

โพสต์ทูเดย์ 5 พฤศจิกายน 2550

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้ปรับลดสถานะประเทศไทยจากประเทศถูกจับตามอง (Watch List : WL) เป็นประเทศถูกจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List : PWL) เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษ

ด้วยเหตุผลที่ว่า ไทยให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่สหรัฐ “ยังไม่พอใจ”

โดยในรายงานการค้า 301 ของสหรัฐชี้ว่า ไทยมีการปกป้อง และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อ ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาหย่อนยานลงในช่วงปีที่ผ่านมา และมีการประกาศใช้มาตรการสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory License หรือ CL) ช่วงต้นปี 2550

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไทยอยู่ในสถานะจับตามอง หรือดับบลิวแอล มากว่า 9 ปี

การเลื่อนขั้นสถานะของไทยครั้งนี้ ทำให้เกิดการหวั่นเกรงว่า จะนำไปสู่การตัดสิทธิพิเศษทางการค้า หรือจีเอสพี

ประเด็นหลักๆ ที่ทำให้ไทยถูกลดสถานะครั้งนี้ อยู่ที่ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ เช่น ตำราเรียน รายการเคเบิลทีวี ยา สินค้าแบรนด์เนม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2532-2533 สถานะประเทศไทยถือว่าแย่กว่า เพราะอยู่ในบัญชี PFC หรือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรุนแรง ซึ่งหลังจากที่แก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญากันอย่างจริงจัง และครึกโครม ไทยก็ได้รับการเลื่อนสถานะทางการค้าให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่า หลังจากโชว์ผลงานให้ยูเอสทีอาร์เห็นในครั้งนี้ จะทำให้ได้รับสถานะดับบลิวแอลคืนมา

สถานะไทย

โพสต์ทูเดย์ 5 พฤศจิกายน 2550

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้ปรับลดสถานะประเทศไทยจากประเทศถูกจับตามอง (Watch List : WL) เป็นประเทศถูกจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List : PWL) เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษ

ด้วยเหตุผลที่ว่า ไทยให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่สหรัฐ “ยังไม่พอใจ”

โดยในรายงานการค้า 301 ของสหรัฐชี้ว่า ไทยมีการปกป้อง และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อ ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาหย่อนยานลงในช่วงปีที่ผ่านมา และมีการประกาศใช้มาตรการสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (Compulsory License หรือ CL) ช่วงต้นปี 2550

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไทยอยู่ในสถานะจับตามอง หรือดับบลิวแอล มากว่า 9 ปี

การเลื่อนขั้นสถานะของไทยครั้งนี้ ทำให้เกิดการหวั่นเกรงว่า จะนำไปสู่การตัดสิทธิพิเศษทางการค้า หรือจีเอสพี

ประเด็นหลักๆ ที่ทำให้ไทยถูกลดสถานะครั้งนี้ อยู่ที่ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ เช่น ตำราเรียน รายการเคเบิลทีวี ยา สินค้าแบรนด์เนม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2532-2533 สถานะประเทศไทยถือว่าแย่กว่า เพราะอยู่ในบัญชี PFC หรือประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรุนแรง ซึ่งหลังจากที่แก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญากันอย่างจริงจัง และครึกโครม ไทยก็ได้รับการเลื่อนสถานะทางการค้าให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่า หลังจากโชว์ผลงานให้ยูเอสทีอาร์เห็นในครั้งนี้ จะทำให้ได้รับสถานะดับบลิวแอลคืนมา

ทุ่มงบ1.8พันล. ผุดแผนพลังงาน ไฟฟ้านิวเคลียร์

โพสต์ทูเดย์ —31 ตุลาคม 2550

ครม.เห็นชอบ แผนโครงสร้างพื้นฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 1.8 พันล้านบาท

นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาโครงการไฟ้ฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นหน่วยงานภายในกระทรวงพลังงาน โดยใช้กรอบวงเงินช่วง 3 ปีแรก 1.8 พันล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการจัดตั้งสำนักพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และการดำเนินงานด้านอื่นๆ ซึ่งคาดว่าวงเงิน 1.8 พันล้านบาท คงมาจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานแห่งชาติ

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบร่างแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าโรงงานนิวเคลียร์ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และเห็นชอบหลักการแผนจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ รวมทั้งเห็นชอบในการดำเนินโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ครม.ยังเห็นชอบให้มีการกำกับดูแลในระยะเริ่มแรก โดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานปรมาณูเพื่อสันติให้ไปพลางก่อน หลังจากนั้นมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน และกระทรวงวิทยาศาสตร์ร่วมกันรับไปยกร่างกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแลมาตรฐาน

ชู‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ต้นแบบแก้จนทั่วโลก

โพสต์ทูเดย์ — 29 ตุลาคม 2550

ธ.ก.ส. ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแบบอย่างการแก้ไขปัญหาความยากจนของโลก

นายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ในการประชุมสินเชื่อเกษตร และชนบทโลก ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.- 2 พ.ย.นี้ ธ.ก.ส.จะสอดแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่การรับรู้ และนำไปประยุกต์ใช้ในระดับสากล

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธ.ค. 2550 ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมนำผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งมาจาก 5 ทวีปทั่วโลก ไปศึกษาดูงานโครงการ ตามพระราชดำริต่างๆ เพื่อยืนยันความเป็นสากลของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ประชากรทั่วทุกภูมิภาค

สำหรับหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้ กำหนดไว้ภายใต้แนวคิด “การมีส่วนร่วมของเศรษฐกิจภาคเกษตร และชนบทต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเสมอภาค” ทั้งนี้จะมีการบรรยายพิเศษ การนำเสนอภูมิปัญญาจากประสบการณ์ และกรณีศึกษาในเรื่องต่างๆ โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน และเสมอภาค” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล “ความพอเพียงด้านอาหาร” โดย Ralph Houtman “การสนับสนุนด้านการเงินแก่ประชากรระดับฐานราก” โดย Richard Meyer และ “โครงการส่งเสริมทางการเงินแก่สตรี” โดย Gillbert Some เป็นต้น

นายธีรพงษ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ในวันที่ 31 ต.ค. 2550

โลกร้อนกับโรคเอดส์ อะไรวิกฤตกว่ากัน

โพสต์ทูเดย์ 25 ตุลาคม 2550

ในขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมกันรณรงค์รักษ์โลก เพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่จะนำทุกข์ภัยมายังมวลมนุษยชาติ มีทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้ถุงพลาสติก หันไปใช้ถุงผ้าในการจับจ่ายซื้อของต่างๆ แทน การแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล การต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมากมาย

ผมเห็นข่าวในโทรทัศน์นำเสนอข่าวเรื่องโลกร้อนกันถี่มาก มีการทำรายการให้ดารามาลองประหยัดพลังงานว่าใน 1 วัน ประหยัดไปได้ เท่าไหร่คิดเป็นเท่ากับต้นไม้กี่ต้น สรุปก็คือ ยิ่งลดการใช้ไฟฟ้า น้ำมัน เราก็จะตัดต้นไม้มาสนองความต้องการความสะดวกสบายของมนุษย์น้อยลง

ระหว่างที่เรากำลังรณรงค์ทำแคมเปญช่วยลดปัญหาโลกร้อนกันอย่างเข้มข้น กระทรวงสาธารณสุขก็เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ขณะนี้ปัญหาการติดเชื้อเอดส์ในกลุ่มของเยาวชนน่าเป็นห่วง จากรายงานการเฝ้าระวังโรคเอดส์ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2550 พบผู้ป่วยเอดส์สะสมถึง 321,650 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มอายุระหว่าง 25-34 ปี มากกว่า 50% ของผู้ป่วยทั้งหมด

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการสำรวจความรู้เรื่องโรคเอดส์ของเยาวชนไทย ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทั่วโลก ในปี 2549 พบว่า มีเยาวชนชายเพียง 23% และเยาวชนหญิง 26% ที่ตอบได้อย่างถูกต้อง ส่วน ผลการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงในปี 2549 พบว่า อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์แบบชั่วคราวในกลุ่มเยาวชนมีน้อยกว่า 50% และอายุเฉลี่ยในการมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น เฉลี่ย 15 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้อายุการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเฉลี่ย 18 ปี

รายละเอียดที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงออกมา ผมอ่านแล้วก็ ถอนหายใจ เพราะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมปัญหาโรคเอดส์ยังอยู่ใน ขั้นวิกฤต เด็กและเยาวชนยังเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อสูงที่สุด ทั้งที่ได้มีความพยายามที่จะรณรงค์แก้ไขปัญหาโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง

ในความเห็นของผม ผมคิดว่าปัญหาโรคเอดส์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญและวิกฤตมากกว่าการตีปี๊บรณรงค์แก้ไขปัญหาโลกร้อนมาก เพราะโรคเอดส์นั้นใกล้ตัวและเป็นเรื่องที่จะสร้างปัญหาต่อประเทศชาติมาก ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ

ความสูญเสียทางด้านสังคมที่จะต้องเจอหากมีเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในวัยเรียนและวัยเจริญพันธุ์ติดโรคเอดส์มาก เด็กเหล่านี้แทนที่จะใช้เวลาในการเรียน พัฒนาสมองเพื่อนำเอาความรู้ไปใช้พัฒนาประเทศ ก็จะต้องเอาเวลาไปคิดหาทางรักษาตัว ทำอย่างไรให้มีชีวิตอยู่ได้ สำหรับความสูญเสียต่อเศรษฐกิจนั้นชัดเจนว่า เราจะต้องเสียงบประมาณไปใช้ดูแลผู้ป่วยที่มีมากขึ้น ฯลฯ

ปัญหาที่ประเทศชาติและทั่วโลกจะได้รับจากปัญหาโรคเอดส์นั้นเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่ามีความเสียหายต่อครอบครัว ต่อเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างไร และเห็นกันในเวลาไม่นาน ในขณะที่โลกร้อนนั้นเป็นเรื่องที่ยังไกลตัวแม้จะสำคัญ จะรณรงค์ก็ทำกันไป แต่ในมุมมองของผมก็คิดว่าปัญหาโรคเอดส์ยังน่าห่วงมากกว่า

ผมอยากบอกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ปล่อยมลพิษ รายใหญ่ของโลก ยังไม่ค่อยจะให้ความสำคัญอะไรกับปัญหานี้มากนัก ขนาดจะลงนามในสนธิสัญญาเกียวโต ว่าด้วยสภาพภูมิอากาศโลก และการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ก็ยังไม่ยอมเลย การแก้ไขปัญหาโลกร้อนต้องรณรงค์กันทั้งโลกจึงจะได้ผล

สำหรับปัญหาโรคเอดส์ที่ถูกคนลืมๆ ไป ผมว่าเป็นเพราะเรารณรงค์เรื่องนี้ไม่ต่อเนื่อง ขนาดโฆษณายืดอกพกถุง ยังมีคนดัดจริตโจมตีว่าเป็นโฆษณาที่ส่อไปในทางชักชวนให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ผมว่าปัญหาการระบาดโรคเอดส์ในหมู่เด็กวัยรุ่นนั้นจะต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือความรู้สึกอายที่จะซื้อถุงยางอนามัย และค่านิยมในการไม่ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวน ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ต้องรณรงค์ให้เด็กสวมถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันตัวเองจากโรคนี้ การรณรงค์ให้เด็กรักนวลสงวนตัวนั้นเป็นเรื่องดี แต่ผมว่าหวังผลไม่ได้มากเท่าการรณรงค์ให้สวมถุงยางอนามัยเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์หรอกครับ

ฉะนั้น ระหว่างโรคเอดส์กับโลกร้อนนั้น ผมก็ยังยืนยันความคิดของผมว่า ปัญหาโรคเอดส์สำคัญและวิกฤตกว่าครับ

ไทย-อินเดีย

โพสต์ทูเดย์ 24 ตุลาคม 2550

การกำหนดกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อินเดีย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2546 โดยสาระสำคัญของกรอบความตกลงฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ

การเปิดเสรีการค้าสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนทันที และการลดภาษีสินค้าทั่วไป

หลังจากผ่านการเจรจาร่วมกัน ทำให้มีผลสรุปที่จะเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนก่อน 82 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2547 ได้แก่ เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน ข้าวสาลี อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ (พลอยสี) เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น วิทยุ โทรทัศน์ บอลล์แบริ่ง และส่วนประกอบเครื่องยนต์ เป็นต้น

โดยทั้ง 82 รายการนี้ ได้ทยอยลดภาษีตั้งแต่ปี 2547-2549 จาก 50% 75% เป็น 100% ในขณะที่ยังมีสินค้าอีกกว่า 5 พันรายการที่จะต้องเจรจาร่วมกันอีก

ล่าสุด การเจรจาข้อตกลงได้ข้อสรุปเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมที่จะเสนอให้เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ภายในกลางเดือน ธ.ค. นี้

แสดงให้เห็นว่า การเจรจาเอฟทีเอไทย-อินเดีย แล้วเสร็จก่อนการเจรจาของเวทีอาเซียน-อินเดีย เสียอีก

แต่ที่สำคัญกว่านั้น การเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สนช.จะต้องติดตามกันว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่

คนบางปะกงฮือต้านโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน

โพสต์ทูเดย์ — 19 ตุลาคม 2550

ชาวบ้านรุมค้าน โรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง

นายธนเดช จันทร์เกษม อายุ 50 ปี อดีตกำนัน ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แกนนำกลุ่มบางปะกงรักบ้านเกิด นำรายชื่อประชาชนในพื้นที่อ.บางปะกง อ.บ้านโพธิ์ และพานทอง จ.ชลบุรี รวม 10,041 รายชื่อ ซึ่งคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่หมู่ 1-2 ต.เขาดิน อ.บางปะกง มอบให้แก่ นายสิทธิชัย กิตติกูล นายอำเภอบางปะกง เพื่อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คาดว่าสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะตั้งอยู่บริเวณ ริมแม่น้ำบางปะกงตรงข้ามกับ ที่ว่าการอำเภอบางปะกง

นายเชาวลิต หงอเทียด ชาวบ้าน ม.4 ต.บางปะกง กล่าวว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าว เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมที่จะก่อสร้างขึ้นอีก 1 แห่งในบริเวณนี้ กลุ่มบางปะกงรักบ้านเกิดจึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 คัดค้าน เนื่องจากเกรงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยสอบถามชาวบ้านเลย

ติงออป.ขายป่าแลก4.5หมื่นล.

โพสต์ทูเดย์ —19 ตุลาคม 2550

“ยงยุทธ” เตือน อ.อ.ป.อย่าเห็นแก่รายได้ 4.5 หมื่นล้าน ในการยกป่าให้ประเทศอุตสาหกรรมแลกคาร์บอนเครดิต

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดโครงการที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) จะเสนอให้ขายผืนป่าปลูก 1.5 แสนไร่ เป็นคาร์บอนเครดิต เพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน ว่าสามารถทำได้หรือไม่ และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า อ.อ.ป.อย่าเห็นแก่ตัวเลขรายได้ ว่าทำแล้วจะได้เงินเป็นจำนวนมาก และถึงแม้เรื่องนี้จะทำได้ แต่ต้องไปดูความเหมาะสมอีกครั้งว่า มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำ อีกทั้งในอนาคตประเทศไทยก็ต้องลดปริมาณการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามพันธสัญญาในพิธีสารเกียวโตด้วย

“ผมเห็นว่า ผืนป่าตรงนี้จะเป็นเครดิตอย่างดีให้เราสามารถยืนยันกับทั่วโลกได้ว่า เราช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว และแม้ว่าในภาพรวมจะดูเหมือนว่า เราผลิตคาร์บอนไดออกไซด์น้อย แต่เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ในแถบทวีปเดียวกัน ก็ต้องถือว่าไทยผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาไม่น้อยเช่นกัน” นายยงยุทธ กล่าว

นายยงยุทธ กล่าวว่า นอกจากนี้กระบวนการขายคาร์บอนเครดิตยังมีวิธีการสลับซับซ้อนหลายขั้นตอน โดยที่หลายคนเชื่อกันว่า วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาโลกร้อนได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า คนไทยน่าจะช่วยกันทำในสิ่งง่ายๆ ที่ทุกคนพอจะเริ่มลงมือทำได้ก่อน

“มีหลายวิธีในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนที่ทุกคนสามารถทำได้ เช่น การปลูกต้นไม้ที่บ้าน หรือการลดปริมาณขยะจากการใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้แน่นอน ถ้าหากมีการทำอย่างจริงจัง” รักษาการ รมว.ทส. กล่าว

ทั้งนี้ อ.อ.ป. กำลังจะเสนอให้ ทส. นำผืนป่าปลูก ไปขายเป็นคาร์บอนเครดิต ตามโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (ซีดีเอ็ม) ของกลุ่มประเทศที่ร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโต เพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดย อ.อ.ป.ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีป่าปลูกอยู่ประมาณ 1.5 แสนไร่ มีต้นไม้ไร่ละ 100 ต้น ต้นไม้ 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตันคาร์บอน และเวลานี้ตลาดโลกซื้อขายคาร์บอนซิงค์กัน ตันละ 15 เหรียญ หรือ 450 บาท หากขายป่าปลูกทั้งหมด จะได้เงินประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับโครงการของ อ.อ.ป. เนื่องจากมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขายที่ค่อนข้างซับซ้อน

by ThaiWebExpert