หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ชาวลำปางรวมพลัง "ปั่นรักษ์พิทักษ์โลก"

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ลำปาง ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ลำปาง สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรม "ปั่น รักษ์ พิทักษ์โลก" รณรงค์ลดการใช้พลังงาน ใช้รถ ใช้น้ำมัน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ บรรเทาภาวะโลกร้อน ที่ บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
   โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมขบวนปั่นจักรยานรณรงค์ โดยมีสมาชิกจากชมรมจักรยาน จ.ลำปาง และสมาชิกชมรมจักรยานจากต่างจังหวัด กลุ่มประชาชนผู้ใช้รถจักรยานในเขตเทศบาลนครลำปาง และเขตชุมชนใกล้เคียง รวมมากกว่า 800 คัน เข้าร่วมกิจกรรม
   ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาใช้รถจักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้เกิดความสนใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัว ชุมชน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ลำปาง 

 

ดันพิบูลย์มังสาหาร“ฮับ”อาเซียน ปั้น“ศูนย์ข้าวชุมชน”ผลิตเมล็ดพันธุ์ป้อนตลาด

     นายฉัตรชัย เต้าทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 11 อุบลราชธานี (สศข.11) เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งมีไม่เพียงพอกับความต้องการ จำเป็นต้องอาศัยสถาบันเกษตรกรเข้ามาทำหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวสู่ชาวนาให้เพียงพอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น
     จ.อุบลราชธานี จึงได้จัดโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้าวอำเภอพิบูลย์มังสาหาร โดยในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการส่งเสริมให้มีศูนย์ข้าวชุมชน สนับสนุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่ชาวนาอย่างทั่วถึง ทำให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีไปเพาะปลูก รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเอง
     โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ จ.อุบลราชธานี ได้บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ในการส่งเสริมจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธ์ข้าวพันธุ์ดี มีคุณภาพ มาตรฐานสู่ชุมชน ซึ่งเน้นเตรียมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ทุก 1-3 ปี โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ในราคาที่เหมาะสมให้เกษตรกรนำไปปลูก
     ทั้งนี้ ปี 2557 ได้กำหนดแผนงานและงบประมาณด้านการศึกษาดูงานในศูนย์ที่ประสบความสำเร็จ และจะจัดถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร การจัดทำสื่อเรียนรู้ คู่มือให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์และชาวนา รวมทั้งการค้นหาเมล็ดพันธุ์หลักข้าวหอมมะลิที่หอมที่สุด เพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว อันจะเป็นแนวทางเริ่มต้นที่จะช่วยผลักดันให้ อ.พิบูลย์มังสาหาร ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่หอมที่สุดในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอีกด้วย

 

ปัญหาหมอกควันจีน

ปักกิ่ง - หลายพื้นที่ในจีนทั้งทางภาคภาคเหนือ ตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งในกรุงปักกิ่งกำลังเผชิญกับปัญหาหมอกควันพิษปกคลุม  โดยที่บริเวณสถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่งพบว่าปริมาณฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายมีค่าสูงกว่าระดับ 380  ทำให้ทำผู้ขับขี่รถยนต์ต้องชะลอความเร็วเนื่องจากปัญหาทัศนวิสัย ขณะที่ผู้คนบางส่วนก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองดังกล่าว  อย่างไรก็ดีคาดว่าในวันนี้สภาพอากาศในกรุงปักกิ่งจะสดใสขึ้นเนื่องจากมีกระแสลมพัดเอาฝุ่นละอองออกไป ส่วนที่เมืองเทียนจินซึ่งอยู่ใกล้กันทางการต้องแจ้งเตือนภัยในระดับสีเหลือง  ที่มณฑลเหอหนานหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบทำให้ทัศนวิสัยลดเหลือไม่ถึง 50 เมตร และด่านทางหลวงหลายแห่งต้องออกมาตรการพิเศษเพื่อควบคุมการจราจร  ทางหลวงหลายสายต้องปิดใช้งานในช่วงเช้า  ขณะที่เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในมณฑลซานตงและเหอหนาน ต้องล่าช้า

 

‘อพท.’รุกดัน​การท่อง​เที่ยว​แนว​ใหม่เน้น​ใส่​ใจสิ่ง​แวดล้อม-คาร์บอนต่ำ

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555

พ.อ.นาฬิกอติภัค ​แสงสนิท ​ผู้อำนวย​การ องค์​การบริหาร​การพัฒนาพื้นที่พิ​เศษ​เพื่อ​การท่อง​เที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์​การมหาชน) ​หรือ อพท. ​เปิด​เผยว่า ​ในปีงบประมาณ 2556 นี้ อพท.จะจัด​ทำ​โครง​การพิ​เศษ สนับสนุน​การท่อง​เที่ยว​แบบ​ใส่​ใจสิ่ง​แวดล้อม ​หรือ Low Carbon Tourism ​ซึ่ง​เป็น​การท่อง​เที่ยว​แนว​ใหม่ ​โดยจะมี​การจัด​เป็น 2 ​โครง​การ คือ 1.​โครง​การพัฒนา​และส่ง​เสริม​เส้นทางท่อง​เที่ยวที่​เป็นมิตรกับสิ่ง​แวดล้อม “DASTA?Low Carbon Routes” ​ในพื้นที่พิ​เศษจังหวัด​เลย ​และ 2.​โครง​การ​แหล่งท่อง​เที่ยวคาร์บอนต่ำ “Low Carbon Destination” ​ใน 7 พื้นที่พิ​เศษของ อพท.

ทั้งนี้​แผน​การดำ​เนินงานดังกล่าว อพท.จะ​เริ่มดำ​เนิน​การ​ในปีงบประมาณ 2556 ​ซึ่งอพท.​ได้รับงบประมาณจากทางรัฐบาล​ในวง​เงิน 604.79 ล้านบาท ​เพิ่มจากปี 2555 ที่ประมาณ 8% ​โดย​แบ่ง​การ​ใช้งบประมาณ​เป็น 3 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย1.ค่า​ใช้จ่าย​ใน​การดำ​เนินงาน 132.74ล้านบาท 2.ค่า​ใช้จ่ายด้านบุคลากร 145.70 ล้านบาท ​และ 3.ค่า​ใช้จ่าย​โครง​การ 326.33 ล้านบาท ​โดยจะดำ​เนินงาน​ใน 24 ​โครง​การ กระจายอยู่ 7 พื้นที่พิ​เศษของ อพท. รวม​ถึง​การจัดกิจกรรม​ในส่วนกลางด้วย

สำหรับ​เป้าหมาย คือ สถานประกอบ​การ​และชุมชนที่​เข้าร่วม​โครง​การ สามารถช่วยลดภาวะ​โลกร้อนจาก​การลด​การปล่อยก๊าซคาร์บอน​ไดออก​ไซด์​ได้มาก​เพียง​ใด มีจำนวนสถานประกอบ​การตัวอย่างด้าน​การท่อง​เที่ยวที่​เป็นมิตรกับสิ่ง​แวดล้อม​และจำนวนชุมชนต้น​แบบด้าน​การท่อง​เที่ยวยั่งยืน​เพิ่มขึ้น​เท่า​ใด ​และต้อง​เพิ่มราย​ได้​ให้กับชุมชน​ได้อีกประมาณ 10% จากที่​ได้รับอยู่​ในปัจจุบัน ​ซึ่ง​เป็น​การ​เพิ่มขึ้น​โดย​เกิดจาก​การพัฒนา​การท่อง​เที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมกับจัด​ทำดัชนีชี้วัด “ชุมชนอยู่ดีมีสุข” ​ใน​การ​เป็นตัววัดผลงาน

พ.อ.นาฬิกอติภัคกล่าวว่า ทาง อพท.​ได้มี​การปรับภาพลักษณ์พื้นที่พิ​เศษ​เชียง​ใหม่​ไนท์ซาฟารี ตั้ง​แต่​เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554-30 กันยายน 2555 ที่ผ่านมาส่งผล​ให้สามารถสร้างราย​ได้รวมกว่า 96 ล้านบาท ​และมี​ผู้​เข้าชมจำนวน 533,541 คน ที่สำคัญพบว่า​ผู้​เข้า​ใช้บริ​การมี​ความพึงพอ​ใจ 90.20% อีก​ทั้ง​ได้​ทำ​การกำหนดตัวชี้วัด​การ​เพิ่มราย​ได้จาก​การท่อง​เที่ยว​ในพื้นที่​เชื่อม​โยงชุมชนรอบ​เชียง​ใหม่​ไนท์ซาฟารีจำนวน 3 ตำบล ​โดยจาก​การดำ​เนิน​การดังกล่าว ​ทำ​ให้มีราย​ได้​เพิ่มขึ้นจากฐานข้อมูลราย​ได้​ในช่อง​เดือนธันวาคม 2554 ​ซึ่ง​ไม้กลึง ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 24.90% ​เครื่องปั้นดิน​เผา ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 6.81% นวด​แผน​ไทย ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 8.67% ปุ๋ยมูลสัตว์ ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 4.72% ผักปลอดสารพิษ ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 67.51% ​และบริ​การขนส่งมวลชน ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 5.57%

เร่งสร้าง‘​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร’ กระทรวง​เกษตรฯตั้ง​เป้า​แล้ว​เสร็จปี’57

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- อังคารที่ 16 ตุลาคม 2555

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา?คณะรัฐมนตรี​ได้มีมติรับทราบผล​การดำ​เนิน​การตามมติคณะรัฐมนตรี​เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 ที่​ได้มอบหมาย​ให้กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ ​โดยกรมชลประทานดำ​เนิน​การศึกษา​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร ​เพื่อทบทวน​ความ​เหมาะสมของ​โครง​การ ​และจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม​และสังคม ​ซึ่งขณะนี้ผล​การศึกษาดังกล่าว​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว ​ทั้งนี้ หลังจากที่ครม.​ได้มีมติรับทราบผล​การดำ​เนินงานดังกล่าว​เรียบร้อย​แล้ว กระทรวง​เกษตรฯ ​จึง​ได้มอบหมาย​ให้กรมชลประทาน​เร่งรัด​การก่อสร้าง​โครง​การอ่าง​เ​ก็บน้ำ​โป่งขุน​เพชร​ให้​แล้ว​เสร็จภาย​ในปี 2557 ​และนำ​เสนอต่อคณะกรรม​การบริหารจัด​การน้ำ​และอุทกภัย (กบอ.) ต่อ​ไปตามที่คณะรัฐมนตรี​ได้มีมติ​เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555

สำหรับผล​การศึกษา​โครง​การศึกษาสิ่ง​แวดล้อมด้านสังคม​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ กรมชลประทาน​ได้ว่าจ้างที่ปรึกษามหาวิทยาลัย​เกษตรศาสตร์ดำ​เนิน​การ ​ซึ่ง​ได้สิ้นสุด​ไป​เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 ​โดย​ใน​การศึกษาครั้งนี้​ได้​แบ่ง​เป็น 4 ส่วนสำคัญ ​ได้​แก่

1.​การทบทวน​ความ​เหมาะสมของ​โครง​การ ​โดยจากผล​การศึกษาพบว่า ผลประ​โยชน์ที่จะ​ได้รับจาก​การก่อสร้าง​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จะมีพื้นที่รับน้ำ​เหนือที่ตั้ง​เขื่อน 458 ตารางกิ​โล​เมตร ปริมาณน้ำ​ไหล​เข้าอ่าง​เ​ก็บน้ำรายปี​เฉลี่ย 74.76 ล้านลบ.ม.​ความจุอ่าง​เ​ก็บน้ำ​ในระดับ​เ​ก็บกักน้ำปกติ 43.7 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประ​โยชน์รวม 28,000 ​ไร่ ​แบ่ง​เป็น 1.พื้นที่รับประ​โยชน์ของอ่าง​เ​ก็บน้ำฯ 12,000 ​ไร่ 2.พื้นที่​โครง​การสูบน้ำด้วย​ไฟฟ้าตามลำน้ำชี​ในฤดูฝน 16,000 ​ไร่ ​และ​ในฤดู​แล้ง 4,800 ​ไร่​ซึ่งจะมีส่วนช่วย​แก้​ไขปัญหา​หรือบรร​เทาปัญหาอุทกภัย​และปัญหาภัย​แล้ง​ในพื้นที่อีกด้วย

2.​การประ​เมินผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม​และด้านสังคม กรมชลประทาน​ได้ศึกษา​โครง​การตามหลัก​เกณฑ์​การประ​เมินผลกระทบตาม​แนวทางจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม รวม​ทั้งจัด​ทำ​แผนปฏิบัติ​การป้องกัน​แก้​ไขผลกระทบสิ่ง​แวดล้อมจำนวน 18 ​แผน ​และ​แผนปฏิบัติ​การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่ง​แวดล้อมจำนวน 15 ​แผน ​เนื่องจาก​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ ​ไม่​เข้าข่าย​โครง​การที่ต้องจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม สำหรับ​โครง​การ​หรือกิจ​การที่อาจก่อ​ให้​เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุน​แรง​ทั้งด้านคุณภาพสิ่ง​แวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ​และสุขภาพ

3.​การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม​โดย​ใน​การศึกษาครั้งนี้​ได้ดำ​เนิน​การ​เสริมสร้าง​การมีส่วนร่วม​โดย​ใช้กล​ไก​การสร้างนักวิจัยท้องถิ่น ​เพื่อสร้าง​การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามข้อ​เรียกร้องของสมัชชาคนจน ​โดยมี​การจัดประชุมกลุ่มย่อย ประชุม​เวทีชาวบ้าน ​และจัดอบรมศักยภาพ​การพัฒนาชุมชน​เพื่อ​การบริหารจัด​การน้ำ ​ซึ่งผล​การศึกษาพบว่า ชุมชนส่วน​ใหญ่​ในพื้นที่​โครง​การร้อยละ 85.45 มี​แนว​โน้ม​ให้​การยอมรับต่อ​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร

4.ผล​การวิ​เคราะห์ด้าน​เศรษฐศาสตร์สิ่ง​แวดล้อม​ทั้ง​โครง​การตามผล​การศึกษา ​เช่น อัตราผลตอบ​แทนด้าน​เศรษฐกิจ ​เท่ากับร้อยละ 13.56 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ​เท่ากับ 64.66 ล้านบาท

​ทั้งนี้ ​การดำ​เนินงานของกระทรวง​เกษตรฯดังกล่าวข้างต้นถือ​เป็น​การรายงานผล​การดำ​เนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีที่ก่อนหน้านี้ ​ได้มีมติคณะรัฐมนตรีหลายครั้ง​ให้ทบทวน​การก่อสร้าง​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร ​ได้​แก่ มติครม.​เมื่อ 22 ​เม.ย. 2539, 29 ​เม.ย. 2550, 25 ก.ค. 2543 ​และ 3 ​เม.ย. 2544 ​ในส่วนที่​เกี่ยวข้องกับ​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ ​และ​เมื่อผล​การศึกษาดังกล่าว​เรียบร้อย​แล้ว จะส่งผล​ให้สามารถดำ​เนิน​การก่อสร้าง​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร​ให้​แล้ว​เสร็จตาม​เป้าหมาย ​เพื่อ​แก้​ไขปัญหาภัย​แล้ง​และอุทกภัย​ในพื้นที่ต่อ​ไป

กรมวิชา​การ​เกษตรรุก​แก้สารตกค้าง ​เร่งขับ​เคลื่อนงานวิจัย​และพัฒนาพืช

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- จันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2555

ปัจจุบันกรมวิชา​การ​เกษตรมีบท​ความสำคัญ​ใน​การขับ​เคลื่อนงานวิจัย​และพัฒนาด้านพืชของประ​เทศ รวม​ทั้ง​การ​เป็นองค์กรนำด้าน​การวิจัย​และพัฒนาพืช ​เครื่องจักรกล​การ​เกษตร​และ​เป็นศูนย์บริ​การตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้า​เกษตร​ในระดับสากล ​โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ​การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม

นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชา​การ​เกษตร มีพันธกิจหลักๆ คือ ​การ​เสริมสร้างขีด​ความสามารถ​และ​ความ​เข้ม​แข็ง​ใน​การค้นคว้าวิจัย​และพัฒนา​เทค​โน​โลยีที่​เหมาะสมของพืช ​และ​เครื่องจักรกล​การ​เกษตร ​เพื่อ​ความมั่นคงทาง​เศรษฐกิจ​และสังคมของประ​เทศ ​การส่ง​เสริม​และสนับสนุน​การบริ​การตรวจสอบรับรองมาตรฐานปัจจัย​การผลิตผลผลิต​และผลิตภัณฑ์พืช ตลอดจน​ความปลอดภัยทางชีวภาพที่​เป็นมาตรฐานสากล​เป็น​การ​เพิ่มขีด​ความสามารถ​ใน​การ​แข่งขัน​และ​การส่งออก

รวม​ทั้งมุ่ง​เน้น​การวิจัย​และพัฒนากระบวน​การผลิตที่​เหมาะสมกับสภาพทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อมของพื้นที่ ตลอดจน​ความปลอดภัยทางชีวภาพ ​เพื่อ​ให้​การพัฒนาทาง​การ​เกษตรมี​ความมั่นคง​และยั่งยืน ​และสุดท้ายคือ ​การกำกับดู​แล​การปฏิบัติตามกฎหมายด้านปุ๋ย ยา วัตถุอันตราย พันธุ์พืช? กักพืช​และ​ความคุ้มครองพันธุ์พืช ตลอดจนผลประ​โยชน์ด้าน​การ​เกษตร

ปัญหาสารตกค้างปน​เปื้อนผักสด​ก็นับ​เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กรมวิชา​การ​เกษตร​ให้​ความสำคัญ​ใน​การ​แก้ปัญหาอย่างจริงจัง ​เพื่อ​ไม่​ให้​เกิดปัญหาข้อพิพาทต่อ​การส่งออกสินค้า​เกษตรของ​ไทย​ในตลาด​โลก ​โดยล่าสุดหลังจากกลุ่มประ​เทศสหภาพยุ​โรป (อียู) ​แจ้ง​เตือนปัญหาสารตกค้าง-จุลินทรีย์ปน​เปื้อนผักสดส่งออกลดลง จับตา 4 ชนิดสินค้า กรมวิชา​การ​เกษตร​ก็​ได้มอบ​เจ้าหน้าที่คุม​เข้ม​แปลงปลูกพืช GAP ​ใกล้ชิด ​เพื่อ​ไม่​ให้สารตกค้างหลุดสู่​ผู้บริ​โภค

ส่งผล​ให้สถาน​การณ์ล่าสุด ปัญหา​แจ้ง​เตือน​การตรวจพบสารตกค้าง​และ​เชื้อจุลินทรีย์ปน​เปื้อน​ในสินค้าพืชผัก​และผล​ไม้ส่งออกของ​ไทย ผ่านระบบ​แจ้ง​เตือนภัย​เร่งด่วนของสหภาพยุ​โรป (EU) มี​แนว​โน้มลดลงมาก จากปี 2553 ที่​ไทย​ได้รับ​การ​แจ้ง​เตือน จำนวน 84 ครั้งปี 2554 ลด​เหลือ 38 ครั้ง ​และตั้ง​แต่​เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2555 ​ได้รับ​การ​แจ้ง​เตือนจาก EU ​เพียง 20 ครั้ง ​แยก​เป็นสารตกค้าง 16 ครั้ง ​และ​เชื้อจุลินทรีย์ 4 ครั้ง ​ทั้งนี้ ​เนื่องจาก​ผู้ประกอบ​การ/​ผู้ส่งออก ​และ​เกษตรกร​ได้ปรับปรุง​และพัฒนาระบบ​การผลิตสินค้าพืชผักส่งออก​ให้มีคุณภาพ ​ได้มาตรฐาน ​และมี​ความปลอดภัย ภาย​ใต้ระบบมาตร​การควบคุมพิ​เศษบัญชีรายชื่อ (Establishment list : EL) ที่กรมวิชา​การ​เกษตรจัด​ทำขึ้น ​ซึ่ง​เป็น​เรื่องดีสำหรับ​การส่งออกพืชผักสดของ​ไทย​ไป EU

สินค้าที่​ได้รับ​แจ้ง​เตือนพบสารตกค้าง ​ได้​แก่ คะน้า ถั่วฝักยาว มะ​เขือพวง ​และผักกระ​เฉด กรมวิชา​การ​เกษตร​จึง​ได้​เร่งประสาน​ให้​ผู้ประกอบ​การปรับปรุง​แก้​ไข​แล้ว ​ซึ่ง EU ยอมรับ​และมี​ความพึงพอ​ใจ​ในมาตร​การ​แก้​ไขปัญหาของ​ไทย ​ทำ​ให้มี​แนว​โน้มดีขึ้นมาก ส่วน​แนวทาง​แก้ปัญหาสารตกค้าง​ในสินค้าพืชผักที่วางจำหน่าย​ในท้องตลาดนั้น กรมวิชา​การ​เกษตร​ได้มอบหมาย​ให้​เจ้าหน้าที่สำนักวิจัย​และพัฒนา​การ​เกษตร​ทั้ง 8 ​เขต ​และ​เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติ​การ(Lab)ของกรมวิชา​การ​เกษตร สุ่ม​เ​ก็บตัวอย่างผลผลิตจาก​แปลงที่ตรวจติดตาม ​และ​แปลงตรวจต่ออายุมาตรวจวิ​เคราะห์​เพิ่มมากขึ้น? ​โดยมี​เป้าหมาย จำนวน 14,100 ตัวอย่าง ปัจจุบัน​ได้​เ​ก็บตัวอย่างตรวจวิ​เคราะห์​แล้ว 10,831 ตัวอย่าง ​เป็นสารพิษตกค้าง 9,499 ตัวอย่าง ​และ​เชื้อจุลินทรีย์ 1,332 ตัวอย่าง ​เพื่อ​เฝ้าระวังคุณภาพ​และ​ความปลอดภัย

อธิบดีกรมวิชา​การ​เกษตรกล่าวด้วยว่า?นอกจากนี้ กรมวิชา​การ​เกษตรยัง​ได้​ให้​การรับรอง​แหล่งผลิตพืชมาตรฐาน GAP รวม​ทั้งสิ้น 179,921 ​แปลง ​เกษตรกร 143,617 ราย รวมพื้นที่กว่า 1,211,949 ​ไร่ ทั่วประ​เทศ มี​แปลงที่อยู่ระหว่างตรวจติดตาม 10,730 ​แปลง ​และ​แปลงตรวจต่ออายุ 62,018 ​แปลง พื้นที่ประมาณ 440,000 ​ไร่ ​และยังมี​แปลง​ใหม่ที่อยู่ระหว่างขอรับรองมาตรฐาน GAP? อีกจำนวน 56,279 ​แปลง ​เกษตรกร 49,862 ราย รวมพื้นที่ปลูกกว่า 341,505 ​ไร่

พร้อม​ทั้งส่ง​เจ้าหน้าที่ออก​ไป​แนะนำ​เกษตรกร​ให้​ใช้สาร​เคมีทาง​การ​เกษตรอย่างถูกวิธี ปฏิบัติตามคำ​แนะนำบนฉลากอย่าง​เคร่งครัด ​ไม่​ใช้สาร​เคมีที่ประกาศห้าม​ใช้​หรือ​ใช้กินปริมาณที่กำหนด?? ที่สำคัญต้อง​ใช้​เฉพาะพืชที่​แนะนำ​ให้​ใช้​เท่านั้น ​และกรมวิชา​การ​เกษตรยัง​ให้​ความสำคัญกับ​เครื่องฉีดพ่นสาร​เคมี รวม​ถึงหัวฉีด​และ​การดู​แลรักษา ​การจัด​เ​ก็บสาร​เคมีของ​เกษตรกร ขณะ​เดียวกันยัง​เน้นพัฒนา​โรงคัดบรรจุ​ให้​ได้มาตรฐาน GMP ​โดย​เฉพาะจุดรวบรวมสินค้า​เกษตร​หรือล้งรับซื้อผลผลิต ​เป็น​แหล่งที่ควรปรับปรุง​เร่งด่วน ​เพราะ​เป็นจุดที่สินค้าพืชผัก​และผล​ไม้มี​ความ​เสี่ยงปน​เปื้อน​เชื้อจุลินทรีย์ ดังนั้น ควรพัฒนา​ให้​เป็น​โรงคัดบรรจุมาตรฐาน GMP ด้วย ​ซึ่งจะช่วยตัดปัญหาสารตกค้าง​และ​เชื้อจุลินทรีย์ปน​เปื้อนสินค้าพืชผัก​และผล​ไม้​ได้

ขณะ​เดียวกัน อีกบทบาทหนึ่งของกรมวิชา​การ​เกษตร ​ในฐานะคณะอนุกรรม​การจัดหาปัจจัย​การผลิตสนับสนุน​เกษตรกร ภายหลัง

กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์​ได้สำรวจ​ความต้อง​การ​ใช้​เมล็ดพันธุ์พืช​ไร่หลังนาของ​เกษตรกรภาย​ใต้​โครง​การจัดระบบปลูกข้าวปี 2555 ​ได้มอบหมาย​ให้สถาบันวิจัยพืช​ไร่​และพืชทด​แทนพลังงาน​เร่งจัด​เตรียม​เมล็ดพันธุ์พืช​ไร่ที่มีอายุ​เ​ก็บ​เกี่ยวสั้น​และ​ใช้น้ำน้อย? 6 ชนิด รวม​ทั้งสิ้น? 2,679.937? ตัน ​แยก​เป็น ​เมล็ดพันธุ์ถั่ว​เขียว จำนวน 2,640.005 ตัน ถั่วลิสง 24.85ตัน ถั่ว​เหลือง 5.715 ตัน ข้าว​โพดหวาน 7.413 ตัน ข้าว​โพดฝักอ่อน 1.554 ตัน ​และข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ 0.42 ตัน ​เพื่อ​แจกจ่าย​ให้​แก่​เกษตรกรที่ต้อง​การ​ใช้​เมล็ดพันธุ์​เพาะปลูกหลังฤดู​ทำนา ​ซึ่งคาดว่า จะสามารถรองรับพื้นที่​เพาะปลูกพืช​ไร่หลังนา​ได้ ​ไม่น้อยกว่า 534,965.50 ​ไร่

​เบื้องต้นกรมวิชา​การ​เกษตร​ได้ส่งมอบ​เมล็ดพันธุ์ถั่ว​เขียว​ไป​แล้วกว่า 2,874.33 ตัน สำหรับ​เมล็ดพันธุ์ถั่วลิสง ถั่ว​เหลือง ​และข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์อยู่ระหว่างรอส่งมอบ ​ซึ่งกรมวิชา​การ​เกษตรจะส่งมอบ​เมล็ดพันธุ์พืชหลังนา​ทั้งหมดนี้​ให้กับ​โครง​การฯภาย​ใน​เดือนกันยายนนี้ ​เพื่อจะ​ได้กระจาย​เมล็ดพันธุ์​ไปสู่​เกษตรกรทัน​เวลา​เพาะปลูก ​เป้าหมาย 50,000 คน ​ในพื้นที่ 11 จังหวัด ​ได้​แก่ จังหวัดกำ​แพง​เพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุ​โลก ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ​และสุพรรณบุรี

นอกจากนี้? กรมวิชา​การ​เกษตร​ได้มี​แผนร่วมกับกรมส่ง​เสริม​การ​เกษตรจะ​เร่งจัดฝึกอบรมหลักสูตรระบบ​การปลูกพืชที่มีข้าว​เป็นหลัก ​เพื่อ​ให้นักวิชา​การส่ง​เสริม​การ​เกษตรมี​ความรู้​ความ​เข้า​ใจ​เกี่ยวกับวิธี​การปลูกพืช​ในระบบ​การปลูกข้าว ​ได้​แก่ ถั่ว​เขียว ข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ ข้าว​โพดฝักสด ​และพืชปุ๋ยสด​ได้อย่างถูกต้อง ​เพื่อ​ให้สามารถนำองค์​ความรู้​ไปถ่ายทอด​ให้กับ​เกษตรกร​ใน​โครง​การฯต่อ​ไป​เพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพ​การผลิตพืช​ไร่หลังนา​ให้กับ​เกษตรกร ​ซึ่งจะช่วย​เสริมสร้างราย​ได้ที่สำคัญยังช่วยตัดวงจร​การระบาดของ​เพลี้ยกระ​โดดสีน้ำตาล​ในนาข้าวด้วย

​ทั้งหมดคือภารกิจสำคัญของกรมวิชา​การ​เกษตร ​ใน​การ​เร่งขับ​เคลื่อน​เพื่อ​ให้ทันกับสถาน​การณ์​และรองรับ​ความต้อง​การของภาค​เกษตร​และตลาด​โลก ​ซึ่งนับมี​แนว​โน้ม​การ​แข่งขันที่รุน​แรงขึ้น ​ซึ่งจำ​เป็นที่ต้องปรับกระบวน​การยุทธ์ด้านงานวิจัย​และพัฒนา​ให้สอดคล้องคล้องกับสถาน​การณ์ที่​เกิดขึ้น​ในปัจจุบัน​และอนาคต

เปิดวิสัยทัศน์ผู้บริหาร ปตท. พร้อมดันประเทศไทยขึ้นชั้น สู่ ไบโอ พลาสติกฮับ เอเชีย

ผู้เขียน: 
จิตตราภรณ์ เสนาวงค์

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 24 กันยายน 2555

ในสภาวการณ์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในการลดปัญหาโลกร้อน บริษัท ปทต. จำกัด (มหาชน) บริษัทค้าน้ำมัน “เบอร์หนึ่ง”ของไทย ไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหานี้ โดยมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไบโอ พลาสติก หรือ พลาสติกชีวภาพ ที่ย่อยสลายง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สุกฤตย์ สุรบถโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท. บอกว่าภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เกิดจากโลกร้อน นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากเราหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้สถานการณ์เบาบางลง สำหรับสังคมไทยยังคงต้องใช้เวลาเรียนรู้พร้อมการรณรงค์ควบคู่กันไป และรอให้ถึงจุดหนึ่งที่คนหันมาใส่ใจมากขึ้น

ในส่วนของ ปตท.กำลังเตรียมการผลิตสินค้าไบโอ พลาสติก พร้อมผลักดันให้ไทยเป็น ศูนย์กลาง(ฮับ)การผลิต?ไบโอ พลาสติก ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ร่วมทุนกับ บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น หรือ MCC ของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุนพีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม (PTTMCC)?วงเงินประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ หรือ PBS แห่งแรกของไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จ.ระยอง ด้วยกำลังผลิตประมาณ 20,000 ตันต่อปี ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ และจะเริ่มการผลิตได้ในปี 2558

โดยทาง บริษัท มิตซูบิชิฯ คาดหวังว่าหากโรงงานดังกล่าว มีกำลังผลิตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็จะปิดบริษัทในประเทศญี่ปุ่น ที่มีกำลังการผลิตเพียง?3,000 ตันต่อปี รวมถึงต้นทุนที่ค่อนข้างสูงและหันมานำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยแทน

ล่าสุดการดำเนินการสร้างโรงงานดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนการประมูลผู้รับเหมา และจะเป็นหนึ่งในโรงงานสีเขียวต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่สารตั้งต้น กระบวนการผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันสู่การเป็น BIO Based Industrial Estate อันนำไปสู่ Green Society ตามเป้าประสงค์ของกลุ่ม ปตท. และจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์ไบโอ พลาสติก หรือ ไบโอฮับแห่งเอเชีย ทั้งนี้ พลาสติกชีวภาพยังถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคม มีเพียงประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา เท่านั้นที่มีความต้องการในตลาดค่อนข้างสูง การผลิต 80% จึงมุ่งเน้นส่งออกในต่างประเทศ

สำหรับไอโอ พลาสติก ใช้น้ำตาลถือเป็นวัตถุดิบหลัก ขณะที่ประเทศไทยมีความสมบูรณ์ด้านชีวมวลและวัตถุดิบด้านการเกษตร คือ อ้อย รวมทั้งศักยภาพทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยในปี 2554 ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก

น้ำตาลมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รวม 7 ล้านตัน จากปกติส่งออกเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านตันต่อปี มั่นใจว่า เมื่อมีอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นในอนาคตจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงวัตถุดิบน้ำตาล ที่ใช้บริโภคภายในประเทศ

“ผมมองว่าปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตอ้อยมากขึ้น น้ำตาลที่เราจะใช้นั้นอยู่ในส่วนของการส่งออก เราจะไม่ไปแตะน้ำตาลที่ใช้ภายในประเทศ นอกจากนี้ผมยังมองว่า อุตสาหกรรมไบโอ พลาสติก ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำตาลของไทย เกือบ 10 เท่า หรือคิดเป็นราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันที่มีปัญหาราคาผันผวน ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร”

อย่างไรก็ตาม ดร.ไพรินทร์ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.ยังแสดงความกังวลว่า ไบโอ พลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ การดำเนินการต่างๆ ในช่วงแรกอาจจะยากลำบาก ราคาก็ค่อนข้างสูงรวมถึงความรู้ความเข้าใจ บางคนอาจจะคิดว่าใช้แล้วจะย่อยสลายคามือเลยหรือเปล่า ขอบอกว่าไม่ใช่แน่นอน การย่อยสลายจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยอาศัยจุลินทรีย์ จากการทดลองใช้เวลาไม่ถึงปีก็ย่อยสลายได้ พร้อมมั่นใจว่า ปตท. เดินมาในแนวทางที่ถูกต้องแล้วโดยตอบสนองนโยบาย TAGNOC คือ การทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างภาระกับสังคม

พร้อมเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าความต้องการจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากไบโอ พลาสติกทั่วโลกมีการใช้อยู่ที่ 7 แสนตันต่อปี หรือ ขยายตัว 20-30% ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกทั่วไป เติบโตเพียงประมาณ 5-10% ต่อปีเท่านั้น

ขณะที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการลดปัญหาโลกร้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ต่อไปจะมีข้อกำหนดสินค้านำเข้าทุกชนิด ต้องใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุที่เป็นพลาสติกชีวภาพเท่านั้น แม้แต่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ พลาสติกชีวภาพกำลังเข้าไปมีบทบาทเช่นกัน

กว่าหมื่นคนร่วมCAR FREE DAY ปั่นจักรยานลดสภาวะโลกร้อน กทม.เล็งขยายเลนวิ่งรถ2ล้อเพิ่ม

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 24 กันยายน 2555

เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 23กันยายน ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ?นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดงาน Bangkok Car Free Day 2012 "กรุงเทพฯเมืองสวรรค์ มหัศจรรย์วันปลอดรถ"ที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ระบบขน ส่งมวลชนสาธารณะ การเดิน หรือปั่นจักรยานในการเดินทาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน

โดยในปีนี้ประชาชนมาร่วมขบวนในการปั่นจักรยานกว่า 1 หมื่นคน จากปีที่แล้วที่มีเพียง 4,000 คัน เดินทางมาร่วมกันปั่นเป็นริ้วขบวนรูปธงชาติไทยที่ยาวที่สุดในโลก ?โดยรวมพล 14 จุด ทั่วกรุงเทพ ?ได้แก่ ลานพระบรมรูปทรงม้า สวนเบญจสิริ เดอะมอลล์ บางแค เดอะมอลล์ บางกะปิ ศูนย์ยาวชนบางมด (ฝั่งธน) ตลาดประตูกรุงเทพ ถนนอักษะ ซอย 4 ทีโอที แจ้งวัฒนะ world bike (รามอินทรา-อาจณรงค์) บิ๊กซี รามอินทรา กม.3 เดอะมอลล์ ท่าพระ เดอะมอลล์ งามวงศ์งาน ทีโอที พระราม 4 และสวนหลวง ร.9 มารวมตัวกัน ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า (สนามเสือป่า) และมุ่งหน้าปั่นสู่สวนลุมพินี

นายธีระชน กล่าวว่า การปั่นจักรยานถือเป็นการออกกำลังกายที่เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ลดอุบัติเหตุ และลดปัญหาการจราจรติดขัด และขณะนี้กทม.ได้โครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร บริการให้ยืมหรือเช่า รถจักรยานด้วยระบบอัตโนมัติแก่ชาวกรุงเทพฯ เพื่อขับขี่ในระยะสั้นๆ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างชุมชนและรถสาธารณะ โดยจะเริ่มโครงการในเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ ส่วนเลนจักรยาน กทม.มีนโยบายจะขยายให้มากขึ้นและหากจะตัดถนนใหม่ ได้มีนโยบายให้ออกแบบทางจักรยานไว้เลย ?ทั้งนี้ กทม.พร้อมขยายระบบขนส่งมวลชนพื้นที่กทม.เป็น 300กม.ภายใน 10 ปี

มทส.เผยแผนแม่บทคมนาคมเมืองโคราช เน้นด้านเศรษฐศาสตร์-สิ่งแวดล้อม-ประชาชนมีส่วนร่วม

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 3 กันยายน 2555

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยถึงโครงการจัดทำแผนแม่บทและการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเมืองนครราชสีมา ที่จัดทำโดย สาขาวิชาวิศวกรรมขนส่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกับ เทศบาลนครนครราชสีมา ว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเมืองนครราชสีมา พร้อมกับดำเนินการในการออกแบบเบื้องต้นระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสม, ศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน ด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบันจะไม่สามารถรองรับการเดินทางในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการให้บริการการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม

ด้านความคืบหน้าการจัดทำโครงการ มีผลการวิเคราะห์รูปแบบระบบขนส่งมวลชนที่มีความเหมาะสม ครอบคลุมอายุรวมของโครงการในระยะยาว คุ้มค่าการลงทุนก่อสร้าง และปริมาณผู้โดยสารที่คาดการณ์ว่าจะมาใช้โครงการในปีอนาคต คือ ปีที่ 30 (พ.ศ. 2590)ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าสูงสุดเท่ากับ 11,600 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ซึ่งระบบที่มีความเหมาะสมกับระบบขนส่งมวลชนเมืองนครราชสีมา คือรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษแบบยกระดับ (Elevated BRT) และรถไฟฟ้าขนาดเบา (LRT)

สกว.หนุนสร้างเครื่องระเบิดเยื่อปาล์ม หวังแยกส่วนไปเพิ่มมูลค่าในภาคอุตฯ

โดยแนวหน้าออนไลน์ วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม 2555

ภาคใต้ของประเทศไทยมีเนื้อที่ในการปลูกปาล์มน้ำมันยืนต้นกว่า 3 ล้านไร่ โดยจังหวัดที่มีเนื้อที่ปลูกมากที่สุด คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราชตามลำดับ หากประมาณจำนวนต้นปาล์มน้ำมันทั้งประเทศคาดว่าจะมีน้ำหนักแห้งทางใบที่ตัดทิ้ง น้ำหนักแห้งลำต้น และทะลายสดน้ำมันปาล์มจำนวนหลายล้านตันต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการนำลำต้น ทางใบและทะลายที่ถูกทิ้งมาเพิ่มมูลค่าในทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก แต่ละส่วนมีองค์ประกอบหลักภายใน ได้แก่ เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนิน ที่สามารถนำไปพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อย่างมหาศาล หากมีกระบวนการที่เหมาะสมในการพัฒนาต่อยอด

ฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงให้การสนับสนุน รศ.ดร.สินชัย ชินวรรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และคณะ ร่วมกับผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยเซ็นทรัลเมคคานิคส์ จำกัด และบริษัท อุดมชัยปาล์มออยล์ จำกัด ในโครงการ “การออกแบบและสร้างเครื่องระเบิดเยื่อไม้ปาล์มต้นแบบเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแผ่นเยื่อไม้อัดและพลังงานทางเลือกจากพืช” โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกแบบ จัดสร้างเครื่องระเบิดเยื่อไม้ปาล์มที่มีกำลังผลิต 300-500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแผ่นเยื่อใยไม้อัด ตลอดจนวิเคราะห์และศึกษากลไกการหลั่งลิกนินออกจากเซลล์เยื่อไม้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาออกแบบเครื่องระเบิดเยื่อที่เหมาะสมกับเยื่อไม้ประเภทอื่นๆ

การระเบิดเยื่อปาล์ม เป็นกระบวนการแตกตัวของเยื่อไม้ที่อยู่ในภาชนะปิดภายใต้ไอน้ำแรงดันสูงในช่วงเวลาตั้งแต่ 2-10 นาที จากนั้นเยื่อไม้จะถูกปล่อยสู่สภาวะบรรยากาศในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้องค์ประกอบหลักของเยื่อไม้ ทั้งเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนินเกิดการแยกตัวออกจากกัน เยื่อไม้ในสภาวะปกติจะมีลิกนินทำหน้าที่เสมือนกาวในการยึดเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสไว้ ดังนั้นกระบวนการระเบิดเยื่อไม้จึงทำให้ได้ลิกนินซึ่งเป็นกาวแบบธรรมชาติที่พร้อมจะทำการประสานเยื่อไม้เข้าด้วยกันใหม่ ทั้งนี้กระบวนการ ดังกล่าวมิได้ใช้สารเคมีใดๆ จึงนับเป็นเทคโนโลยีสะอาดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการใช้กาวแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนการนำเข้ากาวอย่างมหาศาลอีกด้วย

รศ.ดร.สินชัยเปิดเผยว่า ปัจจุบันทีมวิจัยได้ปรับปรุงชุดอัดเยื่อไม้ของเครื่องระเบิดเยื่อไม้ปาล์มต้นแบบให้มีความสามารถในการทนแรงดันไอน้ำสูงขึ้นไป รวมทั้งออกแบบและสร้างสกรูอัดเยื่อไม้ชุดใหม่ให้อยู่ในแนวนอนเพื่อให้สามารถเพิ่มระยะอัดของเยื่อไม้ และสามารถติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับเยื่อไม้ในห้องย่อยได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันเครื่องระเบิดเยื่อไม้ปาล์มต้นแบบติดตั้งอยู่ที่โรงงานหีบน้ำมันปาล์มในกลุ่มบริษัท ไทยอีสเทิร์น จ.ชลบุรี ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ทำการปรับแต่งการทำงานของเครื่องระเบิดเยื่อปาล์มให้ทำงานอย่างต่อเนื่องรวมถึงทดสอบการระเบิดเยื่อปาล์มที่ความดันไอน้ำสภาวะต่างๆ ตลอดจนทำการทดสอบ กระบวนการทางเคมีของเยื่อไม้ปาล์มที่สภาวะต่างๆ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้พยายามใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่จัดสร้างทำภายในประเทศให้มากที่สุด และออกแบบให้มีอายุการทำงานที่คุ้มทุนมากที่สุด ตลอดจนสามารถนำไปทำงานในพื้นที่บริเวณสวนปาล์มได้โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด และออกแบบให้สามารถติดตั้งที่วัดสัญญาณเพื่อการวิเคราะห์วิจัยที่ง่ายและมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม โครงการวิจัยดังกล่าวยังมีปัญหาอุปสรรคและสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุงในอนาคต ประกอบด้วย การป้อนเยื่อผ่านชุดหัวอัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนลำต้นที่มีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสูงกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องระบายน้ำจากหัวอัดอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การควบคุมระดับเยื่อภายในห้องย่อยนั้นมีความยาก เนื่องจากปริมาณเยื่อไม้ที่ป้อนจากหัวอัดมีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะเยื่อไม้และความดันไอน้ำ ดังนั้นการปรับรอบและเวลาของวาล์วระเบิดต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองได้ทันต่อคำสั่งควบคุม อีกทั้งอาจจะมีความจำเป็นต้องปรับปรุงชุดลำเลียงเยื่อไม้ปาล์ม ขึ้นสู่ชุดสกรูอัดเยื่อไม้ที่สามารถปรับความเร็วรอบได้

นายสมบูรณ์ พิทยรังสฤษฏ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยเซ็นทรัลเมคคานิคส์ จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุนทุนวิจัยหลักในครั้งนี้ กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องระเบิดเยื่อไม้ปาล์มในครั้งนี้นับเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน และสามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยโจทย์ใหญ่คือต้องคิดว่าจะแยกองค์ประกอบต่างๆ ออกมาและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้างเพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่กลุ่มสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมประเภทสิ่งทอได้นำชิ้นส่วนของเครื่องระเบิดเยื่อปาล์มที่พัฒนาขึ้นไปใช้เป็นเครื่องปั่นเส้นด้าย นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านวัสดุวิศวกรรมและสิ่งปลูกสร้าง โดยจากการเจรจากับตัวแทนบริษัทจากประเทศออสเตรเลียได้ให้ความสนใจการแยกไฟเบอร์มาใช้ประโยชน์เป็นผนังยิปซัม ซึ่งมีคุณสมบัติในการเกาะตัวได้ดี รวมถึงเก็บเสียงและความร้อนได้ดีกว่าอิฐบล็อก รวมถึงการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมไม้อัดและกระดาษ แต่จะต้องดึงเนื้ออาหารในเยื่อปาล์มออกมาให้หมดเพื่อมิให้เป็นอาหารของปลวก ทั้งนี้เครื่องต้นแบบดังกล่าวหากนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 6-7 ล้านบาท

ด้าน นายธงไชย นิรมิตศรีชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท อุดมชัยปาล์มออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานปาล์มใน จ.ชุมพร กล่าวว่า ปัจจุบันต้นปาล์มที่หมดอายุแล้วส่วนหนึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยเพื่อเพิ่มเนื้อดินให้แก่สวนปาล์ม อย่างไรก็ตาม การทำลายต้นปาล์มที่หมดอายุดังกล่าวในปัจจุบันใช้วิธีการโค่นทิ้งแล้วปล่อยไว้ให้ผุเปื่อยไปเอง หรือเผาทิ้งซึ่งไม่สามารถทำลายได้หมดเพราะปาล์มมีความชื้นสูงมาก นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศอีกด้วย ตนจึงคิดที่จะนำผลงานการออกแบบและสร้างเครื่องระเบิดเยื่อปาล์มในส่วนของเครื่องสับไปใช้ประโยชน์ในการทำลายปาล์มที่หมดอายุ เพื่อช่วยให้ชาวสวนปาล์มประหยัดเวลาและมีความสะดวกสบายมากขึ้น จะได้มีพื้นที่ปลูกปาล์มใหม่ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้หากสามารถแยกองค์ประกอบในเยื่อปาล์มมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้และมีตลาดรองรับ จะยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับปาล์มและสร้างรายได้แก่ชาวสวนด้วย

by ThaiWebExpert