หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พัทลุงทำข้อตกลงคัดแยกขยะหนุนแปรรูปใช้ผลิตเชื้อเพลิงลดขยะ-แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม


นายสุเมธ บุญยก นายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง และคณะผู้บริหารเทศบาลเมือง (ทม.) พัทลุง ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการดำเนินงานตามโครงการคัดแยกขยะมูลฝอยที่ผ่านการฝังกลบ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง กับนายวิสุทธิ จงเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอสซีโอ อีโค เซอร์วิชเซส จำกัด โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาล สื่อมวลชน และประธานชุมชนในเขตเทศบาล ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองพัทลุง

นายสุเมธกล่าวว่า ทม.พัทลุง ได้ก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อเป็นที่ทิ้งขยะมูลฝอยจากเขตเทศบาล และพื้นที่ใกล้เคียง ในท้องที่ ม.6 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง เนื้อที่ 17 ไร่ เป็นเวลา 23 ปีแล้ว โดยศูนย์กำจัดขยะดังกล่าวสามารถรองรับขยะมูลฝอยได้วันละ 30 ตัน หากรวมขยะจำนวนที่ทิ้ง ณ ศูนย์ดังกล่าวไปแล้วก็จะมีปริมาณขยะมากกว่า 200,000 ตัน

ดังนั้น ทม.พัทลุง จึงมีนโยบายที่จะคัดแยกขยะที่ผ่านการฝังกลบแล้ว เพื่อนำไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน โดยได้ประสานงานกับบริษัทเอสซีโอ อีโค เซอร์วิชเซส จำกัด จัดทำโครงการคัดแยกขยะมูลฝอยที่ผ่านการฝังกลบ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขึ้น โดยนำขยะดังกล่าวไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน นำส่งขายให้กับโรงปูนซิเมนต์ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลา 3 ปี

ด้านนายวิสุทธิกล่าวว่า หลังจากนี้ไปทางบริษัท จะจัดหาเครื่องจักรเข้ามาดำเนินการคัดแยกขยะที่ฝังกลบกว่า 200,000 ตัน ซึ่งขยะที่คัดแยกในส่วนที่เป็นเศษพลาสติกจะนำไปผลิตเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินส่งขายให้กับโรงปูนซิเมนต์ทุ่งสง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตปูนซิเมนต์ต่อไป 

ผอ.เขตขีดเส้น30วัน บ่อขยะพระราม9 ต้องฝังกลบปรับที่ ไม่ก่อปัญหาซ้ำอีก

     เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายชุมพล ชาวเกาะ ผอ.เขตห้วยขวาง กล่าวว่า ตามที่ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็นจากกองขยะที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม บริเวณใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ย่านพระราม 9 ผ่านทางสายด่วนกทม.1555 และที่ปรากฏข่าวใน นสพ.แนวหน้า กรณีมีจดหมายร้องทุกข์ว่า มีผู้นำกองเศษวัสดุเศษอิฐ หิน ดิน ทราย ถุงปูนและขยะ มากองไว้บริเวณถนนพระราม9 ตัดเอกมัย ใต้เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ นั้น สำนักงานเขตห้วยขวางได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวพบว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของ นายเอนก นิธิปิติกาญจน์ และนางสมบุญ รักสลาม โดยมีผู้ดำเนินการนำขยะมากองไว้คือ นายแสวง สุจิตร ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่า กระทำผิดจริงตามที่มีผู้ร้องมา

     สำนักงานเขตห้วยขวางจึงออกคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้แก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดฐานทำการถมดิน ซึ่งมีพื้นที่เกิน 
2,000 ตารางเมตร โดยได้รับใบแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันเป็นความผิดตาม พรบ.การขุดดินถมดิน พ.ศ.2543 มาตรา 26 วรรคสาม ประกอบมาตรา 35 เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000บาท และให้ผู้ต้องหาทำหนังสือรับรองว่า จะไม่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญและกองขยะอีกและจะดำเนินการฝังกลบและปรับหน้าดินให้แล้วเสร็จภายใน 30วัน พร้อมมีคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้แก้ไขเพื่อระงับเหตุรำคาญ ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ถึงนายแสวง ดังนี้ 1.ให้ระงับเหตุรำคาญจากการนำเศษวัสดุมาถมที่เป็นเหตุรำคาญแก่ผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียงและแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญให้หมดสิ้นไป 2.ห้ามกระทำการใดๆที่ก่อเกตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียงอีก 3.ให้ดำเนินการฝังกลบและปรับหน้าดินให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน


     ทั้งนี้ ให้ดำเนินการแก้ไขตามข้อ 1และ 2 ทันที ส่วนข้อ 3 ให้ดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนี้ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 74 แห่ง พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีไม่พอใจคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ รมว.สาธารณสุข ภายใน 30 วัน ตามมาตรา 66 นับแต่วันทราบคำสั่งฯ หลังจากนี้สำนักงานเขตห้วยขวางจะติดตามผลใน 7 วัน หากไม่มีการแก้ไขตามคำสั่งจะถือว่าขัดคำสั่งเจ้าพนักงานก็จะส่งแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.วังทองหลาง ต่อไป

สธ.จัดระบบระวังสุขภาพปชช.อาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิคส์

     นายแพทย์โสภณ  เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประเมินแหล่งดำเนินการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศมีประมาณ 94 แห่ง ในจังหวัดกระบี่ กาฬสินธุ์ ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ นครปฐม นนทบุรี บุรีรัมย์ ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี ลำพูน สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว และอำนาจเจริญ โดยมากที่สุดที่จังหวัดกาฬสินธุ์มี 48 แห่ง กรมควบคุมโรคได้วางแผนติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพของประชาชน โดยในจังหวัดกาฬสินธุ์มี 5 แผน จะดำเนินการใน 1-2 เดือนนี้ ประกอบด้วย 1.การตรวจเลือดประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะทุก 1 ปี เพื่อหาสารอันตรายสารตะกั่วและแคดเมียมทุก 1 ปีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 2.ตรวจสิ่งแวดล้อมร่วมกับกรมอนามัย เช่น น้ำอุปโภคบริโภคและบ้านเรือน 3.ตรวจพัฒนาการเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี 4.สำรวจอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านเรือนที่มีความเสี่ยงปนเปื้อนสารตะกั่ว เช่น ภาชนะใส่อาหาร ของเล่นเด็ก 5.จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านวิชาการ
     นายแพทย์พิสิทธิ์  เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ผลการติดตามสุขภาพเด็กวัย 1 ปี 6 เดือน ที่พบค่าตะกั่วเกินมาตรฐาน ขณะนี้อยู่ในระหว่างติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง  ส่วนพัฒนาการอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ให้คำแนะนำการในการป้องกันการสัมผัสสารตะกั่วหรือสารอันตรายอื่น ๆ 

 

4 อปท. ตราดเร่งแก้ปัญหาบ่อขยะไพลิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่องค์กรปกครองท้องถิ่น 4 แห่งใน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม้รูด อบต.คลองใหญ่ เทศบาลตำบล (ทต.) คลองใหญ่ และ ทต.หาดเล็ก ได้ทำสัญญาจ้างบริษัท บ้านโป่งพาวเวอร์ จำกัด เข้ามาบริหารจัดการบ่อขยะไพลิน แต่ทางบริษัทไม่เดินทางมาดำเนินการอ้างว่า บริษัทฯประสบปัญหาเนื่องจากน้ำท่วม และทั้ง 4 ท้องถิ่นถิ่นมีมติให้ยกเลิกสัญญานั้น

นายสุรศักดิ์  อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด เปิดเผยว่า จากการประชุมกับ 4 องค์กรท้องถิ่นแล้ว เห็นว่าควรจะทำการยกเลิกสัญญา แต่ทางบริษัท บ้านโป่งพาวเวอร์แพลทฯ ได้ทำเรื่องอุทรณ์ขอเข้าดำเนินการใหม่ต่อ  ซึ่งจะต้องทำการประชุม 4 องค์กร พร้อมทั้งเรียกบริษัทเอกชนที่รับจ้างมาร่วมเจรจารับฟังอีกครั้ง

โดยทุกวันนี้ขยะที่นำมาทิ้งมีวันละไม่ต่ำกว่า 15 ตัน ขณะนี้ อบต.ไม้รูด ได้ดำเนินการจัดการโดยจะเร่งทำรั้วล้อมรอบกองขยะเพื่อปิดบังทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง รวมทั้งเร่งทำบ่อฝังกลบ โดยทางองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้เข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ทิ้งขยะ และยินดีให้การช่วยเหลือ โดยในปี 2558 จะจัดสรรงบประมาณมาให้ประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อนำมาบริหารจัดการขยะที่บ่อไพลินให้เรียบร้อย

 

ชาวลำปางรวมพลัง "ปั่นรักษ์พิทักษ์โลก"

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ลำปาง ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ลำปาง สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรม "ปั่น รักษ์ พิทักษ์โลก" รณรงค์ลดการใช้พลังงาน ใช้รถ ใช้น้ำมัน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ บรรเทาภาวะโลกร้อน ที่ บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
   โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมขบวนปั่นจักรยานรณรงค์ โดยมีสมาชิกจากชมรมจักรยาน จ.ลำปาง และสมาชิกชมรมจักรยานจากต่างจังหวัด กลุ่มประชาชนผู้ใช้รถจักรยานในเขตเทศบาลนครลำปาง และเขตชุมชนใกล้เคียง รวมมากกว่า 800 คัน เข้าร่วมกิจกรรม
   ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาใช้รถจักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้เกิดความสนใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัว ชุมชน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ลำปาง 

 

ดันพิบูลย์มังสาหาร“ฮับ”อาเซียน ปั้น“ศูนย์ข้าวชุมชน”ผลิตเมล็ดพันธุ์ป้อนตลาด

     นายฉัตรชัย เต้าทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 11 อุบลราชธานี (สศข.11) เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งมีไม่เพียงพอกับความต้องการ จำเป็นต้องอาศัยสถาบันเกษตรกรเข้ามาทำหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวสู่ชาวนาให้เพียงพอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น
     จ.อุบลราชธานี จึงได้จัดโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้าวอำเภอพิบูลย์มังสาหาร โดยในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการส่งเสริมให้มีศูนย์ข้าวชุมชน สนับสนุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่ชาวนาอย่างทั่วถึง ทำให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีไปเพาะปลูก รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเอง
     โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ จ.อุบลราชธานี ได้บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ในการส่งเสริมจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธ์ข้าวพันธุ์ดี มีคุณภาพ มาตรฐานสู่ชุมชน ซึ่งเน้นเตรียมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ทุก 1-3 ปี โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ในราคาที่เหมาะสมให้เกษตรกรนำไปปลูก
     ทั้งนี้ ปี 2557 ได้กำหนดแผนงานและงบประมาณด้านการศึกษาดูงานในศูนย์ที่ประสบความสำเร็จ และจะจัดถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร การจัดทำสื่อเรียนรู้ คู่มือให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์และชาวนา รวมทั้งการค้นหาเมล็ดพันธุ์หลักข้าวหอมมะลิที่หอมที่สุด เพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว อันจะเป็นแนวทางเริ่มต้นที่จะช่วยผลักดันให้ อ.พิบูลย์มังสาหาร ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่หอมที่สุดในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอีกด้วย

 

ปัญหาหมอกควันจีน

ปักกิ่ง - หลายพื้นที่ในจีนทั้งทางภาคภาคเหนือ ตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งในกรุงปักกิ่งกำลังเผชิญกับปัญหาหมอกควันพิษปกคลุม  โดยที่บริเวณสถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่งพบว่าปริมาณฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายมีค่าสูงกว่าระดับ 380  ทำให้ทำผู้ขับขี่รถยนต์ต้องชะลอความเร็วเนื่องจากปัญหาทัศนวิสัย ขณะที่ผู้คนบางส่วนก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองดังกล่าว  อย่างไรก็ดีคาดว่าในวันนี้สภาพอากาศในกรุงปักกิ่งจะสดใสขึ้นเนื่องจากมีกระแสลมพัดเอาฝุ่นละอองออกไป ส่วนที่เมืองเทียนจินซึ่งอยู่ใกล้กันทางการต้องแจ้งเตือนภัยในระดับสีเหลือง  ที่มณฑลเหอหนานหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบทำให้ทัศนวิสัยลดเหลือไม่ถึง 50 เมตร และด่านทางหลวงหลายแห่งต้องออกมาตรการพิเศษเพื่อควบคุมการจราจร  ทางหลวงหลายสายต้องปิดใช้งานในช่วงเช้า  ขณะที่เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในมณฑลซานตงและเหอหนาน ต้องล่าช้า

 

‘อพท.’รุกดัน​การท่อง​เที่ยว​แนว​ใหม่เน้น​ใส่​ใจสิ่ง​แวดล้อม-คาร์บอนต่ำ

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555

พ.อ.นาฬิกอติภัค ​แสงสนิท ​ผู้อำนวย​การ องค์​การบริหาร​การพัฒนาพื้นที่พิ​เศษ​เพื่อ​การท่อง​เที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์​การมหาชน) ​หรือ อพท. ​เปิด​เผยว่า ​ในปีงบประมาณ 2556 นี้ อพท.จะจัด​ทำ​โครง​การพิ​เศษ สนับสนุน​การท่อง​เที่ยว​แบบ​ใส่​ใจสิ่ง​แวดล้อม ​หรือ Low Carbon Tourism ​ซึ่ง​เป็น​การท่อง​เที่ยว​แนว​ใหม่ ​โดยจะมี​การจัด​เป็น 2 ​โครง​การ คือ 1.​โครง​การพัฒนา​และส่ง​เสริม​เส้นทางท่อง​เที่ยวที่​เป็นมิตรกับสิ่ง​แวดล้อม “DASTA?Low Carbon Routes” ​ในพื้นที่พิ​เศษจังหวัด​เลย ​และ 2.​โครง​การ​แหล่งท่อง​เที่ยวคาร์บอนต่ำ “Low Carbon Destination” ​ใน 7 พื้นที่พิ​เศษของ อพท.

ทั้งนี้​แผน​การดำ​เนินงานดังกล่าว อพท.จะ​เริ่มดำ​เนิน​การ​ในปีงบประมาณ 2556 ​ซึ่งอพท.​ได้รับงบประมาณจากทางรัฐบาล​ในวง​เงิน 604.79 ล้านบาท ​เพิ่มจากปี 2555 ที่ประมาณ 8% ​โดย​แบ่ง​การ​ใช้งบประมาณ​เป็น 3 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย1.ค่า​ใช้จ่าย​ใน​การดำ​เนินงาน 132.74ล้านบาท 2.ค่า​ใช้จ่ายด้านบุคลากร 145.70 ล้านบาท ​และ 3.ค่า​ใช้จ่าย​โครง​การ 326.33 ล้านบาท ​โดยจะดำ​เนินงาน​ใน 24 ​โครง​การ กระจายอยู่ 7 พื้นที่พิ​เศษของ อพท. รวม​ถึง​การจัดกิจกรรม​ในส่วนกลางด้วย

สำหรับ​เป้าหมาย คือ สถานประกอบ​การ​และชุมชนที่​เข้าร่วม​โครง​การ สามารถช่วยลดภาวะ​โลกร้อนจาก​การลด​การปล่อยก๊าซคาร์บอน​ไดออก​ไซด์​ได้มาก​เพียง​ใด มีจำนวนสถานประกอบ​การตัวอย่างด้าน​การท่อง​เที่ยวที่​เป็นมิตรกับสิ่ง​แวดล้อม​และจำนวนชุมชนต้น​แบบด้าน​การท่อง​เที่ยวยั่งยืน​เพิ่มขึ้น​เท่า​ใด ​และต้อง​เพิ่มราย​ได้​ให้กับชุมชน​ได้อีกประมาณ 10% จากที่​ได้รับอยู่​ในปัจจุบัน ​ซึ่ง​เป็น​การ​เพิ่มขึ้น​โดย​เกิดจาก​การพัฒนา​การท่อง​เที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมกับจัด​ทำดัชนีชี้วัด “ชุมชนอยู่ดีมีสุข” ​ใน​การ​เป็นตัววัดผลงาน

พ.อ.นาฬิกอติภัคกล่าวว่า ทาง อพท.​ได้มี​การปรับภาพลักษณ์พื้นที่พิ​เศษ​เชียง​ใหม่​ไนท์ซาฟารี ตั้ง​แต่​เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554-30 กันยายน 2555 ที่ผ่านมาส่งผล​ให้สามารถสร้างราย​ได้รวมกว่า 96 ล้านบาท ​และมี​ผู้​เข้าชมจำนวน 533,541 คน ที่สำคัญพบว่า​ผู้​เข้า​ใช้บริ​การมี​ความพึงพอ​ใจ 90.20% อีก​ทั้ง​ได้​ทำ​การกำหนดตัวชี้วัด​การ​เพิ่มราย​ได้จาก​การท่อง​เที่ยว​ในพื้นที่​เชื่อม​โยงชุมชนรอบ​เชียง​ใหม่​ไนท์ซาฟารีจำนวน 3 ตำบล ​โดยจาก​การดำ​เนิน​การดังกล่าว ​ทำ​ให้มีราย​ได้​เพิ่มขึ้นจากฐานข้อมูลราย​ได้​ในช่อง​เดือนธันวาคม 2554 ​ซึ่ง​ไม้กลึง ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 24.90% ​เครื่องปั้นดิน​เผา ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 6.81% นวด​แผน​ไทย ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 8.67% ปุ๋ยมูลสัตว์ ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 4.72% ผักปลอดสารพิษ ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 67.51% ​และบริ​การขนส่งมวลชน ราย​ได้​เพิ่มขึ้น 5.57%

เร่งสร้าง‘​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร’ กระทรวง​เกษตรฯตั้ง​เป้า​แล้ว​เสร็จปี’57

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- อังคารที่ 16 ตุลาคม 2555

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา?คณะรัฐมนตรี​ได้มีมติรับทราบผล​การดำ​เนิน​การตามมติคณะรัฐมนตรี​เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 ที่​ได้มอบหมาย​ให้กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ ​โดยกรมชลประทานดำ​เนิน​การศึกษา​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร ​เพื่อทบทวน​ความ​เหมาะสมของ​โครง​การ ​และจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม​และสังคม ​ซึ่งขณะนี้ผล​การศึกษาดังกล่าว​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว ​ทั้งนี้ หลังจากที่ครม.​ได้มีมติรับทราบผล​การดำ​เนินงานดังกล่าว​เรียบร้อย​แล้ว กระทรวง​เกษตรฯ ​จึง​ได้มอบหมาย​ให้กรมชลประทาน​เร่งรัด​การก่อสร้าง​โครง​การอ่าง​เ​ก็บน้ำ​โป่งขุน​เพชร​ให้​แล้ว​เสร็จภาย​ในปี 2557 ​และนำ​เสนอต่อคณะกรรม​การบริหารจัด​การน้ำ​และอุทกภัย (กบอ.) ต่อ​ไปตามที่คณะรัฐมนตรี​ได้มีมติ​เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555

สำหรับผล​การศึกษา​โครง​การศึกษาสิ่ง​แวดล้อมด้านสังคม​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ กรมชลประทาน​ได้ว่าจ้างที่ปรึกษามหาวิทยาลัย​เกษตรศาสตร์ดำ​เนิน​การ ​ซึ่ง​ได้สิ้นสุด​ไป​เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 ​โดย​ใน​การศึกษาครั้งนี้​ได้​แบ่ง​เป็น 4 ส่วนสำคัญ ​ได้​แก่

1.​การทบทวน​ความ​เหมาะสมของ​โครง​การ ​โดยจากผล​การศึกษาพบว่า ผลประ​โยชน์ที่จะ​ได้รับจาก​การก่อสร้าง​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จะมีพื้นที่รับน้ำ​เหนือที่ตั้ง​เขื่อน 458 ตารางกิ​โล​เมตร ปริมาณน้ำ​ไหล​เข้าอ่าง​เ​ก็บน้ำรายปี​เฉลี่ย 74.76 ล้านลบ.ม.​ความจุอ่าง​เ​ก็บน้ำ​ในระดับ​เ​ก็บกักน้ำปกติ 43.7 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประ​โยชน์รวม 28,000 ​ไร่ ​แบ่ง​เป็น 1.พื้นที่รับประ​โยชน์ของอ่าง​เ​ก็บน้ำฯ 12,000 ​ไร่ 2.พื้นที่​โครง​การสูบน้ำด้วย​ไฟฟ้าตามลำน้ำชี​ในฤดูฝน 16,000 ​ไร่ ​และ​ในฤดู​แล้ง 4,800 ​ไร่​ซึ่งจะมีส่วนช่วย​แก้​ไขปัญหา​หรือบรร​เทาปัญหาอุทกภัย​และปัญหาภัย​แล้ง​ในพื้นที่อีกด้วย

2.​การประ​เมินผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม​และด้านสังคม กรมชลประทาน​ได้ศึกษา​โครง​การตามหลัก​เกณฑ์​การประ​เมินผลกระทบตาม​แนวทางจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม รวม​ทั้งจัด​ทำ​แผนปฏิบัติ​การป้องกัน​แก้​ไขผลกระทบสิ่ง​แวดล้อมจำนวน 18 ​แผน ​และ​แผนปฏิบัติ​การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่ง​แวดล้อมจำนวน 15 ​แผน ​เนื่องจาก​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ ​ไม่​เข้าข่าย​โครง​การที่ต้องจัด​ทำรายงาน​การวิ​เคราะห์ผลกระทบสิ่ง​แวดล้อม สำหรับ​โครง​การ​หรือกิจ​การที่อาจก่อ​ให้​เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุน​แรง​ทั้งด้านคุณภาพสิ่ง​แวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ​และสุขภาพ

3.​การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม​โดย​ใน​การศึกษาครั้งนี้​ได้ดำ​เนิน​การ​เสริมสร้าง​การมีส่วนร่วม​โดย​ใช้กล​ไก​การสร้างนักวิจัยท้องถิ่น ​เพื่อสร้าง​การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามข้อ​เรียกร้องของสมัชชาคนจน ​โดยมี​การจัดประชุมกลุ่มย่อย ประชุม​เวทีชาวบ้าน ​และจัดอบรมศักยภาพ​การพัฒนาชุมชน​เพื่อ​การบริหารจัด​การน้ำ ​ซึ่งผล​การศึกษาพบว่า ชุมชนส่วน​ใหญ่​ในพื้นที่​โครง​การร้อยละ 85.45 มี​แนว​โน้ม​ให้​การยอมรับต่อ​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร

4.ผล​การวิ​เคราะห์ด้าน​เศรษฐศาสตร์สิ่ง​แวดล้อม​ทั้ง​โครง​การตามผล​การศึกษา ​เช่น อัตราผลตอบ​แทนด้าน​เศรษฐกิจ ​เท่ากับร้อยละ 13.56 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ​เท่ากับ 64.66 ล้านบาท

​ทั้งนี้ ​การดำ​เนินงานของกระทรวง​เกษตรฯดังกล่าวข้างต้นถือ​เป็น​การรายงานผล​การดำ​เนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีที่ก่อนหน้านี้ ​ได้มีมติคณะรัฐมนตรีหลายครั้ง​ให้ทบทวน​การก่อสร้าง​โครง​การ​โป่งขุน​เพชร ​ได้​แก่ มติครม.​เมื่อ 22 ​เม.ย. 2539, 29 ​เม.ย. 2550, 25 ก.ค. 2543 ​และ 3 ​เม.ย. 2544 ​ในส่วนที่​เกี่ยวข้องกับ​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร จ.ชัยภูมิ ​และ​เมื่อผล​การศึกษาดังกล่าว​เรียบร้อย​แล้ว จะส่งผล​ให้สามารถดำ​เนิน​การก่อสร้าง​โครง​การ​เขื่อน​โป่งขุน​เพชร​ให้​แล้ว​เสร็จตาม​เป้าหมาย ​เพื่อ​แก้​ไขปัญหาภัย​แล้ง​และอุทกภัย​ในพื้นที่ต่อ​ไป

กรมวิชา​การ​เกษตรรุก​แก้สารตกค้าง ​เร่งขับ​เคลื่อนงานวิจัย​และพัฒนาพืช

หนังสือพิมพ์​แนวหน้า -- จันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2555

ปัจจุบันกรมวิชา​การ​เกษตรมีบท​ความสำคัญ​ใน​การขับ​เคลื่อนงานวิจัย​และพัฒนาด้านพืชของประ​เทศ รวม​ทั้ง​การ​เป็นองค์กรนำด้าน​การวิจัย​และพัฒนาพืช ​เครื่องจักรกล​การ​เกษตร​และ​เป็นศูนย์บริ​การตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้า​เกษตร​ในระดับสากล ​โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ​การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม

นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชา​การ​เกษตร มีพันธกิจหลักๆ คือ ​การ​เสริมสร้างขีด​ความสามารถ​และ​ความ​เข้ม​แข็ง​ใน​การค้นคว้าวิจัย​และพัฒนา​เทค​โน​โลยีที่​เหมาะสมของพืช ​และ​เครื่องจักรกล​การ​เกษตร ​เพื่อ​ความมั่นคงทาง​เศรษฐกิจ​และสังคมของประ​เทศ ​การส่ง​เสริม​และสนับสนุน​การบริ​การตรวจสอบรับรองมาตรฐานปัจจัย​การผลิตผลผลิต​และผลิตภัณฑ์พืช ตลอดจน​ความปลอดภัยทางชีวภาพที่​เป็นมาตรฐานสากล​เป็น​การ​เพิ่มขีด​ความสามารถ​ใน​การ​แข่งขัน​และ​การส่งออก

รวม​ทั้งมุ่ง​เน้น​การวิจัย​และพัฒนากระบวน​การผลิตที่​เหมาะสมกับสภาพทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อมของพื้นที่ ตลอดจน​ความปลอดภัยทางชีวภาพ ​เพื่อ​ให้​การพัฒนาทาง​การ​เกษตรมี​ความมั่นคง​และยั่งยืน ​และสุดท้ายคือ ​การกำกับดู​แล​การปฏิบัติตามกฎหมายด้านปุ๋ย ยา วัตถุอันตราย พันธุ์พืช? กักพืช​และ​ความคุ้มครองพันธุ์พืช ตลอดจนผลประ​โยชน์ด้าน​การ​เกษตร

ปัญหาสารตกค้างปน​เปื้อนผักสด​ก็นับ​เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กรมวิชา​การ​เกษตร​ให้​ความสำคัญ​ใน​การ​แก้ปัญหาอย่างจริงจัง ​เพื่อ​ไม่​ให้​เกิดปัญหาข้อพิพาทต่อ​การส่งออกสินค้า​เกษตรของ​ไทย​ในตลาด​โลก ​โดยล่าสุดหลังจากกลุ่มประ​เทศสหภาพยุ​โรป (อียู) ​แจ้ง​เตือนปัญหาสารตกค้าง-จุลินทรีย์ปน​เปื้อนผักสดส่งออกลดลง จับตา 4 ชนิดสินค้า กรมวิชา​การ​เกษตร​ก็​ได้มอบ​เจ้าหน้าที่คุม​เข้ม​แปลงปลูกพืช GAP ​ใกล้ชิด ​เพื่อ​ไม่​ให้สารตกค้างหลุดสู่​ผู้บริ​โภค

ส่งผล​ให้สถาน​การณ์ล่าสุด ปัญหา​แจ้ง​เตือน​การตรวจพบสารตกค้าง​และ​เชื้อจุลินทรีย์ปน​เปื้อน​ในสินค้าพืชผัก​และผล​ไม้ส่งออกของ​ไทย ผ่านระบบ​แจ้ง​เตือนภัย​เร่งด่วนของสหภาพยุ​โรป (EU) มี​แนว​โน้มลดลงมาก จากปี 2553 ที่​ไทย​ได้รับ​การ​แจ้ง​เตือน จำนวน 84 ครั้งปี 2554 ลด​เหลือ 38 ครั้ง ​และตั้ง​แต่​เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2555 ​ได้รับ​การ​แจ้ง​เตือนจาก EU ​เพียง 20 ครั้ง ​แยก​เป็นสารตกค้าง 16 ครั้ง ​และ​เชื้อจุลินทรีย์ 4 ครั้ง ​ทั้งนี้ ​เนื่องจาก​ผู้ประกอบ​การ/​ผู้ส่งออก ​และ​เกษตรกร​ได้ปรับปรุง​และพัฒนาระบบ​การผลิตสินค้าพืชผักส่งออก​ให้มีคุณภาพ ​ได้มาตรฐาน ​และมี​ความปลอดภัย ภาย​ใต้ระบบมาตร​การควบคุมพิ​เศษบัญชีรายชื่อ (Establishment list : EL) ที่กรมวิชา​การ​เกษตรจัด​ทำขึ้น ​ซึ่ง​เป็น​เรื่องดีสำหรับ​การส่งออกพืชผักสดของ​ไทย​ไป EU

สินค้าที่​ได้รับ​แจ้ง​เตือนพบสารตกค้าง ​ได้​แก่ คะน้า ถั่วฝักยาว มะ​เขือพวง ​และผักกระ​เฉด กรมวิชา​การ​เกษตร​จึง​ได้​เร่งประสาน​ให้​ผู้ประกอบ​การปรับปรุง​แก้​ไข​แล้ว ​ซึ่ง EU ยอมรับ​และมี​ความพึงพอ​ใจ​ในมาตร​การ​แก้​ไขปัญหาของ​ไทย ​ทำ​ให้มี​แนว​โน้มดีขึ้นมาก ส่วน​แนวทาง​แก้ปัญหาสารตกค้าง​ในสินค้าพืชผักที่วางจำหน่าย​ในท้องตลาดนั้น กรมวิชา​การ​เกษตร​ได้มอบหมาย​ให้​เจ้าหน้าที่สำนักวิจัย​และพัฒนา​การ​เกษตร​ทั้ง 8 ​เขต ​และ​เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติ​การ(Lab)ของกรมวิชา​การ​เกษตร สุ่ม​เ​ก็บตัวอย่างผลผลิตจาก​แปลงที่ตรวจติดตาม ​และ​แปลงตรวจต่ออายุมาตรวจวิ​เคราะห์​เพิ่มมากขึ้น? ​โดยมี​เป้าหมาย จำนวน 14,100 ตัวอย่าง ปัจจุบัน​ได้​เ​ก็บตัวอย่างตรวจวิ​เคราะห์​แล้ว 10,831 ตัวอย่าง ​เป็นสารพิษตกค้าง 9,499 ตัวอย่าง ​และ​เชื้อจุลินทรีย์ 1,332 ตัวอย่าง ​เพื่อ​เฝ้าระวังคุณภาพ​และ​ความปลอดภัย

อธิบดีกรมวิชา​การ​เกษตรกล่าวด้วยว่า?นอกจากนี้ กรมวิชา​การ​เกษตรยัง​ได้​ให้​การรับรอง​แหล่งผลิตพืชมาตรฐาน GAP รวม​ทั้งสิ้น 179,921 ​แปลง ​เกษตรกร 143,617 ราย รวมพื้นที่กว่า 1,211,949 ​ไร่ ทั่วประ​เทศ มี​แปลงที่อยู่ระหว่างตรวจติดตาม 10,730 ​แปลง ​และ​แปลงตรวจต่ออายุ 62,018 ​แปลง พื้นที่ประมาณ 440,000 ​ไร่ ​และยังมี​แปลง​ใหม่ที่อยู่ระหว่างขอรับรองมาตรฐาน GAP? อีกจำนวน 56,279 ​แปลง ​เกษตรกร 49,862 ราย รวมพื้นที่ปลูกกว่า 341,505 ​ไร่

พร้อม​ทั้งส่ง​เจ้าหน้าที่ออก​ไป​แนะนำ​เกษตรกร​ให้​ใช้สาร​เคมีทาง​การ​เกษตรอย่างถูกวิธี ปฏิบัติตามคำ​แนะนำบนฉลากอย่าง​เคร่งครัด ​ไม่​ใช้สาร​เคมีที่ประกาศห้าม​ใช้​หรือ​ใช้กินปริมาณที่กำหนด?? ที่สำคัญต้อง​ใช้​เฉพาะพืชที่​แนะนำ​ให้​ใช้​เท่านั้น ​และกรมวิชา​การ​เกษตรยัง​ให้​ความสำคัญกับ​เครื่องฉีดพ่นสาร​เคมี รวม​ถึงหัวฉีด​และ​การดู​แลรักษา ​การจัด​เ​ก็บสาร​เคมีของ​เกษตรกร ขณะ​เดียวกันยัง​เน้นพัฒนา​โรงคัดบรรจุ​ให้​ได้มาตรฐาน GMP ​โดย​เฉพาะจุดรวบรวมสินค้า​เกษตร​หรือล้งรับซื้อผลผลิต ​เป็น​แหล่งที่ควรปรับปรุง​เร่งด่วน ​เพราะ​เป็นจุดที่สินค้าพืชผัก​และผล​ไม้มี​ความ​เสี่ยงปน​เปื้อน​เชื้อจุลินทรีย์ ดังนั้น ควรพัฒนา​ให้​เป็น​โรงคัดบรรจุมาตรฐาน GMP ด้วย ​ซึ่งจะช่วยตัดปัญหาสารตกค้าง​และ​เชื้อจุลินทรีย์ปน​เปื้อนสินค้าพืชผัก​และผล​ไม้​ได้

ขณะ​เดียวกัน อีกบทบาทหนึ่งของกรมวิชา​การ​เกษตร ​ในฐานะคณะอนุกรรม​การจัดหาปัจจัย​การผลิตสนับสนุน​เกษตรกร ภายหลัง

กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์​ได้สำรวจ​ความต้อง​การ​ใช้​เมล็ดพันธุ์พืช​ไร่หลังนาของ​เกษตรกรภาย​ใต้​โครง​การจัดระบบปลูกข้าวปี 2555 ​ได้มอบหมาย​ให้สถาบันวิจัยพืช​ไร่​และพืชทด​แทนพลังงาน​เร่งจัด​เตรียม​เมล็ดพันธุ์พืช​ไร่ที่มีอายุ​เ​ก็บ​เกี่ยวสั้น​และ​ใช้น้ำน้อย? 6 ชนิด รวม​ทั้งสิ้น? 2,679.937? ตัน ​แยก​เป็น ​เมล็ดพันธุ์ถั่ว​เขียว จำนวน 2,640.005 ตัน ถั่วลิสง 24.85ตัน ถั่ว​เหลือง 5.715 ตัน ข้าว​โพดหวาน 7.413 ตัน ข้าว​โพดฝักอ่อน 1.554 ตัน ​และข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ 0.42 ตัน ​เพื่อ​แจกจ่าย​ให้​แก่​เกษตรกรที่ต้อง​การ​ใช้​เมล็ดพันธุ์​เพาะปลูกหลังฤดู​ทำนา ​ซึ่งคาดว่า จะสามารถรองรับพื้นที่​เพาะปลูกพืช​ไร่หลังนา​ได้ ​ไม่น้อยกว่า 534,965.50 ​ไร่

​เบื้องต้นกรมวิชา​การ​เกษตร​ได้ส่งมอบ​เมล็ดพันธุ์ถั่ว​เขียว​ไป​แล้วกว่า 2,874.33 ตัน สำหรับ​เมล็ดพันธุ์ถั่วลิสง ถั่ว​เหลือง ​และข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์อยู่ระหว่างรอส่งมอบ ​ซึ่งกรมวิชา​การ​เกษตรจะส่งมอบ​เมล็ดพันธุ์พืชหลังนา​ทั้งหมดนี้​ให้กับ​โครง​การฯภาย​ใน​เดือนกันยายนนี้ ​เพื่อจะ​ได้กระจาย​เมล็ดพันธุ์​ไปสู่​เกษตรกรทัน​เวลา​เพาะปลูก ​เป้าหมาย 50,000 คน ​ในพื้นที่ 11 จังหวัด ​ได้​แก่ จังหวัดกำ​แพง​เพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุ​โลก ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ​และสุพรรณบุรี

นอกจากนี้? กรมวิชา​การ​เกษตร​ได้มี​แผนร่วมกับกรมส่ง​เสริม​การ​เกษตรจะ​เร่งจัดฝึกอบรมหลักสูตรระบบ​การปลูกพืชที่มีข้าว​เป็นหลัก ​เพื่อ​ให้นักวิชา​การส่ง​เสริม​การ​เกษตรมี​ความรู้​ความ​เข้า​ใจ​เกี่ยวกับวิธี​การปลูกพืช​ในระบบ​การปลูกข้าว ​ได้​แก่ ถั่ว​เขียว ข้าว​โพด​เลี้ยงสัตว์ ข้าว​โพดฝักสด ​และพืชปุ๋ยสด​ได้อย่างถูกต้อง ​เพื่อ​ให้สามารถนำองค์​ความรู้​ไปถ่ายทอด​ให้กับ​เกษตรกร​ใน​โครง​การฯต่อ​ไป​เพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพ​การผลิตพืช​ไร่หลังนา​ให้กับ​เกษตรกร ​ซึ่งจะช่วย​เสริมสร้างราย​ได้ที่สำคัญยังช่วยตัดวงจร​การระบาดของ​เพลี้ยกระ​โดดสีน้ำตาล​ในนาข้าวด้วย

​ทั้งหมดคือภารกิจสำคัญของกรมวิชา​การ​เกษตร ​ใน​การ​เร่งขับ​เคลื่อน​เพื่อ​ให้ทันกับสถาน​การณ์​และรองรับ​ความต้อง​การของภาค​เกษตร​และตลาด​โลก ​ซึ่งนับมี​แนว​โน้ม​การ​แข่งขันที่รุน​แรงขึ้น ​ซึ่งจำ​เป็นที่ต้องปรับกระบวน​การยุทธ์ด้านงานวิจัย​และพัฒนา​ให้สอดคล้องคล้องกับสถาน​การณ์ที่​เกิดขึ้น​ในปัจจุบัน​และอนาคต

by ThaiWebExpert