หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ปทุมธานี MOU ผลิตพลังงานทดแทนจากขยะ


ปทุมธานี/ เมื่อเร็วๆ นี้ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายณรงค์ หุตานุกูล พลังงานจังหวัดปทุมธานี นายวัชระ ชมพูศรี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี นายธานินทร์ ริ้วธงชัย ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี ร่วมลงนามกับ Mr.David Oberhuber GIZ THAILAND ผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) กำหนดจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทดแทนจากขยะ โดย นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นพยาน ที่ห้องประชุมบัวหลวงชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

เพื่อขยายผลความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาขาพลังงานทดแทน องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และหน่วยงานรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานของจังหวัดปทุมธานี จึงได้ร่วมมือกันป้องกันและแก้ปัญหา โดยมีขอบเขตความร่วมมือดังนี้ 1.จังหวัดปทุมธานี (นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการขยะในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เป็นต้น 2.องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ( Mr.David Oberhuber GIZ THAILAND) ให้คำแนะนำวิธีการและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการนำขยะไปใช้ประโยชน์โดยไม่กระกระทบต่อสภาพแวดล้อม 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำแนะนำในการใช้ขยะมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า 4.พลังงานจังหวัดปทุมธานี (นายณรงค์ หุตานุกูล พลังงานจังหวัดปทุมธานี) ขับเคลื่อนการนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและแก้ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น 5.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี (นายวัชระ ชมพูศรี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี) ติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลกระทบอันเกิดจากขยะในพื้นที่ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่ลงนามบันทึก 6.สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี (นายธานินทร์ ริ้วธงชัย ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี) ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พิจารณานำเทคโนโลยีที่เหมาะสม

ด้านนายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ.2552 จังหวัดปทุมธานีมีปริมาณขยะเพิ่มจาก 1,501 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 1,829 ตันต่อวัน ในปี พ.ศ.2556 ขยะส่วนใหญ่ขนไปทิ้งที่บ่อขยะในจังหวัดใกล้เคียง โดยไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรวม คาดว่าปริมาณขยะของจังหวัดจะเกินกำลังที่บ่อขยะจะรองรับได้ในอนาคต เพื่อให้การบริหารจัดการขยะของจังหวัดปทุมธานีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

ทางด้านนางนงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่อยู่ติดกรุงเทพมหานคร และเป็นจังหวัดที่สำคัญที่มีการบริหารด้านสิ่งแวดล้อม อากาศและมลพิษ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะการบริหารการจัดการขยะจำนวนมาก และจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร สถานที่ที่จะทิ้งขยะจะไม่มีแล้ว โดยนำขยะกลับมาเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมรวมถึงการสร้างจิตสำนึกของคนภายในชุมชนให้ตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม
 

กาฬสินธุ์เร่งแก้ปัญหามลภาวะ “สิ่งแวดล้อม”

     กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับผู้นำชุมชนและสถานศึกษา เร่งรณรงค์ร่วมกันทำความสะอาด พัฒนาหมู่บ้านชุมชน เพื่อลดปัญหาด้านมลภาวะวิ่งแวดล้อม และแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ตามโครงการถนนหน้าบ้าน น่ามอง
     กาฬสินธุ์/ เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุนทร บุญไสว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลุบ พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ผู้บริหารสถานศึกษา นำประชาชน นักเรียน นักศึกษากว่า 500 คน ร่วมกันรณรงค์ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ ตามถนน คลองน้ำ และชุมชนต่างๆ เพื่อลดปัญหาด้านมลภาวะสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำเน่าเสีย ฝุ่นละออง แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคที่จะเกิดการระบาดของโรคติดต่อต่างๆ โดยเฉพาะไข้เลือดออก หลังกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน
     นายสุนทร บุญไสว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลุบ กล่าวว่า ชุมชนและหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลหลุบกำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านมลภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาน้ำเน่าเสีย ฝุ่นละออง แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ที่เป็นสาเหตุในการระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะไข้เลือดออก และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการรณรงค์การรักษาความสะอาด พัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน และบ้านเรือนของประชาชนให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีสุขอนามัยในครัวเรือน ซึ่งกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหลุบ จึงได้ร่วมกับผู้นำชุมชน และสถานศึกษาจัดโครงการถนนหน้าบ้านน่ามองขึ้น เพื่อปลุกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ สร้างเสริมความสามัคคี โดยเฉพาะการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาเมืองให้ตำบลหลุบน่าอยู่ หน้าบ้านน่ามองต่อไป 

อุตฯรุกแก้ปัญหากากขยะครบวงจร

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบและครบวงจรทั่วทั้งประเทศ ซึ่งล่าสุดผมได้มีบันทึกด่วนที่สุด สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม และโรงงานรับบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรมทุกประเภท ประกอบด้วย ประเภทโรงงานลำดับที่ 101 โรงบำบัดน้ำเสีย/ของเสียรวม เตาเผาขยะ ประเภทโรงงาน 105 โรงงานคัดแยกและฝังกลบ และประเภทโรงงาน 106 โรงงานรีไซเคิลขยะ โดยเฉพาะโรงงานประเภท 101 105 106 ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ รง.4) แล้ว แต่ยังไม่แจ้งเปิดดำเนินกิจการตามกำหนด หรือมิได้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตฯ โดยได้ส่งแบบฟอร์มเอกสารการตรวจสอบให้ ทั้งนี้ให้รายงานผลให้ทราบภายในวันที่ 30 เมษายน 2557

“การลงพื้นที่ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงงานกำจัดขยะ จำนวน 1,855 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โรงงานปรับคุณภาพของเสีย 141 แห่ง โรงคัดแยกหรือฝังกลบ 1,268 แห่ง โรงงานรีไซเคิลขยะ 446 แห่ง และดูถึงขีดความสามารถในเบื้องต้นว่า มีเครื่องจักรและคนงานหรือไม่ แจ้งประกอบกิจการแล้วเปิดดำเนินกิจการตามใบ รง.4 หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่โรงงานที่สร้างปัญหาให้แก่สังคมจะพบว่ามีปัญหาตั้งแต่เรื่องใบอนุญาต รง.4 และไม่ทำตามกฎหมาย ซึ่งหากพบผู้ประกอบการรายใดกระทำผิดก็จะส่งดำเนินคดี มีโทษปรับ 2 แสนบาท จำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังต้องการสำรวจปริมาณของกากขยะอุตสาหกรรมในประเทศ ให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานในการกำกับดูแลโรงงาน และวางระบบการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม นำเข้าสู่ระบบที่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด” นายวิฑูรย์ กล่าว

รัฐรุกธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวง เปิดตัวโครงการ “ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมกระทรวงอุตสาหกรรม” ปี 2557 ให้สาธารณชนได้รับทราบแนวนโยบายการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมภายใต้หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการเข้าร่วมโครงการฯ ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม จาก 54 จังหวัด ซึ่งแนวทางการดำเนินโครงการปี 2557 กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขยายผลการดำเนินงาน ภายใต้ชื่อ “ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการลุ่มน้ำและวางระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม” เพื่อดำเนินการทั้งในพื้นที่เดิมและพื้นที่ใหม่ โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การเริ่มดำเนินการ มีการเปิดเผยข้อมูล การเข้าไปตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การดูแลโรงงานและเฝ้าระวังภาคอุตสาหกรรมให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในภาพรวมต่อไป

ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์จนถึงปัจจุบัน จำนวน 1,250 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.75 ของจำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งมีสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ และผ่านเกณฑ์ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม นับเป็นตัวอย่างของการทำงานแบบบูรณาการอย่างแท้จริงระหว่าง 3 ภาคส่วนสำคัญ ทั้งจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน นอกจากนี้ ตั้งเป้าว่าจะให้หลักการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมได้มีการขยายผลไปสู่การปฏิบัติในสถานประกอบการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำไปบูรณาการให้เข้ากับแนวทางปฏิบัติต่างๆ ซึ่งการนำระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมไปใช้ในสถานประกอบการได้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะเป็นหลักประกันให้องค์กรสามารถอยู่ร่วมกันกับสังคม และชุมชนได้อย่างยั่งยืน 

กปน.จับมือกรมชล แก้ปัญหาน้ำเค็ม ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณลดลงและมีความเค็มมากขึ้นว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาอย่างมาก จากเดิมลิ่มความเค็มจะขึ้นถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดรับน้ำดิบฝั่งตะวันออกของ กปน. เพียงแค่ไม่กี่วัน และมักเกิดในเดือน เม.ย.-พ.ค. แต่ในปีนี้ปัญหาน้ำเค็มรุกมาเร็วเกินคาด ซึ่งเริ่มพบได้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กปน. จึงต้องมีการบริหารจัดการกระบวนการผลิตน้ำประปาใหม่ เช่น หยุดการสูบน้ำดิบเข้าคลองประปา ในช่วงที่ค่าคลอไรด์สูง และรอจนกว่าลิ่มความเค็มจะลดต่ำลงจึงจะทำการสูบน้ำดิบตามปกติ รวมถึงการยกระดับน้ำในคลองประปาให้สูงขึ้น เพื่อสำรองน้ำดิบที่มีค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์นำมาผลิตน้ำประปาให้ได้มากที่สุด

นายธนศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาคือการเพิ่มปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยา โดยนำน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง ไหลผ่านคลองพระยาบรรลือ หรือผ่านคลองท่าสารวังปลา-คลองจระเข้สามพัน เข้าสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ กปน.จะช่วยผันน้ำจากเขื่อนแม่กลอง ผ่านคลองประปาฝั่งตะวันตก-คลองปลายบาง-คลองบางกอกน้อย เพื่อมาผลักดันน้ำเค็มตอนล่างด้วย ส่วนกรมชลประทานจะเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของ กปน. และลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างได้ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการปลูกข้าวรอบใหม่เพื่อให้คนท้ายน้ำสามารถใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เช่นกัน

 

เร่งสร้างสมดุลสัตว์น้ำ ปล่อยปลา จำนวน 5 ล้านตัวลงเขื่อนลำปาว

จังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งสร้างสมดุลให้สัตว์น้ำภายหลังจากประสบกับปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ประชาชนแห่จับปลาไปจำนวนมาก ล่าสุด เครือข่ายประมงจังหวัดจากหลายจังหวัด นำพันธุ์ปลากว่า 5 ล้านตัว ปล่อยลงเขื่อนลำปาว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

กาฬสินธุ์/ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณบ้านพักสุขใจ ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ติดกับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานปล่อยพันธุ์ปลากว่า 5 ล้านตัว เพื่อสร้างสมดุลทางน้ำ โดยการสนับสนุนจากกรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดหนองคาย มีพันธุ์ปลาประกอบด้วย ปลาตะเพียน ปลายี่สกไทย จำนวน 5 ล้านตัว และพันธุ์ปลาบึก จำนวน 199 ตัว มีนายนิคม ปัญจวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และประชาชนในเขตตำบลภูดินกว่า 1 พันคน ร่วมงาน

นายปกรณ์ อุ่นประเสริฐ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การปล่อยพันธุ์ปลาเดิมจะทำกันในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันประมงแห่งชาติ แต่มาระยะหลังทั่วประเทศประกับปัญหาความแห้งแล้ง โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดปัญหาการจับปลานอกฤดู ทำให้สัตว์น้ำลดน้อยลง กรมประมงจึงได้เสนอเอาวันที่ 21 กันยายน เป็นวันประมงแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในช่วงน้ำหลาก ที่จะทำให้ประชาชนไม่สามารถลงจับสัตว์น้ำได้แล้วยังจะทำให้ได้ผลในการปล่อยพันธุ์ปลา และเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการคืนสัตว์น้ำสู่ธรรมชาติได้

4 อำเภอ จ.พะเยา ร่วมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ ทำ MOU หวังสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

4 อำเภอในจังหวัดพะเยา ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ เดินหน้าทำข้อตกลง (MOU) กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หวังสร้างจิตสำนึกและตระหนักในการอนุรักษ์ ป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรม

พะเยา/ นายกฤตภาส ขันทะธงสกุลดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติจำนวนกว่า 200,000 ไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการถูกบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และเข้าทำประโยชน์ โดยเฉพาะบริเวณรอบแนวเขต ซึ่งมีแนวโน้มของความต้องการใช้พื้นที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หากไม่มีแนวทางป้องกันที่ชัดเจนจะทำให้พื้นที่ป่าไม้ได้รับความเสียหาย ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและแหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลายจนเสื่อมสภาพ ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวม เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำแล้ง น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ไฟป่าและหมอกควันรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอให้คงอยู่เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ไว้เป็นมรดกทางธรรมชาติแก่ลูกหลานสืบไป คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดพะเยา จึงมีมติให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการอนุรักษ์ การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างนายอำเภอ 4 อำเภอ ประกอบด้วย พ.จ.อ.นิพันธ์ บุญหลวง นายอำเภอดอกคำใต้, นายเกรียงวิชญ์ ไกรพวิมล นายอำเภอปง, นายภูมิชัย ตะพานแก้ว นายอำเภอเชียงคำ และนายวราดิศร อ่อนนุช นายอำเภอจุน กับหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น องค์กรภาคีด้านการอนุรักษ์ สื่อมวลชน และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้มีประสิทธิภาพเชิงรุกในระดับพื้นที่

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ กล่าวด้วยว่า การจัดทำ MOU ใน 4 อำเภอครั้งนี้ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะประสานความร่วมมือในการคุ้มครองดูแลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้เกิดสัมฤทธิผล มุ่งเน้นในการตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง ยึดถือ ครอบครอง และเข้าทำประโยชน์ รวมถึงการลักลอบตัดแปรรูปไม้และการล่าสัตว์ป่า เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้นและเป็นธรรม ต่อจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและแนวเขตป่าอนุรักษ์ในภูมิประเทศจริง เพื่อให้มีการรับรู้ถึงสถานการณ์ของพื้นที่ป่าไม้ร่วมกัน แล้วจัดทำแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใกล้เคียงให้ชัดเจน โดยขอรับการสนับสนุนการจัดทำหลักเขตและป้ายจากองค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่สำหรับนำไปจัดทำแนวเขตพื้นที่ป่า พร้อมดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงที่ติดเขตป่าทุกแปลง เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามและเฝ้าระวัง ซึ่งมีเป้าหมายที่จะดำเนินการทั้ง 4 อำเภอ รวมระยะแนวเขตประมาณ 300 กิโลเมตรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี

เกาะช้างเปิดโลกพลังงานทางเลือก ชี้ช่องใช้ไฟประหยัด

ตราด/ เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พล.ต.หญิง จรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการ สพพ.1 (สำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง) นายเอนก ทองลอย หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ น.ส.พฤดี สถิตเสถียร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ่างกระป่อง อ.เขาสมิง นายชูวิทย์ สุขสวัสดิ์ รองนายก อบต.ห้วงน้ำขาว ร่วมเสวนาเรื่องทำโลว์คาร์บอน แล้วได้อะไร ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการเปิดโลกพลังงานทางเลือก ตอน “เรียนรู้ นำไปใช้ ได้ประโยชน์”

ตอนหนึ่งของการเสวนา ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า เราต้องการสร้างแบรนด์ใหม่ของ จ.ตราดหลังจากเรามีทรัพยากรธรรมชาติมาก เรามีความเป็นสีเขียว เป็นเมืองกรีนซิตี้ แล้วทำได้อย่างไร ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ของสิ่งแวดล้อม ทางจังหวัดจึงได้ประกาศเป็นนโยบาย และได้ประกาศเป็นนโยบายของจังหวัดและดูแลในเรื่องขยะในครัวเรือนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ขยะครัวเรือน ขยะนำมาหมักเป็นแก๊ส เพื่อลดภาวะโลกร้อน จ.ตราดได้รับการสนับสนุนจาก อพท.ที่มีองค์กรด้านอนุรักษ์สภาวะโลกร้อนจากประเทศเยอรมนีมาให้คำแนะนำและสนับสนุน เพราะต้องการลดโลกร้อน อพท.ดำเนินการได้ดีมาก ที่เกาะหมากได้ลดคาร์บอนมากแล้ว การขับเคลื่อน อปท. ที่ อบต.ห้วงน้ำขาวเป็นต้นแบบ ที่เห็นแล้วว่าจะลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้จริง วันนี้ได้พิสูจน์ว่าไม่ได้แพงอย่างที่คิด
 
พล.ต.หญิง จรัสพิมพ์ ระบุว่า เราเริ่มจากความคิดว่าจะทำให้แหล่งท่องเที่ยว โลวคาร์บอนได้อย่างไร จึงหารือกับ ผู้จัดการโครงการจากเยอรมันที่เป็นผู้จุดประกายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ดำเนินการจบไปแล้ว แต่ที่ทำในขณะนี้เป็นการขยายออกมา ตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนสูง เราจึงต้องร่วมกันในการแก้ปัญหาร่วมกัน จึงคิดเริ่มต้นว่าจะทำอย่างไร ในที่สุด สพพ.1/อพท.จึงเริ่มต้นที่ 4 เรื่องคือ ขยะ พลังงาน น้ำ การดำรงวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม
 
“เราสอนให้ชุมชนนำขยะมาทำเป็นแก๊สหุงต้ม ลองคิดดูว่า น้ำดื่ม 1 แก้ว จะต้องใช้พลังงานเท่าไร จะนำพลังงานมาจากไหน ต้องสอนให้เกิดความเข้าใจก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ ก็นำโซลาร์เซลล์แล้วบอกว่าลดพลังงานมันไม่ใช่ บอกให้เขาคิดว่าจะลดกันอย่างไร เมื่อเข้าใจก็เดินหน้าต่อไป การบอกเขาว่าควรดำรงวิถีชีวิตชุมชนไว้ไม่ใช้พลังงานโดยสิ้นเปลือง เช่น หากจะไปวัดใช้การเดินไปได้หรือไม่ หากไม่ไกลนัก เดินดีกว่าใช้จักรยานยนต์ เพราะประหยัดน้ำมัน ใช้ชีวิตดั้งเดิมไม่ใช้พลาสติก ขยะก็จะลดได้ นี่คือ 4 เรื่องใหญ่ที่ สพพ.1 ได้ทำ และเรามีต้นแบบให้เป็นแบบอย่าง สนง.ใช้ไฟในเวลากลางวันนำแผงโซลาร์เซลล์มาใช้ จะลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก”
 
ขณะที่วิทยากรร่วมอีก 3 คน ที่เป็นต้นแบบในการนำไปใช้ ชี้ว่าการประหยัดไฟฟ้าไม่ใช่แค่การใช้พลังงานทดแทนอย่างเดียว แต่การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้าก็เป็นทางเลือกที่ดี การใช้แผงโซลาร์เซลล์โดยตรงก็สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก หากวันที่มีแสงมากจะสามารถลดพลังงานได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ การปลูกพืชอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีก็ลดคาร์บอนได้ ซึ่งทั้งหมดสามารถลดได้จริงและเป็นแบบในการดำเนินโครงการนี้
 
 

ตรังติวเข้มอาสาพิทักษ์ป่า สร้างจิตสำนึกเป็นรูปธรรม

ตรัง ติวเข้มอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เพื่อสร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์ร่วมกันในการป้องกันรักษาป่าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎรในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม

นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) กรมป่าไม้ และกองทัพภาคที่ 4 จัดโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ขึ้น ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาช่อง จังหวัดตรัง โดยมีผู้เข้าอบรมจำนวน 100 คน ทั้งนี้ เนื่องจากกรมป่าไม้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านการป้องกันรักษาป่า โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นอันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันรักษาป่าให้ดียิ่งขึ้น และสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มในสังคมไทย ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการของการตัดสินใจและวางแผน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ต่างๆ

นายธีระยุทธ เปิดเผยต่อไปว่าสำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดพระราชปณิธาน และความห่วงใยในพสกนิกร ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แก่ราษฎรในพื้นที่ให้มีความเข้าใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมกันดูแลรักษาป่าเพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ

“นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์ร่วมกันในการป้องกันรักษาป่าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎรในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนเพื่อให้ราษฎรผ่านการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและวิธีการอนุรักษ์ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายผลสู่ญาติ พี่น้อง ในครอบครัวต่อไป” นายธีระยุทธ กล่าว

 

ป่าไม้เปิดยุทธการลุยจับนายทุนรุกป่า จ.ภูเก็ต

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ระดมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกหน่วยงานภูเก็ต กระบี่ และพังงา เปิดยุทธการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ในภูเก็ต เอกซเรย์ทุกพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการบุกรุกทั้งของชาวบ้าน และนายทุนในเทือกเขากมลา นาคเกิด และสวนป่าบางขนุน

ภูเก็ต/ นายเชวง ไชยหลาก ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เป็นประธานพิธีเปิดและปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตามยุทธการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ในท้องที่จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2556 โดยมี นายอำนาจ สร้อยเกียว ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ นายภิญโญ พวงจิตร หัวหน้าสวนป่าบางขนุน เจ้าหน้าที่ป่าไม้จากพังงา กระบี่ ภูเก็ต และสายตรวจป่าไม้ 12 สาขากระบี่ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่บริเวณสวนป่าบางขนุน ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นายเชวง ไชยหลาก ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กล่าวว่า การปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการบุกพื้นที่ป่าในครั้งนี้ ได้มุ่งเป้าหมายไปที่การเอกซเรย์พื้นที่ล่อแหลมของภูเก็ต เช่น เทือกเขานาคเกิด เทือกเขากมลา และสวนป่าบางขนุน ซึ่งพื้นที่ป่าเหล่านี้เป็นที่ต้องการของประชาชน และนายทุนในการบุกรุกเพื่อทำสวนยางพารา และ บางแห่งมีการบุกรุกเพื่อสร้างรีสอร์ท เนื่องจากที่ดินในภูเก็ตมีราคาสูง โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ฯ ได้กำหนดยุทธการในการป้องกัน และปราบปรามพื้นที่ของภูเก็ตขึ้น เพื่อออกตรวจสอบกวาดล้างจับกุมผู้บุกรุก และกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ในพื้นที่ล่อแหลมของจังหวัดภูเก็ต โดยแบ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็น 3 ชุด ออกตรวจสอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาคเกิด ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา และสวนป่าบางขนุน คาดหวังว่ายุทธการดังกล่าวจะได้รับความร่วมมือจากประชาชน และสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อร่วมกันรักษาป่าไม้ของภูเก็ตไว้

จากการบุกรุกสวนป่าบางขนุน ได้ดำเนินการมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ขณะที่มีผู้บุกรุกทั้งสิ้น 268 ราย มีอยู่ 17 ราย ซึ่งอยู่ก่อนการประกาศเป็นสวนป่าจะต้องพิสูจน์สิทธิ์ ส่วนที่บุกรุกหลังประกาศเป็นสวนป่านั้น จะดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ต่อไป โดยกรมป่าไม้มีโครงการที่จะทำให้สวนป่าบางขนุน ซึ่งมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ประมาณ 700-800 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และอยู่ในขั้นตอนการศึกษาของกรมป่าไม้

ด้านนายอำนาจ สร้อยเกียว ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ กล่าวว่า จากกรณีที่มีการลักลอบตัดต้นกฤษณาในบริเวณสวนป่าบางขนุนตามที่ได้เป็นข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้นั้น ทางอธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ซึ่งดูแลพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ สนธิกำลังจากทุกหน่วยในพื้นที่ทำการเอกซเรย์พื้นที่ป่าไม้ที่ล่อแหลมต่อการถูกบุกรุกในภูเก็ต ประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา เทือกเขานาคเกิด และสวนป่าบางขนุน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าในภูเก็ตเพิ่มขึ้น

โดยในส่วนของสวนป่าบางขนุนนั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 5,000 กว่าไร่ ได้มีการปลูกป่าทดแทนไปแล้ว 4,800 ไร่ มีประชาชนเข้ามาบุกรุก 268 ราย เนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ที่ผ่านมาได้มีการจับกุมผู้บุกรุกแผ้วถางป่ามาโดยตลอด แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังคงเข้ามาบุกรุกเพื่อปลูกยางพารา

by ThaiWebExpert