ข่าวสด

บางแสนยังอ่วม ที่แท้คราบน้ำมัน


     บางแสน เร่งตรวจสอบคราบน้ำมันเตาคลุมหาด ทำนักท่องเที่ยวแสบ คันคะเยอ แต่ตลอดทั้งวันยังมีลงเล่นน้ำจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุด แม้เทศบาลประกาศเสียงตามสายเตือน ต้องขอความช่วยเหลือโกลาหลกันอีกรอบ ด้าน จนท.ยังระดมกำลังทำความสะอาดเพื่อจัดเก็บคราบน้ำมันออกให้เร็วที่สุด คาดเป็นน้ำมันเตาที่เรือขนส่งสินค้าซึ่งจอดอยู่กลางทะเลปล่อยออกมา ปลัดเทศบาลชี้ยังมีคราบน้ำมันบางส่วนลอยอยู่ในทะเล เตรียมส่งเรือนำสารเคมีไปพ่นทำลายแล้ว แพทย์บอกทางแก้หากน้ำมันเกาะติดร่างกายให้ใช้น้ำมันพืชหรือสบู่ล้างออก ลดอาการระคายเคืองได้

     วันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่บริเวณชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี เกิดมีคราบน้ำมันจำนวนมากลอยเข้ามาถึงบริเวณริมหาด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนหลายร้อยคนที่ลงเล่นน้ำทะเลเกิดอาการคัน แสบและเป็นผื่นแดงที่ผิวหนัง บางรายต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนเนื่องจากเกิดการแพ้มาก
     ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังพบคราบน้ำมันลอยเข้ามาที่ชายหาด และมีนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลทยอยกันมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์การท่องเที่ยว โดยที่ทางเทศบาลเมืองแสนสุขประกาศเสียงตามสายไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แต่ยังมีคนลงไปเล่นน้ำกันจำนวนมาก
     ทั้งนี้ เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาลงพื้นที่ตรวจ ซึ่งพบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันเตา คาดว่าน่าจะถูกปล่อยมาจากเรือขนส่งสินค้าที่จอดอยู่บริเวณกลางทะเล เนื่องจากมีจำนวนมาก ขณะที่เทศบาลเมืองแสนสุขระดมเจ้าหน้าที่ออกทำความสะอาดและจัดเก็บคราบน้ำมัน ออกจากหาดบางแสนให้เร็วที่สุด
     นายศราวุธ รอดอยู่ ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ระบุว่า เช้าที่ผ่านมาได้ระดมพนักงานของเทศบาลจัดเก็บคราบน้ำมันที่ลอยมาติดตามชาย หาด ขณะนี้เหลือคราบน้ำมันเพียงบางจุด แต่ยังมีคราบน้ำมันบางส่วนลอยอยู่ ในทะเล ห่างจากฝั่งราว 100 เมตร ส่วนนัก ท่องเที่ยวยังคงมีเดินทางมาพักผ่อนตามปกติ โดยพบว่ามีคราบน้ำมันมาเกาะตามร่างกาย ซึ่งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้จัดตั้งจุดล้างคราบน้ำมันและจ่ายยาแก้ผื่น คัน
     "เทศบาลประกาศเสียงตามสายให้นักท่องเที่ยวโปรดระมัด ระวังในการลงเล่นน้ำ โดยเฉพาะเด็กๆ อย่าลงเล่นน้ำ เพราะอาจเกิดอาการแพ้และมีผื่นคัน ส่วนคราบน้ำมันที่พบในครั้งนี้ ได้ให้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเก็บตัวอย่างไปพิสูจน์อีกครั้ง ส่วนคราบน้ำมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลจะนำเรือนำสารเคมีไปพ่นทำลายคราบ น้ำมัน คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองแสนสุขไปแจ้งความที่ สภ.แสนสุข เพื่อติดตามผู้กระทำผิดปล่อยน้ำมันลงทะเลมาดำเนินคดีด้วย" นายศราวุธกล่าว
     วัน เดียวกัน นพ.สุริยา โปร่งน้ำใจ ผู้ช่วย ผอ.ฝ่ายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำแล้วมีคราบน้ำมันมาเกาะติดตามร่างกายให้รีบใช้ น้ำมันพืชล้างออก และใช้สบู่ล้างจะช่วยลดอาการระคายเคืองได้

ชาวกาญจน์โวยรง.ทองแดง

   เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ชาวบ้านหมู่ 10 ต.หนองนกแก้ว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี กว่า 100 คน เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระงับการก่อสร้างโรงงานหลอมทองแดง-ทองเหลือง ของบริษัท ทีซีซี หนองนกแก้ว จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนสายห้วยกระเจา-เลาขวัญ หมู่ 6 ต.หนองนกแก้ว อ.เลาขวัญ เนื่องจากชาวบ้านเกรงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ รวมทั้งสุขภาพของชาวบ้านและบุตรหลานในอนาคต ก่อนตัวแทนชาวบ้านเข้าประชุมร่วมกับนายสุรยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี นายชาญวิทย์ ศุภกิจจานุสรณ์ นายอำเภอเลาขวัญ โดยตัวแทนชาวบ้านอธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้สร้างโรงงาน
   ส่วนนายสุรยันต์กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงพบโรงงานดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ยังไม่ก่อสร้างโรงงาน เพียงแค่เริ่มต้นปรับพื้นที่เตรียมการก่อสร้างเท่านั้น และหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จต้องติดตามตรวจสอบโรงงานดังกล่าวว่ามีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมกันอย่างต่อเนื่อง หากมีการทำผิดขั้นตอนและไม่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หรืออาจถูกสั่งปิดโรงงานไปเลยก็ได้ แต่เพื่อความสบายใจของประชาชน จะประสานให้เจ้าของโรงงานมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนครั้งหนึ่ง คาดรู้ผลการนัดหมายภายใน 15 วัน 

ปภ. รายงานคุณภาพอากาศภาคเหนืออยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ลำปาง-แพร่ ต้องเฝ้าระวังฝุ่นละออง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10 ) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 13 – 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ผ่านมามากนัก  โดยพื้นที่จังหวัดลำปางและแพร่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่ง ปภ. ได้ประสานจังหวัดภาคเหนือคุมเข้มมิให้มีการเผาในพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาทุกชนิด เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองหมอกควันในอากาศ ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดวิกฤตหมอกควันในพื้นที่

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศของ 9 จังหวัดภาคเหนือกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง

ขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 13 - 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ผ่านมามากนัก โดยพื้นที่ที่ตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้สูงสุด ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง จังหวัดลำปาง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 96 ) รองลงมา ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดแพร่ มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 93 ) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสบปาด จังหวัดลำปาง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 101 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 88) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือคุมเข้มมิให้มีการเผาอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยควบคุมสถานการณ์มิให้รุนแรงจนถึงขั้นวิกฤต รวมถึงบูรณาการทุกภาคส่วนสนธิกำลังในการระดมวัสดุอุปกรณ์ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน 
 
สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย  อาจทำให้เจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปาก และจมูก เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มปริมาณหมอกควันในอากาศ เช่น เผาขยะ จุดธูปเทียนสูบบุหรี่ เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

โค่นไม้พะยูง100ปีป่าร้อยเอ็ด


   เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระเดช เลขะวรกุล ผกก.สภ.ธวัชบุรี นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ นายอำเภอธวัชบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ป้องกันจังหวัดร้อยเอ็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่สำรวจป่าสาธารณประโยชน์ ภายในค่ายลูกเสือพลาญชัย ซึ่งมีไม้พะยูงกว่า 40 ต้น อายุประมาณ 50-100 ปี หลังถูกขบวนการค้าไม้บุกตัดไปกว่า 10 ต้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ต้นพะยูงอายุกว่า 100 ปี เพิ่งถูกลักลอบตัดไป ซึ่งตำรวจเร่งเข้าตรวจสอบ แต่คนร้ายหลบหนีไปได้
   พ.ต.อ.วีระเดชกล่าวว่า กลุ่มคนที่ลักลอบตัดไม้พะยูงค่อนข้างมีความชำนาญระดับมืออาชีพและขบวนการใหญ่ โดยใช้วิธีตัดไม้ไว้และลำเลียงออกมาด้วยรถเข็น เบื้องต้นพบความเสียหายแล้วกว่า 40 ไร่ และมีต้นพะยูงถูกตัดโค่นไปแล้ว 10 ต้น รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ถ้าถูกส่งขายนอกประเทศมูลค่าจะเพิ่มมากขึ้นถึง 100 ล้านบาท จึงสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราตามแนวชายแดน
   ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการให้ผกก.สภ.ธวัชบุรี จัดกำลังตำรวจมาดูแลพร้อมเสนอว่าน่าจะเก็บต้นพะยูงที่ถูกตัดดังกล่าวไว้ที่เดิม เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและนักท่องเที่ยวได้มาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับไม้พะยูง จนกว่าจะหาข้อยุติได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ชาวแปดริ้วโวยรง.ยางส่งกลิ่น

ผู้เขียน: 
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านจาก 4 ตำบล ในเขต อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา และเด็กนักเรียนร.ร.วัดคลองสอง รวม 300 คน รวมตัวกันประท้วงที่ปากทางเข้าโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ ของบริษัท บางกอกไทน์ รีไฟล์เนอร์ จำกัด ริมถนนสายบ้านโป่งนกเป้า-ลาดกระทิง ม.9 ต.หัวสำโรง อำเภอแปลงยาว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการเผายางรถยนต์ของบริษัทดังกล่าว
     ตัวแทนชาวบ้านเผยว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการของโรงงานรีไซเคิล เผายางรถยนต์ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง คือ ของบริษัท บางกอกไทน์ รีไฟล์เนอร์ จำกัด และบริษัท เอส.พี.รีไฟเนอรี่ จำกัด มานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงที่ออกจากโรงงานลอยไปตามกระแสลม ซึ่งมีกลิ่นเหม็นของการเผายางรถยนต์และกลิ่นก๊าซเน่า บางรายอาการหนักต้องถูกส่งไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัด จึงต้องการให้หน่วยงานราชการเข้ามาแก้ไขโดยด่วน
     ต่อมา นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายชัยกมล พรหมทอง หัวหน้าฝ่ายโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นายวุฒิศักดิ์ สิงหเดโช นายอำเภอแปลงยาว เข้าพบกับกลุ่มของชาวบ้าน ก่อนที่จะเข้าไปประชุมผู้เกี่ยวข้องภายในโรงงาน และตรวจสอบขบวนการผลิต เบื้องต้นพบว่าอาจเป็นต้นตอของปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้าน อุตสาหกรรมจังหวัดจึงสั่งให้ปรับปรุงใหม่ภายใน 15 วัน

 

ชาวแพร่ต้านเขื่อนยมบน-ยมล่าง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ชาวบ้านต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 300 คน รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอสอง เพื่อเตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนยมบน-ยมล่าง ให้กับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ และประธาน กบอ. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS ต.ทุ่งโฮ้ง โดยมีนาย อภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.แพร่ เดินทางเจรจาให้ชาวบ้านยุติการเดินทาง และยื่นข้อเสนอว่าจะยกระดับเหล้าสะเอียบเพื่อส่งออก และแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ชาวบ้านจึงรับข้อเสนอ ก่อนยื่นหนังสือให้นายอภิชาติส่งต่อให้นายกรัฐมนตรี และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายสมมิ่ง เหมืองร้อง แกนนำกลุ่มคัดค้านการสร้างเขื่อนยมบน-ยมล่าง กล่าวว่า คำถามที่พี่น้องชาวสะเอียบถาม คือ ไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้นเลยได้หรือไม่ แต่พัฒนาต.สะเอียบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แก้ปัญหาเรื่องน้ำ ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ถ้าเป็นอย่างที่ผู้ว่าฯ รับปาก คือ จะสร้างอ่างแทนเขื่อน ไม่ย้ายพี่น้องสะเอียบ หรือทำให้ชาวสะเอียบได้รับผลกระทบจริง ชาวบ้านก็พอใจและรับข้อเสนอ 

ด้านนายปลอดประสพกล่าวว่า หากเป็นความต้องการของคนแพร่ ตนก็จะสร้าง เพราะเขื่อนยมบน-ยมล่าง แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวร และทำให้ชาวแพร่มีน้ำตลอดปี สามารถพึ่งพาน้ำทางการเกษตรได้ ทั้งนี้เขื่อนยมบน-ยมล่างอยู่ในที่หลีกประชาชนแล้ว ไม่มีใครเดือดร้อน ซึ่งจะทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 6 พ.ย. และเปิดให้ประชาชนเข้าร่วม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนดำเนินการ ตนเป็นคนรอรับผลอีกที ซึ่งหากเจ้าบ้านบอกว่าไม่ต้องทำ รัฐบาลก็ไม่ต้องทำ จะสร้างหรือไม่สร้าง ขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน

 

 

กระทิงเขาแผงม้า บนเขาใหญ่มรดกโลก ลิ้นจุกปากตายปริศนา

วันนี้ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊กของสมาชิกชื่อ Loongchoke Unclechoke Garden ได้โพสต์ภาพวัวกระทิงที่เสียชีวิตสภาพลิ้นจุกปาก พร้อมเขียนข้อความว่า "สูญเสียอีกครั้งสำหรับทรัพยากรสัตว์ป่าเป็น"กระทิง"เพศผู้ตายในไร่ชาวบ้านคลองทราย ต.วังน้ำเขียวอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา"

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มอนุรักษ์เขาแผงม้า ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านจึงลงไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่มีบาดแผล สันนิษฐานการตายได้ 3 สาเหตุ 1.ป่วยตายตามธรรมชาติ 2.เกิดจากสารเคมีเกษตรที่ชาวบ้านฉีดพืชผลเกษตร 3.เกิดจากกินใบหรือยอดมันสำปะหลัง เพราะในใบมันสำปะหลังมีสารไซยาไนด์ ทั้งนี้ได้มีชาวสังคมออนไลน์แสดงทรรศนะและแชร์ภาพ-ข้อความจำนวนหลายสิบข้อความ โดยส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วงสัตว์ป่า
 
ด้าน นายกฤษา หอมสุด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก (พื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครราชสีมา จ.นครนายก และจ.สระบุรี) กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์จากเจ้าหน้าที่แล้ว ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบว่ากระทิงตายมาจากเหตุใด อาทิ ถูกยิงมาจากที่ไหนหรือเสียชีวิตเองพร้อมกับให้ทางปศุสัตว์ตรวจสอบและได้แจ้งความไว้เป็นเบื้องต้นที่พบสัตว์ป่าตายนี้     
 
ในเบื้องต้นในส่วนของชาวบ้านในพื้นที่ พบว่าไม่มีปัญหาติดใจในเรื่องกระทิงที่ตายนี้ เนื่องจากในป่าดังกล่าวมีกระทิง จำนวนมากการเจ็บป่วยตายเป็นเรื่องปกติ  แต่ก็ต้องรอฟังผลจากปศุสัตว์สาเหตุจากการตายปกติหรืออย่างไรต่อไปเช่นกัน
 
  

เรือกรีนพีซปักรั้วทะเลประจวบฯ

ภาพ เรือเอสเพอรันซา (http://www.mcot.net)
 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. น.ส.ศิรสา กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านจาก 14 ชุมชน รวม 200 ลำ ร่วมกันปักเขตแนวรั้วทะเลเพื่อประกาศเป็น "เขตอนุรักษ์ทางทะเล" ห้ามเครื่องมือประมงทำลายล้างรุกล้ำทำประมง

กิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เป็นการรวมพลังของเรือประมงพื้นบ้านสร้างรั้วทะเล เป็นแนวยาวร่วม 60 กิโลเมตรจากชายฝั่ง 3 ไมล์ทะเล บริเวณแนวเขตอนุรักษ์ทางทะเล ซึ่งเป็นเขตที่กำหนดให้ทำประมงได้เฉพาะประมงพื้นบ้านขนาดเล็กของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของไทยที่สามารถเรียกร้องขยายเขตอนุรักษ์จาก 3,000 เมตร เป็น 3 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 5,400 เมตร ได้สำเร็จ และประกาศเป็นกฎหมายเขตอนุรักษ์ทางทะเลของ 
จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

สำหรับเรือเอสเพอรันซาอยู่ระหว่างการเดินทางรณรงค์ในโครงการ "ฟื้นชีวิตทะเลไทย กับเรือเอสเพอรันซา" ในประเทศไทย เพื่อเรียกร้องต่อภาครัฐให้มีการแก้ปัญหาวิกฤตทะเลไทย เรือเอสเพอรันซามีกำหนดการรณรงค์ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 15-30 มิ.ย. โดยเดินทางออกจาก จ.สงขลา ไปยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะสิ้นสุดการเดินทางที่กรุงเทพฯ จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังประเทศฟิลิปปินส์ 

'สกว.'พัฒนาโจทย์วิจัยสู่อาเซียน แนะปั้นคนรุ่นใหม่-เน้นยุทธศาสตร์3เสาหลัก

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7938 ข่าวสดรายวัน

ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผอ.สถาบันรามจิตติ หัวหน้าโครงการจับกระแสความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กและเยาวชน (INTREND) กล่าวในการเสวนา เรื่อง 'จับกระแสการเตรียมคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาเซียน : วางทิศคิดทางประเทศไทย' ว่า ไทยเรายังมีปัญหาพื้นฐานทั้งในเรื่องโอกาสและคุณภาพการศึกษา โดยยังมีเด็กด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษานับล้านคน กลายเป็นแรงงานที่ด้อยคุณภาพ ขาดโอกาสการพัฒนา คุณภาพการศึกษาโดยรวมก็ยังตกต่ำ จากการขาดกำลังครูและปัจจัยสนับสนุนที่มีคุณภาพและทั่วถึง ส่วนการเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตนอยากเน้นยุทธศาสตร์เชิงประเด็นที่สำคัญๆ และมีผลกระทบสูงเพื่อตอบโจทย์สามเสาหลักอาเซียน โดยในเสาหลักด้านสังคมวัฒนธรรม อยากเน้นมากเพราะเป็นรากฐานความเข้มแข็งของประชาคมระยะยาว อยากให้รัฐส่งเสริมการศึกษาเพื่อความเข้าใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการวิจัยที่จะพัฒนาทักษะการคิดเด็ก ส่วนเชิงเนื้อหาควรเน้นประเด็นการค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เด็กจับต้องได้

ส่วนเสาหลักทางเศรษฐกิจตนอยากเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งในกลุ่มอายุวัยเรียนและแรงงานนอกกลุ่มอายุวัยเรียนอีกหลายสิบล้านคน อาศัยกลไกสถาบันอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน การศึกษานอกระบบเป็นสำคัญ โดยให้ท้องถิ่นร่วมสนับสนุนและรับประโยชน์ที่เกิดขึ้นร่วมกับเพื่อนบ้าน ส่วนเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคงตนขอให้เน้นเรื่องการเคารพในพันธสัญญาหรือข้อปฏิบัติที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะพันธสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

ด้าน ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รอง ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า เวทีเสวนาครั้งนี้ตั้งโจทย์การสร้างกำลังคนที่มีหลายประเด็นที่ท้าทายยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องมิติสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กรุ่นใหม่จำต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมอาเซียน ซึ่งหลังจากวันนี้ สกว.จะนำข้อคิดเห็นไปพัฒนาโจทย์วิจัยเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป

ยุบรวมกรม ป่าไม้-อุทยาน

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7895 ข่าวสดรายวัน

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปรวมกับกรมป่าไม้) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรฯพิจารณาเห็นว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริม และทำนุบำรุงทรัพยากรป่าไม้ มีลักษณะงานที่ซ้ำซ้อนและมีพื้นที่รับผิดชอบบางส่วนทับซ้อนกัน มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้อย่างเดียวกัน จากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่าเกิดปัญหาในการบริหาร ทั้งในด้านนโยบาย วิชาการ บุคลากร และการบังคับใช้กฎหมาย เป็นเหตุให้ระบบการบริหารงานและการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศมีเอกภาพและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สมควรรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับกรมป่าไม้ เป็น 'กรมป่าไม้'

นายศักดา นพสิทธิ์ เลขานุการรมว.ทส. กล่าวว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีลักษณะงานที่ซ้ำซ้อน มีภารกิจที่ใกล้เคียงกันทั้งด้านการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริม และทำนุบำรุงทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งในบางพื้นที่รับผิดชอบก็ทับซ้อนกัน แต่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายด้านป่าไม้อย่างเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเกิดปัญหาทั้งด้านบริหาร นโยบาย บุคลากร การบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นเหตุให้ระบบการบริหารงาน และการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ เกิดความล่าช้าในการติดต่อประสานงาน

'เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศมีเอกภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล จึงเห็นควรโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมเป็นกรมป่าไม้ ซึ่งในการประชุมครม.ครั้งนี้ เป็นเพียงการลงความเห็นเชิงหลักการบริหาร ยังไม่ได้คัดสรรว่าใครจะดำรงตำแหน่งอธิบดี ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาต่อไป

นายศักดากล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องตีความ และยกร่าง เพื่อตรวจสอบว่าการยุบรวมของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะทำได้หรือไม่ อย่างไร หลังจากนั้นก็ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพลเรือนพิจารณา และไปที่สำนักงานพัฒนาระบบราชการ และสำนักงบประมาณ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกระยะ ซึ่งก็ไม่น่าจะนานมาก นับจากนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯก็จะต้องไปให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเหล่านี้ สำหรับดำเนินการเตรียมการเพื่อที่จะยุบรวมทั้ง 2 กรมเข้าด้วยกัน

นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การโอนย้ายอำนาจหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯรวมกับกรมป่าไม้ ถือเป็นเรื่องที่ดี มีความเหมาะสม เพื่อความเป็นป่าไม้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องแยกแยะว่าพื้นที่ใดคือป่าสงวน หรือป่าอนุรักษ์ ให้เข้าใจเหมือนกันว่าป่าเป็นป่า หรือหากเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็ไม่ต้องมาตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมใด ทุกพื้นที่คือป่าไม้ที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ ปกป้องดูแลเอาไว้ แม้กระทั่งจุดบริการประชาชนเกี่ยวกับป่าไม้ ซึ่งต่อไปจะต้องมีหน่วยงานเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่นเป็นป่าไม้อำเภอ ป่าไม้จังหวัด โดยที่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ต้องมาติดต่อประสานงานที่กรมป่าไม้ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แต่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับป่าไม้ได้ตามหน่วยงานระดับท้องถิ่นได้เลย

'ในส่วนของการประสานงานต่างๆ รวมกัน ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาใดๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารการจัดการ ซึ่งสถานที่ตั้งทั้ง 2 กรมก็อยู่ใกล้กัน ความรู้ด้านวิชาการต่างๆ ก็สามารถผนวกเข้าด้วยกัน ปัญหาเรื่องการขาดกำลัง คนก็จะมีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปกป้อง ดูแลทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างแน่นอน' อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

by ThaiWebExpert