ข่าวสด

ระทึกสารเคมีโรงงานในเครือเอสซีจีระยองบึ้มดังสนั่น พนักงานหนีตายจ้าละหวั่น

     เวลา 19.00 น.วันที่ 20 พ.ค.  พ.ต.ท.เอนก สระทองอยู่  สวป.สภ.สาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจังว่าเกิดเหตุถังบรรจุสารเคมีระเบิดภายในบริษัทไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด บริษัทในเครือเอสซีจี จำกัด(มหาชน) ริมถนนสุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกับประสานไปยังหน่วยดับเพลิงเทศบางเมืองมาบตาพุด แล้วรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบมีพนักงานจำนวนมากมายืนออกันอยู่ที่หน้าทางเข้าบริษัทเอสซีจี จำกัด(มหาชน)แต่มีเจ้าหน้าที่มากันไม่ยอมให้เข้าไปตรวจสอบ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเมื่อมองเข้าภายในพบมีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาจำนวนมาก
     ต่อมานายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองผจก.บริษัทไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด ในเครือเอสซีจี ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเกิดจากแรงดันเกินมาตรฐานภายในถังเก็บสารเอ็มเอ็มเอ หรือสารที่ใช้ผลิตสีทาบ้าน จนทำให้วาวน์รับแรงดันเกินมาตรฐานจึงระเบิดออกมา แต่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะในช่วงที่เกิดระเบิดไม่มีพนักงานในบริเวณดังกล่าว และขณะนี้สามารถควบคุมกลุ่มควันและเปลวไฟได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเกิดความเสียหายจุดได้บ้าง ซึ่งได้ใช้เวลาในการสกัดเพลิงประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นตัองรอการตรวจสอบอย่างละเอียดกครั้ง
     จากการสอบถามพนักงานที่ทำงานอยู่ในช่วงที่เกิดเหตุได้กล่าวว่า ขณะกำลังทำงานอยู่ภายในโรงงานตามปกติก็ต้องตกตะลึงสุดขีดกับเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับเสียงเตือนภัยดังขึ้นทุกคนต่างก็รีบวิ่งออกจากที่ทำงานออกมาอยู่ริมถนนหน้าโรงงานเพราะกลัวจะได้รับอันตรายและอาจมีการระเบิดต่อเนื่อง พนักงานร่วมร้อยคนอยู่ในอาการที่ตกตะลึงบางรายถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ 

ปทุมฯ เร่งดับเพลิงไหม้บ่อขยะ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายเฉลิมพล มั่งคั่ง นายอำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี ออกตรวจดูบ่อขยะที่เกิดไฟลุกไหม้ บริเวณหมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา เนื้อที่กว่า 20 ไร่ ซึ่งเป็นที่เก็บขยะของเทศบาลเมืองลาดสวาย พบกลุ่มควันยังคงพวยพุ่งเป็นบริเวณกว้าง โดยเจ้าหน้าที่ต่างระดมฉีดน้ำดับอย่างต่อเนื่อง เพราะกลัวชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงจะได้รับผลกระทบ

ด้านนายเฉลิมพล เจษฎางกูล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลาดสวาย กล่าวว่า สั่งการให้รถดับเพลิงฉีดน้ำไว้ตลอดเวลา พร้อมให้ใช้รถแบ๊กโฮเข้ามาเสริมในการขุดขยะที่ไฟลุกไหม้พลิกขึ้นมาใหม่และฉีดน้ำดับไฟไปด้วย นอกจากนี้ยังจัดกำลังเฝ้าระวังเพลิงลุกลามตลอด 24 ชั่วโมงในบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจบ้านใกล้เคียงในชุมชนแล้ว หากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ได้รับผลกระทบทางเทศบาลเตรียมที่พักพร้อมให้แพทย์มาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการพลิกขยะกลับคืนขึ้นมาดับไฟอีก 3 วัน 

 

ประมงมหาชัยโวย พิษเรือน้ำมันล่ม ฟาร์มปู-กุ้งอ่วม

วันที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2557 เ

พิษเรือบรรทุกกากน้ำมันล่ม คราบลอยฟ่องปากอ่าวมหาชัย ผู้ว่าฯ สั่งเร่งกู้ด่วน-พร้อมฉีดสารกำจัดทิ้งเผยขนกากน้ำมันมา 6 หมื่นลิตร ส่งไปรีไซเคิลในกทม.-สระบุรี ระบุเรือรั่ว-น้ำเข้าทางห้องเครื่อง ชี้เริ่มกระทบชายฝั่ง-สัตว์ทะลมีน้ำมันติดตามตัว ทั้งหอย-กุ้ง-ปู เร่งถกหามาตรการป้องกัน เอ็นจีโอเผยเริ่มกระทบประมงหนัก คราบน้ำมันเหนียวหนืดลอยเกลื่อน จี้รัฐเร่งแก้ไข-เอาผิดเจ้าของเรือ ตร.ลุยดำเนินคดีทั้งอาญา-แพ่ง

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผวจ.สมุทรสาคร ลงเรือตรวจการณ์ของกรมทรัพยากรทางทะเล เพื่อออกติดตามสถานการณ์เรือบรรทุกกากน้ำมันจม บริเวณปากอ่าวมหาชัย ห่างจากหมู่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร ไปประมาณ 4 ก.ม. ก่อนพบเรือของกรมเจ้าท่า นำโดยนายสุรชัย บุรพานนทชัย ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร กำลังให้เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นสารลดแรงตึงผิวลงบนพื้นผิวทะเลที่มีคราบน้ำมันลอย อยู่ นอกจากนี้ห่างไป 20 เมตร มีเรือบรรทุกกากน้ำมันกำลังพยายามกู้เรือบรรทุกกากน้ำมันที่จมอยู่ โดยนำลูกยางมาล้อมรอบกั้นไม่ให้คราบน้ำมันกระจายลอยออกไปบริเวณด้านนอก

นายสุรชัยกล่าวว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย บรรทุกกากน้ำมันประมาณ 6 หมื่นลิตร โดยกากน้ำมันเหล่านี้เรือลำที่เกิดเหตุได้รับมาจากเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ ก่อนมุ่งหน้าเข้าเทียบท่าที่ จ.สมุทรสาคร แล้วนำกากน้ำมันทั้งหมดถ่ายไปขึ้นรถบรรทุก จากนั้นนำไปส่งให้บริษัทรีไซเคิลในกรุงเทพฯ และ จ.สระบุรี เพื่อรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ จากการสอบถามลูกเรือที่มีอยู่ 5 คน บอกเพียงว่า สาเหตุที่เรือจมลง เพราะมีน้ำเข้าห้องเครื่อง เมื่อเห็นเรือกำลังจะจมจึงปิดวาล์วน้ำมัน จากนั้นประสานไปยังบนฝั่ง เพื่อแจ้งให้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีเรือจากบนฝั่งมาช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 5 คน ได้อย่างปลอดภัย

นาย สุรชัยกล่าวอีกว่า ส่วนวิธีการกู้เรือบรรทุกกากน้ำมันที่จมนั้น ต้องใช้ถังน้ำมันเปล่าใส่เข้าไปในห้องเครื่อง เพื่อให้ถังน้ำมันเปล่าเข้าไปแทนที่น้ำ จากนั้นเรือจะเบาและยกตัวลอยขึ้นมาได้เอง สำหรับปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลออกมานั้นยังไม่สามารถประเมินได้ คงต้องรอให้กู้เรือขึ้นมาก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถกู้เรือได้เสร็จสิ้นในเร็ววันนี้

ด้านว่า ที่ร.ต.ท.อาทิตย์กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์เห็นว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทะเลบริเวณจุดที่เรือจมนั้น ไม่รุนแรงมากนักและกรมเจ้าท่านำสารลดแรงตึงผิวมาฉีดพ่นจนเกือบเข้าสู่ภาวะ ปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ บริเวณชายฝั่งทะเลตรงปากคลองประมง เนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดมีลมพัดเข้าหาฝั่ง ทำให้คราบน้ำมันลอยเข้าไปชายฝั่งทะเล ซึ่งชาวบ้านทำประมงชายฝั่งกันจำนวนมาก เช่น ฟาร์มหอยแมลงภู่ หอยสองฝาและเลี้ยงปูทะเลในกระชัง ในส่วนนี้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.พันท้ายนรสิงห์ และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบเร่งสำรวจรายชื่อชาวประมงและความเสีย หายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับเจ้าของเรือต่อไป ส่วนในแง่การป้องกันเหตุระดับจังหวัดจะเรียกประชุมคณะกรรมการ เพื่อวางมาตรการแก้ไข

พ.ต.ท.ทวีป เงินดี สารวัตรเวร สภ.โคกขาม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจากผู้ใหญ่บ้านว่า มีเรือบรรทุกกากน้ำมันจมบริเวณปากอ่าวมหาชัย จึงติดตามเจ้าของเรือมาสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวประมงชาย ฝั่ง

ขณะที่นายวรพล ดวงล้อมจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน เผยว่า ชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายฝั่งทราบตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาว่ามีเรือจมบริเวณปากอ่าวมหาชัย แต่ไม่คิดว่าเป็นเรือบรรทุกกากน้ำมัน กระทั่งช่วงเช้าของวันนี้มีชาวบ้านพบคราบน้ำมันเป็นก้อนสีดำลอยบริเวณปาก คลองประมง และปูทะเลที่อยู่ในกระชังมีคราบน้ำมันจับตามตัว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษต้องรีบตรวจสอบว่าคราบน้ำมันกระจายไปถึงไหนแล้วและรีบดำเนิน การแก้ไข เพราะหากรุนแรงมากหรือแก้ไม่ถูกหลักจะใช้เวลานาน เนื่องจากจุดที่เรือล่มเป็นทะเลโคลนและปากแม่น้ำ เวลาวางบูมล้อมคราบน้ำมันและฉีดสารเคมีจะทำให้น้ำมันเกาะตัว และตกใต้น้ำ ทำให้สัตว์น้ำจะได้รับผลกระทบ

ด้านนายวรพล ดวงล้อมจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าคราบน้ำมันลอยกระจายไปกระทบพื้นที่ชายฝั่งสมุทรสาคร บางขุนเทียน ปากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก บริเวณแหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ แต่ยังไม่พบสัตว์น้ำลอยตาย มีเพียงสัตว์น้ำบางชนิดที่มีคราบน้ำมันติดตามตัว เบื้องต้นประสานเครือข่ายให้รีบแจ้งเข้ามาหากพบสิ่งผิดปกติ

รณรงค์ลดพลาสติก ชวนใช้ถุงผ้าใส่ยาลูก

  ในโอกาสปีพ.ศ.2557 ครบรอบ 72 ปี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ได้สนับสนุนให้ทุกหน่วยงานจัดกิจกรรมดูแลสังคม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก) เลือกการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ "ลด ละ เลิก" ใช้ถุงพลาสติกภายใต้โครงการ "ชวนใช้ถุงผ้า ใส่ยาลูกกลับบ้าน"
  
พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี บอกว่า การใช้ถุงพลาสติกใส่ยาให้กับผู้ป่วยเป็นเรื่องที่หน่วยงานเภสัชกรรมของสถาบันให้ความสำคัญว่า สถาบันจะช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้ เด็กๆ มาร.พ.จะได้รับยาเป็นขวดมาก หลายคนต้องได้ 2-3 ถุง หรือบางทีใส่ซ้อนเพื่อกันยาแตก
 
พบว่าจากคนไข้ผู้ป่วยนอกปีละไม่ต่ำกว่า 370,000 ราย ผู้ป่วยในอีกกว่า 17,000 ราย สถาบันต้องใช้ถุงพลาสติกประมาณ 4,000 กิโลกรัมต่อปี ประมาณ 200,000 บาท ถุงพลาสติกแต่ละใบต้องใช้เวลาในการย่อยสลาย 450 ปี ถ้าลดปริมาณหรือหยุดการใช้ถุงพลาสติกได้ทั้งหมด สถาบันก็จะเป็นหนึ่งองค์กรที่ร่วมด้วยช่วยกันในการคืนสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมได้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อถุงพลาสติกของสถาบันมาใช้เพื่อการดูแลรักษาให้กับเด็กๆ แทน
 
ภญ.วิภาจรี นวสิริ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัช กรรม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หัวหน้าโครงการรณรงค์ เผยว่า หน่วยงานเภสัชกรรมได้ริเริ่มและมีความพยายามในการรณรงค์การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก มาตั้งแต่พ.ศ.2552 คือ โครงการ "ถุงผ้าใส่ยา ลดองศาโลกร้อน" และ "ถุงม่วงห่วงโลก" เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ถุงผ้าใส่ยาให้กับผู้ป่วย โดยรณรงค์กับผู้ปกครอง แต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดี
 
ในโอกาสกรมการแพทย์ครบ 72 ปี สถาบันจึงเห็นว่าเพื่อประโยชน์กับสถาบัน ที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อถุงพลาสติก ประโยชน์กับพ่อแม่ผู้ปกครองในการได้เรียนรู้และปลูกผังเรื่องดีๆ ให้กับลูก และประโยชน์กับสังคมโลก โดยเริ่มมีเป้าหมายในโอกาสร.พ.เด็กครบ 60 ปี ในวันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันสำคัญที่สถาบันจะประกาศการไม่ใช้ ถุงพลาสติกใส่ยา 100 เปอร์เซ็นต์
 
โดยจะเริ่มเปิดตัวโครงการ กระตุ้นความตระหนักและความเคยชินในการไม่รับถุงพลาสติก ภายในโทรทัศน์วงจรปิดของสถาบัน เน้นบอกประชาชนจะพาลูกมาหาหมอให้นำถุงผ้าใส่ยาลูกมาด้วย จะเป็นถุงผ้า หรือถุงพลาสติกเดิม หรือถุงอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ถุงพลาสติกใหม่ และการพัฒนารูปแบบถุงผ้า "ถุงยาของหนู" เป้าหมายเพื่อจะเลิกใช้ถุงพลาสติกใส่ยาลูกกลับบ้านอย่างเป็นรูปธรรม
 
เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่วมสร้างโลกสีเขียวให้กับโลก

บางแสนยังอ่วม ที่แท้คราบน้ำมัน


     บางแสน เร่งตรวจสอบคราบน้ำมันเตาคลุมหาด ทำนักท่องเที่ยวแสบ คันคะเยอ แต่ตลอดทั้งวันยังมีลงเล่นน้ำจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุด แม้เทศบาลประกาศเสียงตามสายเตือน ต้องขอความช่วยเหลือโกลาหลกันอีกรอบ ด้าน จนท.ยังระดมกำลังทำความสะอาดเพื่อจัดเก็บคราบน้ำมันออกให้เร็วที่สุด คาดเป็นน้ำมันเตาที่เรือขนส่งสินค้าซึ่งจอดอยู่กลางทะเลปล่อยออกมา ปลัดเทศบาลชี้ยังมีคราบน้ำมันบางส่วนลอยอยู่ในทะเล เตรียมส่งเรือนำสารเคมีไปพ่นทำลายแล้ว แพทย์บอกทางแก้หากน้ำมันเกาะติดร่างกายให้ใช้น้ำมันพืชหรือสบู่ล้างออก ลดอาการระคายเคืองได้

     วันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่บริเวณชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี เกิดมีคราบน้ำมันจำนวนมากลอยเข้ามาถึงบริเวณริมหาด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนหลายร้อยคนที่ลงเล่นน้ำทะเลเกิดอาการคัน แสบและเป็นผื่นแดงที่ผิวหนัง บางรายต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนเนื่องจากเกิดการแพ้มาก
     ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังพบคราบน้ำมันลอยเข้ามาที่ชายหาด และมีนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลทยอยกันมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์การท่องเที่ยว โดยที่ทางเทศบาลเมืองแสนสุขประกาศเสียงตามสายไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แต่ยังมีคนลงไปเล่นน้ำกันจำนวนมาก
     ทั้งนี้ เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาลงพื้นที่ตรวจ ซึ่งพบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันเตา คาดว่าน่าจะถูกปล่อยมาจากเรือขนส่งสินค้าที่จอดอยู่บริเวณกลางทะเล เนื่องจากมีจำนวนมาก ขณะที่เทศบาลเมืองแสนสุขระดมเจ้าหน้าที่ออกทำความสะอาดและจัดเก็บคราบน้ำมัน ออกจากหาดบางแสนให้เร็วที่สุด
     นายศราวุธ รอดอยู่ ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ระบุว่า เช้าที่ผ่านมาได้ระดมพนักงานของเทศบาลจัดเก็บคราบน้ำมันที่ลอยมาติดตามชาย หาด ขณะนี้เหลือคราบน้ำมันเพียงบางจุด แต่ยังมีคราบน้ำมันบางส่วนลอยอยู่ ในทะเล ห่างจากฝั่งราว 100 เมตร ส่วนนัก ท่องเที่ยวยังคงมีเดินทางมาพักผ่อนตามปกติ โดยพบว่ามีคราบน้ำมันมาเกาะตามร่างกาย ซึ่งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้จัดตั้งจุดล้างคราบน้ำมันและจ่ายยาแก้ผื่น คัน
     "เทศบาลประกาศเสียงตามสายให้นักท่องเที่ยวโปรดระมัด ระวังในการลงเล่นน้ำ โดยเฉพาะเด็กๆ อย่าลงเล่นน้ำ เพราะอาจเกิดอาการแพ้และมีผื่นคัน ส่วนคราบน้ำมันที่พบในครั้งนี้ ได้ให้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเก็บตัวอย่างไปพิสูจน์อีกครั้ง ส่วนคราบน้ำมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลจะนำเรือนำสารเคมีไปพ่นทำลายคราบ น้ำมัน คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองแสนสุขไปแจ้งความที่ สภ.แสนสุข เพื่อติดตามผู้กระทำผิดปล่อยน้ำมันลงทะเลมาดำเนินคดีด้วย" นายศราวุธกล่าว
     วัน เดียวกัน นพ.สุริยา โปร่งน้ำใจ ผู้ช่วย ผอ.ฝ่ายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำแล้วมีคราบน้ำมันมาเกาะติดตามร่างกายให้รีบใช้ น้ำมันพืชล้างออก และใช้สบู่ล้างจะช่วยลดอาการระคายเคืองได้

ชาวกาญจน์โวยรง.ทองแดง

   เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ชาวบ้านหมู่ 10 ต.หนองนกแก้ว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี กว่า 100 คน เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระงับการก่อสร้างโรงงานหลอมทองแดง-ทองเหลือง ของบริษัท ทีซีซี หนองนกแก้ว จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนสายห้วยกระเจา-เลาขวัญ หมู่ 6 ต.หนองนกแก้ว อ.เลาขวัญ เนื่องจากชาวบ้านเกรงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ รวมทั้งสุขภาพของชาวบ้านและบุตรหลานในอนาคต ก่อนตัวแทนชาวบ้านเข้าประชุมร่วมกับนายสุรยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี นายชาญวิทย์ ศุภกิจจานุสรณ์ นายอำเภอเลาขวัญ โดยตัวแทนชาวบ้านอธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้สร้างโรงงาน
   ส่วนนายสุรยันต์กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงพบโรงงานดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ยังไม่ก่อสร้างโรงงาน เพียงแค่เริ่มต้นปรับพื้นที่เตรียมการก่อสร้างเท่านั้น และหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จต้องติดตามตรวจสอบโรงงานดังกล่าวว่ามีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมกันอย่างต่อเนื่อง หากมีการทำผิดขั้นตอนและไม่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หรืออาจถูกสั่งปิดโรงงานไปเลยก็ได้ แต่เพื่อความสบายใจของประชาชน จะประสานให้เจ้าของโรงงานมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนครั้งหนึ่ง คาดรู้ผลการนัดหมายภายใน 15 วัน 

ปภ. รายงานคุณภาพอากาศภาคเหนืออยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ลำปาง-แพร่ ต้องเฝ้าระวังฝุ่นละออง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10 ) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 13 – 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ผ่านมามากนัก  โดยพื้นที่จังหวัดลำปางและแพร่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่ง ปภ. ได้ประสานจังหวัดภาคเหนือคุมเข้มมิให้มีการเผาในพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาทุกชนิด เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองหมอกควันในอากาศ ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดวิกฤตหมอกควันในพื้นที่

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศของ 9 จังหวัดภาคเหนือกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง

ขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 13 - 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ผ่านมามากนัก โดยพื้นที่ที่ตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้สูงสุด ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง จังหวัดลำปาง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 96 ) รองลงมา ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดแพร่ มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 93 ) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสบปาด จังหวัดลำปาง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 101 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 88) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือคุมเข้มมิให้มีการเผาอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยควบคุมสถานการณ์มิให้รุนแรงจนถึงขั้นวิกฤต รวมถึงบูรณาการทุกภาคส่วนสนธิกำลังในการระดมวัสดุอุปกรณ์ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน 
 
สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย  อาจทำให้เจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปาก และจมูก เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มปริมาณหมอกควันในอากาศ เช่น เผาขยะ จุดธูปเทียนสูบบุหรี่ เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

โค่นไม้พะยูง100ปีป่าร้อยเอ็ด


   เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระเดช เลขะวรกุล ผกก.สภ.ธวัชบุรี นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ นายอำเภอธวัชบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ป้องกันจังหวัดร้อยเอ็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่สำรวจป่าสาธารณประโยชน์ ภายในค่ายลูกเสือพลาญชัย ซึ่งมีไม้พะยูงกว่า 40 ต้น อายุประมาณ 50-100 ปี หลังถูกขบวนการค้าไม้บุกตัดไปกว่า 10 ต้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ต้นพะยูงอายุกว่า 100 ปี เพิ่งถูกลักลอบตัดไป ซึ่งตำรวจเร่งเข้าตรวจสอบ แต่คนร้ายหลบหนีไปได้
   พ.ต.อ.วีระเดชกล่าวว่า กลุ่มคนที่ลักลอบตัดไม้พะยูงค่อนข้างมีความชำนาญระดับมืออาชีพและขบวนการใหญ่ โดยใช้วิธีตัดไม้ไว้และลำเลียงออกมาด้วยรถเข็น เบื้องต้นพบความเสียหายแล้วกว่า 40 ไร่ และมีต้นพะยูงถูกตัดโค่นไปแล้ว 10 ต้น รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ถ้าถูกส่งขายนอกประเทศมูลค่าจะเพิ่มมากขึ้นถึง 100 ล้านบาท จึงสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราตามแนวชายแดน
   ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการให้ผกก.สภ.ธวัชบุรี จัดกำลังตำรวจมาดูแลพร้อมเสนอว่าน่าจะเก็บต้นพะยูงที่ถูกตัดดังกล่าวไว้ที่เดิม เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและนักท่องเที่ยวได้มาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับไม้พะยูง จนกว่าจะหาข้อยุติได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ชาวแปดริ้วโวยรง.ยางส่งกลิ่น

ผู้เขียน: 
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านจาก 4 ตำบล ในเขต อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา และเด็กนักเรียนร.ร.วัดคลองสอง รวม 300 คน รวมตัวกันประท้วงที่ปากทางเข้าโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ ของบริษัท บางกอกไทน์ รีไฟล์เนอร์ จำกัด ริมถนนสายบ้านโป่งนกเป้า-ลาดกระทิง ม.9 ต.หัวสำโรง อำเภอแปลงยาว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการเผายางรถยนต์ของบริษัทดังกล่าว
     ตัวแทนชาวบ้านเผยว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการของโรงงานรีไซเคิล เผายางรถยนต์ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง คือ ของบริษัท บางกอกไทน์ รีไฟล์เนอร์ จำกัด และบริษัท เอส.พี.รีไฟเนอรี่ จำกัด มานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงที่ออกจากโรงงานลอยไปตามกระแสลม ซึ่งมีกลิ่นเหม็นของการเผายางรถยนต์และกลิ่นก๊าซเน่า บางรายอาการหนักต้องถูกส่งไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัด จึงต้องการให้หน่วยงานราชการเข้ามาแก้ไขโดยด่วน
     ต่อมา นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายชัยกมล พรหมทอง หัวหน้าฝ่ายโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นายวุฒิศักดิ์ สิงหเดโช นายอำเภอแปลงยาว เข้าพบกับกลุ่มของชาวบ้าน ก่อนที่จะเข้าไปประชุมผู้เกี่ยวข้องภายในโรงงาน และตรวจสอบขบวนการผลิต เบื้องต้นพบว่าอาจเป็นต้นตอของปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้าน อุตสาหกรรมจังหวัดจึงสั่งให้ปรับปรุงใหม่ภายใน 15 วัน

 

ชาวแพร่ต้านเขื่อนยมบน-ยมล่าง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ชาวบ้านต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 300 คน รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอสอง เพื่อเตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนยมบน-ยมล่าง ให้กับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ และประธาน กบอ. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS ต.ทุ่งโฮ้ง โดยมีนาย อภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.แพร่ เดินทางเจรจาให้ชาวบ้านยุติการเดินทาง และยื่นข้อเสนอว่าจะยกระดับเหล้าสะเอียบเพื่อส่งออก และแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ชาวบ้านจึงรับข้อเสนอ ก่อนยื่นหนังสือให้นายอภิชาติส่งต่อให้นายกรัฐมนตรี และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายสมมิ่ง เหมืองร้อง แกนนำกลุ่มคัดค้านการสร้างเขื่อนยมบน-ยมล่าง กล่าวว่า คำถามที่พี่น้องชาวสะเอียบถาม คือ ไม่เอาเขื่อนแก่งเสือเต้นเลยได้หรือไม่ แต่พัฒนาต.สะเอียบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แก้ปัญหาเรื่องน้ำ ด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ถ้าเป็นอย่างที่ผู้ว่าฯ รับปาก คือ จะสร้างอ่างแทนเขื่อน ไม่ย้ายพี่น้องสะเอียบ หรือทำให้ชาวสะเอียบได้รับผลกระทบจริง ชาวบ้านก็พอใจและรับข้อเสนอ 

ด้านนายปลอดประสพกล่าวว่า หากเป็นความต้องการของคนแพร่ ตนก็จะสร้าง เพราะเขื่อนยมบน-ยมล่าง แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวร และทำให้ชาวแพร่มีน้ำตลอดปี สามารถพึ่งพาน้ำทางการเกษตรได้ ทั้งนี้เขื่อนยมบน-ยมล่างอยู่ในที่หลีกประชาชนแล้ว ไม่มีใครเดือดร้อน ซึ่งจะทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 6 พ.ย. และเปิดให้ประชาชนเข้าร่วม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนดำเนินการ ตนเป็นคนรอรับผลอีกที ซึ่งหากเจ้าบ้านบอกว่าไม่ต้องทำ รัฐบาลก็ไม่ต้องทำ จะสร้างหรือไม่สร้าง ขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน

 

 

by ThaiWebExpert