ข่าวสด

ส.ก.จี้ดูแลปลอดภัย-แก้ขยะล้นกรุง

ศาลาว่าการกทม. - ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสภากทม. สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 2 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารสมาชิกส.ก. เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยนายวิชาญ ธรรมสุจริต ส.ก. ได้ เสนอญัตติเรื่องขอให้กทม.เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จุดเสี่ยง ขณะที่ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ง่วนบรรจง ส.ก.เสนอญัตติเรื่อง ขอให้กทม. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างจริงจัง ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบทั้ง 2 ญัตติ และส่งให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป

นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวก่อนที่ประชุมมีมติว่า กทม.มีเป้าหมายลดปริมาณขยะ คือให้ประชาชนช่วยกันคัดแยกขยะจากต้นทาง และในอนาคตมีนโยบายแปรสภาพเพิ่มมูลค่าของขยะในรูปแบบพลังงาน ปุ๋ย และวัสดุรีไซเคิล เพื่อลดการทำลายแบบฝังกลบได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้ กทม.จะปรับปรุงกฎหมายมาบังคับใช้ในการพิจารณาแนวทางการจัดเก็บขยะต่อไป

ไออีซี เตรียมเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่หาดใหญ่ สัมปทาน 30 ปี

กรุงเทพฯ - 6 ตุลาคม 2557 - บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจิเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือไออีซี มีกำหนดเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาพลังงานทดแทนจากขยะมูลฝอยและเป็นการลดมลพิษจากปัญหาขยะของประเทศ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท จีเดค จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ร่วมทุนกับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป

ในวันเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานกรรมการบริษัท เป็นตัวแทนของบริษัท จีเดค จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนกับเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองควนลัง จ.สงขลา ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา 

ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ไออีซีได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 55 กับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนหาดใหญ่ ในบริษัทย่อยของบริษัท คือ บริษัท จีเดค จำกัด หรือ GIDEC ในสัดส่วน 50% ขณะนี้การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6.7 เมกกะวัตต์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และได้รับส่วนเพิ่มค่าพลังงานไฟฟ้า (Electrical Adder) จำนวน 3.5 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 7 ปี และมีสัญญากำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครหาดใหญ่อย่างเป็นระบบเป็นเวลา 30 ปี 

โครงการเตาเผาขยะพลังงานไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าพลังงานขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อตั้งขึ้นเพื่อกำจัดขยะด้วยการเผาขยะและเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Ash melting Gasification ในการเผาไหม้ มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี โดยช่วงที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทดลองเชื่อมโยงระบบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าเมื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้วจะช่วยให้สามารถกำจัดขยะในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ 
 

 

ปลัดทส.ลุยตรวจกระสอบปุ๋ยหาดแม่รำพึง-เก็บตัวอย่างพิสูจน์สารเคมี


จากกรณีที่พบกระสอบปุ๋ยและกระสอบใส่อาหารสัตว์นับหมื่นใบลอยเกลื่อนหาดแม่รำพึงและหาดก้นอ่าว ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ตลอดแนวยาวกว่า 15 กม. สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยนายสุเมธ สายทองหน.อุทยานแห่งชาติเข้าแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด ได้แจ้งความเอาผิดกับต้นตอที่ทิ้งกระสอบดังกล่าวที่สภ.เพ ล่าสุดประสานหน่วยงานท้องถิ่นเก็บกระสอบพ้นหาดตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปลัดทส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมายังหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีนายสุเมธ สายทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เเกาะเสม็ด ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งลงไปตรวจสอบบริเวณชายหาด ซึ่งกระสอบปุ๋ยมีเหลือเพียงบางส่วน เพราะทางหน่วยงานในพื้นที่ได้เก็บแล้ว พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างกระสอบปุ๋ยที่ยังหลงเหลืออยู่ไปตรวจสอบ


นายมิ่งขวัญ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ ว่า สำหรับกระสอบที่พบนั้น คาดว่าน่าจะมาจากกิจการประมง โดยได้เก็บตัวอย่างกระสอบที่มีกลิ่นสารเคมีปนเปื้อนไปตรวจสอบที่กรมควบคุมมลพิษ เพื่อหาต้นตอที่ทิ้งลงทะเล พร้อมทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯช่วยกันตรวจสอบ และนำตัวมาลงโทษให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากที่ใด
 

ด้านชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าริมหาด ก็ต้องการให้มีมาตรการดูแล เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วกระทบต่อการท่องเที่ยว และชื่อเสียงของหาดแม่รำพึง ที่เกิดเหตุซ้ำซากจนทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปจำนวนมาก และทุกครั้งที่เกิดเหตุก็ไม่เคยจับได้เลย จึงต้องการให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ 

บิ๊กป๊อกจี้คดีรุกสิรินาถ

วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ว่า ยืนยันว่ากรมที่ดินและกรมอุทยานฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งกันเรื่องนี้ กรมอุทยานฯ มีหน้าที่รักษาป่า ส่วนกรมที่ดินมีหน้าที่ออกเอกสารสิทธิ ก็ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าเกิดปัญหาต้องตรวจสอบว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน ถ้ามีความผิดพลาดต้องดูว่าความผิดเกิดขึ้นที่ใด ส่วนผลการตรวจสอบออกมาใครผิดถูกต้องว่ากันไป สำหรับรายงานเบื้องต้นพบว่าที่ดิน 14 แปลงมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิไปบางส่วน แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่ได้เอกสารสิทธิมาก่อน ต้องตรวจสอบต่อไป หากพบการกระทำผิดต้องลงโทษทั้งนี้อยากให้ดำเนินการตรวจสอบรวดเร็วและถูกต้อง 

คพ.ชูขับเคลื่อน ศก.สีเขียวยั่งยืน


กรมควบคุมมลพิษ - นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า แนวคิด"เศรษฐกิจสีเขียว" เป็นแนวคิดที่ ถูกนำมาปรับเปลี่ยนและพัฒนาการผลิต และการบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551
 

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า คพ.จึงได้จัดทำแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2556-2559 ซึ่งเป็นแผนงานในระยะที่ 2 กำหนดเป้าหมายในการขยายผล สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย หน่วยงานในกำกับของรัฐ และองค์การมหาชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางขึ้น และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่กระบวนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนในทุกภาคส่วน

คสช.อนุมัติ 500ล้านกำจัดขยะ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า หลังทำแผนการจัดการขยะมูลฝอยตกค้างสะสมทั่วประเทศกว่า 28 ล้านตัน และการจัดการของเสียอันตราย เสนอต่อคสช. ขณะนี้คสช.อนุมัติงบประมาณแล้ว 526.94 ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องและตกค้างสะสมในพื้นที่วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครปฐม สระบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พร้อมยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในท้องที่จังหวัดดังกล่าว

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า ในปี 2557-2558 คพ.จะประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในการจัดทำโรดแม็ปการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การกำจัดขยะมูลฝอยเก่าตกค้างสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤต 2.สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสมเพื่อรองรับขยะใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสานเน้นการแปรรูปเป็นพลังงานให้เกิดประโยชน์

นายวิเชียรกล่าวอีกว่า 3.วางระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และ 4.สร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน โดยแผนงานดังกล่าวจะลดขยะมูลฝอยตกค้างสะสมได้ 11 ล้านตัน ภายใน 6 เดือน และภายใน 1 ปี จะจัดการขยะตกค้างกว่า 20 ล้านตัน ใน 26 จังหวัด

กรมอุทยานฯ ผนึกกำลังทหาร กว่าครึ่งพัน เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี


ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ที่ จ.กระบี่ หลังถูกนายทุนและชาวบ้านบุกรุกสร้างอาคาร ปลูกต้นยางพารากว่า 300 ไร่ ลุยตัดโค่นทิ้งถึง 2 หมื่นกว่าต้น เตรียมลูกไม้ยืนต้นประจำถิ่นทดแทน และปรับภูมิทัศน์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของประชาชน

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต นายสมัคร ดอนนาปี ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายชัยธัช บุญภูพันธ์ตันติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นำเจ้าหน้าที่ทส.ร่วมกับทหารจากกองพันทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 และตำรวจตชด.ที่ 426 จ.กระบี่ กว่า 500 นาย เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และตัดต้นยางในสวนยางพารา ที่ปลูกอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตามยุทธการทวงคืนผืนป่าให้กับแผ่นดิน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นยางในพื้นที่ 359 ไร่ ทั้งนี้ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตัดต้นยางท้องที่หมู่ 6 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ปรากฏว่ามีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้ามาต่อว่าและห้ามเจ้าหน้าที่ตัดทำลายต้นยาง แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะกระจายกำลังใช้โซ่เลื่อยยนต์ตัดทำลายต้นยาง

นายสมัคร ดอนนาปี ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีกลุ่มชาวบ้านบุกรุกเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ พยายามรวมกลุ่มกันร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ แต่หลังจากผลการพิสูจน์ออกมาแล้ว ปรากฏว่าชาวบ้านเข้ามาบุกรุกพื้นที่อุทยานฯจริง จึงอยากให้ชาวบ้านที่บุกรุกยอมรับความจริง หลังจากเจ้าหน้าที่ตัดโค่นทำลายต้นยางทั้งหมดแล้ว จะปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ถิ่นเดิม เช่น ไม้ตะเคียนทอง ฯลฯ จากนั้นดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

ด้านนายชัยธัช บุญภูพันธ์ตันติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า การทวงคืนผืนป่าที่จ.กระบี่ ถือเป็นการดำเนินการทวงคืนผืนป่าแปลงใหญ่ที่สุด และมีพื้นที่ติดต่อกันมากที่สุด โดยต้นยางส่วนใหญ่มีอายุ 10-11 ปี กลุ่มนายทุนและชาวบ้านเข้ามาบุกรุกตั้งแต่ปี 2546 กรมอุทยานฯเข้าจับกุมตั้งแต่ปี 2547 ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2546 ถึง 2556 ทางอุทยานแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกแล้ว จำนวน 11 คดี เนื้อที่ทั้งหมด 359 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา วันนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ครบถ้วนตามกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจจำนวนต้นยางที่ปลูกอยู่ในพื้นที่บุกรุก พบว่ามีจำนวนถึง 22,501 ต้น ซึ่งจะต้องตัดทำลายทิ้งทั้งหมดภายในวันที่ 22 ส.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงกรณีนายกิตติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต ถูกข่มขู่คุกคามหลังจากนำเจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้มีอิทธิพลนั้น ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาประจำการอยู่ที่ทำการอุทยานฯ สิรินาถ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคน นอกจากนี้นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังโทรศัพท์มาแสดงความห่วงใย ให้กำลังใจ และเตือนให้ระมัดระวังตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนขวัญกำลังใจยังดี ระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ทางอุทยานได้ทำประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน หากเป็นอะไรไปจะได้เงินประกัน 2 แสนบาท

ชาวลุ่มน้ำปากพนังค้าน โรงไฟฟ้าถ่านหิน

วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 21:31 น. 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวลุ่มน้ำปากพนัง อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร กว่า 100 คน รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หน.คสช.ผ่าน ผวจ.นครศรีธรรมราช และศูนย์ดำรงธรรม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้ คสช.มีคำสั่งยุติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่กำลังอยู่ในขั้นเตรียมก่อสร้างโครงการในพื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลกระทบกับชุมชนในวงกว้างทั้งวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

นายสมิง พัฒนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร ระบุว่า ชาวหัวไทรกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในการประกอบอาชีพโดยเฉพาะประมงชายฝั่งขนาดเล็กที่มีมาช้านานและเป็นวิถีดั้งเดิม รวมทั้งการเข้ามาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กลับกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขัดกับนโยบาย คสช.ที่ต้องการสร้างความปรองดอง จึงขอเรียกร้องให้ คสช.ยุติโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความสุขของประชาชน

ด้านพ.อ.ชาญวิทย์ ปิ่นมณี รอง ผอ.กอ.รมน.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่ควรรวมตัวชุมนุมประท้วงจะเป็นการขัดต่อกฎอัยการศึก และคำสั่งคสช.เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน และจะได้จัดระเบียบให้ทุกอย่างมีความเรียบร้อยเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ในส่วนของการยืนเรื่องนี้จะถูกนำเสนอไปตามลำดับตามความต้องการของประชาชน

กรมควบคุมมลพิษ รับฟื้นฟูห้วยคลิตี้ล่าช้า


วันที่ 23 ก.ค. ที่กรมควบคุมมลพิษ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 10 คน เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) เร่งดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ และเยียวยาความทุกข์ร้อนของชาวบ้านระหว่างการฟื้นฟู 

นายธนกฤต โต้งฟ้า ตัวแทนเยาวชนบ้านคลิตี้ล่าง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ คพ. ช่วยจัดหาแหล่งน้ำสะอาด หรือหางบประมาณช่วยชาวบ้านทำประปาภูเขา และเฝ้าระวังผลกระทบที่จะก่อให้เกิดกับสุขภาพหรือชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งให้ข้อมูลแนวทางการฟื้นฟูลำห้วยกับชาวบ้าน โดยสรุปให้เข้าใจง่ายหรือใช้ภาษาถิ่นในการนำเสนอข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลในการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ของชุมชนให้ข้อมูลการศึกษา 

ด้านนายวิเชียรกล่าวว่า การฟื้นฟูลำห้วยนั้นต้องรอผลการศึกษาในการทำแผนการฟื้นฟูจากม.ขอนแก่น ถึงจะดำเนินการฟื้นฟูได้ ซึ่งขณะนี้ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไปมาก แต่เพื่อข้อมูลที่โปร่งใส จำเป็นต้องใช้ ซึ่งอย่างเร็วที่สุดคาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ถึงจะทำการศึกษาเเล้วเสร็จ ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการหาแหล่งน้ำสะอาด และการรักษาสุขภาพของชาวบ้าน คพ.จะรับเป็นคนกลางติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปดูแล เพราะคพ.ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการได้  

ขณะที่นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงฯ กล่าวว่า การที่คพ.ให้ม.ขอนแก่น เข้ามาศึกษาข้อมูลจัดทำแผนฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ถือว่าเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ ที่ทำให้การฟื้นฟูล่าช้า ทั้งที่ คพ.ศึกษาข้อมูลเรื่องนี้มา 16 ปีแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เอาผลการศึกษาที่ผ่านมามาใช้ประโยชน์ และตั้งแต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ คพ.กำหนดแผนงาน วิธีการ และฟื้นฟูลำห้วย คพ.ไม่เคยจัดประชุมคณะทำงาน ที่ตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูลำห้วยเลย ทำให้มีปัญหาในเรื่องการสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้าน และชาวบ้านไม่เคยทราบข้อมูลแผนงานเกี่ยวกับการฟื้นฟูลำห้วยเลย 

เร่งหาสาเหตุไฟไหม้โกดังบางปู


     เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 ก.ค. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจากฐานทัพเรือกรุงเทพ เข้าตรวจสอบที่โกดังเก็บสารเคมี บริษัท บางปู อินเตอร์ โมเดิล ซิสเต็มส์ จำกัด ซอย 13 บี นิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังข้อสรุปความคืบหน้าในการตรวจสอบครั้งที่ผ่านมาและหาหลักฐานเพิ่มอย่างละเอียด
     พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า วันนี้นำผู้เชี่ยวชาญด้านเพลิงไหม้และนักวิทยาศาสตร์ทางเคมี มาตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมนำเอกสารรายชื่อของสารเคมีที่ได้จากบริษัท เพื่อ นำไปวิเคราะห์ว่ามีชนิดไหนเป็นอันตรายหรือไม่ และชนิดไหนที่จะเป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐาน บริเวณห้องทำความเย็นที่พยานเห็นเป็นจุดแรกว่าพบเปลวเพลิง จากนั้นจะนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อสรุปหาสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
     ด้านนายณัฐ โพธิสุนทร กรรมการบริษัท กล่าวว่า สำหรับซากปรักหักพังและสินค้า ที่ได้รับความเสียหายจะมอบเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันภัย จึงไม่สามารถเคลื่อนย้าย ไปไหนได้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วเสร็จ คาดว่าบริษัทประกันภัยจะมาขนย้ายสินค้าทั้งหมดไปทำลายอย่างถูกวิธีต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาเคลื่อนย้ายนานกว่า 3 เดือน

by ThaiWebExpert