ข่าวสด

ขอพื้นที่ทหารตั้งนิคมกำจัดกากขยะ อุตฯเล็งจุดแรกกาญจนบุรี-ก่อนขยายทั่วประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเซ็นเอ็มโอยูกับกลาโหมขอใช้พื้นที่ทหารตั้งนิคมกำจัดกากอุตสาหกรรมครบวงจร เล็งจุดแรกที่กาญจนบุรี ก่อนขยายไปทั่วประเทศเน้นจังหวัดที่มีโรงงานขนาดใหญ่ และจำนวนมากก่อน

นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการจัดการกากอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมว่า เร็วๆ นี้ กระทรวงจะลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อขอใช้พื้นที่ทหารตั้งนิคมกำจัดกากอุตสาหกรรมครบวงจร ซึ่งอาจมีหลายแห่ง แต่จะเริ่มดำเนินการที่บริเวณภาคตะวันตก ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่นำร่องและจะขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

"การจัดตั้งนิคมดังกล่าวต้องใช้พื้นที่มากพอสมควร เพื่อเป็นเขตกันชนกับชุมชน (Buffer Zone) และลดปัญหาความขัดแย้ง ประเด็นเรื่องการจัดหาพื้นที่มีความสำคัญมากที่สุด โดยหลังจากได้พื้นที่แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีมาตรการทางกฎหมาย ให้ผู้ประกอบการที่มีกากขยะอุตสาหกรรม ส่งกากขยะอุตสาหกรรมมายังนิคมฯ และบังคับให้นำกากอุตสาหกรรมเข้าระบบ โดยตั้งเป้าหมายอย่างน้อย 6 พื้นที่ ในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากก่อน"

ส่วนความคืบหน้าการออกใบอนุญาตประทานบัตรของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ซึ่งนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ได้อนุมัติไปแล้วหลายร้อยราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแปลงขนาดเล็ก โดยมี 3 เรื่องที่ยังติดอยู่ที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่เรื่องที่จะมีการเร่งรัดต่อไปนั่นคือเรื่องเหมืองแร่โพแทช ที่ใช้ในการทำปุ๋ย แร่ทองคำและแร่ควอตซ์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงานโซลาร์เซลล์

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกรณีการขอต่อประทานบัตร ที่ติดปัญหาตรงพื้นที่ตั้งที่อยู่ในเขตลุ่มน้ำหรือเขตป่าซึ่งไม่ใช่อำนาจของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้ให้ กพร. จัดทำหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าประเภทใดที่สามารถขอผ่อนผันได้ และประเภทใดที่ผ่อนผันไม่ได้ ส่วนใดอยู่ในการพิจารณาของหน่วยงานใด เพื่อให้ผู้ประกอบการจะได้ทราบแนวทางปฏิบัติต่อไป

ด้าน นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดีกรมอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า หลักการสำคัญที่ทำให้ขณะนี้กระทรวงมีนโยบายต้องเร่งรัดในส่วนการนำแร่ออกมาใช้นั้น เนื่องจากปัจจุบันไทยมีแร่ที่มีมูลค่าอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะแร่โปแตช และแร่ควอตซ์ ซึ่งเป็นแร่ที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่ทางการต้องการผลักดัน 

สผ.ให้ทบทวนใหม่-เขื่อนแม่วงก์

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังคงปักหลักแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เป็นวันที่สาม โดยในวันที่ 19 พ.ย.นี้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการจะประชุมพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอ) ของโครงการ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิสืบฯ กำหนดจัดเสวนาคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์ แต่ทางทหารสั่งห้าม โดยระบุขอความร่วมมืองดจัดเสวนา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงกฎอัยการศึก ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน


ด้านนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีความสมบูรณ์อย่างมาก เป็นที่อยู่อาศัยสำคัญของเสือโคร่ง ที่ขยายพันธุ์ออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผืนป่ามรดกโลก ซึ่งในอนาคตป่าแม่วงก์จะต้องผนวกเป็นพื้นที่มรดกโลกด้วย กรมอุทยานฯ มองว่าหากปล่อยให้สร้างเขื่อน จะต้องมีปัญหาแน่นอน ที่สำคัญป่าแม่วงก์อุดมสมบูรณ์เกินกว่าที่จะเอาพื้นที่ป่าไปสร้างเขื่อน จึงทำหนังสือแจ้งคณะผู้ชำนาญการว่า จากข้อมูล ข้อเท็จจริง และสภาพที่เป็นอยู่เวลานี้ กรมอุทยานฯ ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ 


ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ ผอ.สำนักกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า สผ.ให้กรมชลประทานและกรมอุทยานฯ ไปพิจารณาถึงขอบเขตการสำรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะมูลค่าป่าไม้ รวมถึงความสูญเสียด้านทรัพยากรธรรมชาติว่าคุ้มค่าหรือไม่ โดยให้ทั้ง 2 กรมมีแผนการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน แต่ไม่กำหนดระยะเวลาในการสำรวจว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด กรมชลฯ ยินดีรับฟังข้อมูลของกรมอุทยานฯ อาจจะต้องเข้าไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ รวมทั้งจะคุยกับมูลนิธิสืบฯ เรื่องการจัดการน้ำด้วย เพราะ สผ. ท้วงมาว่าข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ถ้าการพิจารณาอีเอชไอเอไม่ผ่าน เขื่อนก็เกิดขึ้นไม่ได้
 

ทองผาภูมิ ลุยผุดศูนย์รีไซเคิลขยะ

กาญจนบุรี : ที่ศาลาประชาคมบ้านหนองเจริญ ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอทองผาภูมิ เป็นประธานการทำประชาคม “ศูนย์ควบคุมคุณภาพขยะมูลฝอย” โดยหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน

นายจำรัสกล่าวว่า เมื่อปี 2554 จังหวัดมีนโยบายแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยภายในชุมชนทุกแห่งให้เป็นระบบ โดยมีกระบวนการนำขยะมายังสถานที่ซึ่งมีการบริหารจัดการที่ถูกหลักสุขาภิบาล ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การนำขยะมาผ่านการรีไซเคิล หรือนำสู่กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต โดย อ.ทองผาภูมิ ใช้พื้นที่เขตนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ หมู่ 6 ต.ลิ่นถิ่น และมอบหมายให้เทศบาลตำบลทองผาภูมิ และลิ่นถิ่น ซึ่งขอใช้พื้นที่ 90 ไร่

ภายหลังการทำประชาคม ปรากฏว่าชาวบ้านเสียงข้างมากเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพื่อทำให้ชาวลิ่นถิ่นแปรรูปขยะมูลฝอย ให้กลับมามีประโยชน์ต่อชุมชนทั้งการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นต่อไป 

เผยขยะโฟมพุ่งสูงวันละ61ล.ใบ

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ; นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2552-2556 พบปริมาณขยะประเภทโฟมเพิ่มขึ้นจาก 34 ล้านใบต่อวัน เป็น 61 ล้านใบต่อวัน หรือเฉลี่ยคนไทยสร้างขยะโฟมเพิ่มขึ้นคนละ 1 ใบต่อวัน โดยเฉพาะในเมืองพบขยะประเภทโฟมมากกว่าปกติ โฟมเป็นขยะที่มีความคงทนสูง ใช้เวลาการย่อยสลายนานกว่า 100 ปี อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านมลพิษ สิ้นเปลืองงบประมาณ และพื้นที่ฝังกลบ การกำจัดขยะโฟมจึงต้องระมัดระวัง ด้วยการเผาในอุณหภูมิที่ถูกต้องเพื่อเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน นอกจากนี้ เมื่อนำโฟมไปใช้บรรจุอาหารที่ร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสารอันตราย เช่น สไตรีน และเบนซิน ซึ่งมีส่วนในการทำลายไขกระดูก ตับ ไต และมีผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัว รวมทั้งอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้จำนวนเม็ดเลือดลดลงและทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

"คพ. สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกย่อยสลายได้ ชานอ้อย เยื่อไผ่ หรือมันสำปะหลัง และส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ย่อยสลายง่าย และไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม โดยภาครัฐจะเป็นหน่วยงานนำร่องเพื่อเป็นตัวอย่างและขยายผลไปสู่ภาคประชาชน ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีนโยบายให้ร้านค้าภายในหน่วยงานของ ทส.ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสวนสัตว์ จะต้องไม่ใช้โฟมหรือถุงพลาสติกบรรจุอาหารเด็ดขาด ขณะที่ร้านค้าในสำนักงาน คพ.ขณะนี้ปลอดทั้งโฟมและถุงพลาสติก 100 เปอร์เซ็นต์" อธิบดี คพ.กล่าว

ด้าน นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือไปยังอุทยานฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ ให้กวดขันกับร้านค้าภายในอุทยานฯ ไม่ให้ใช้โฟมหรือถุงพลาสติกเพราะเป็นสิ่งที่กำจัดยาก หากมีการทิ้งไม่ถูกที่จะเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่ยังพบการใช้ถุงพลาสติกอยู่บ้าง 

ส.ก.จี้ดูแลปลอดภัย-แก้ขยะล้นกรุง

ศาลาว่าการกทม. - ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสภากทม. สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 2 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารสมาชิกส.ก. เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยนายวิชาญ ธรรมสุจริต ส.ก. ได้ เสนอญัตติเรื่องขอให้กทม.เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จุดเสี่ยง ขณะที่ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ง่วนบรรจง ส.ก.เสนอญัตติเรื่อง ขอให้กทม. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างจริงจัง ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบทั้ง 2 ญัตติ และส่งให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป

นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวก่อนที่ประชุมมีมติว่า กทม.มีเป้าหมายลดปริมาณขยะ คือให้ประชาชนช่วยกันคัดแยกขยะจากต้นทาง และในอนาคตมีนโยบายแปรสภาพเพิ่มมูลค่าของขยะในรูปแบบพลังงาน ปุ๋ย และวัสดุรีไซเคิล เพื่อลดการทำลายแบบฝังกลบได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้ กทม.จะปรับปรุงกฎหมายมาบังคับใช้ในการพิจารณาแนวทางการจัดเก็บขยะต่อไป

ไออีซี เตรียมเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่หาดใหญ่ สัมปทาน 30 ปี

กรุงเทพฯ - 6 ตุลาคม 2557 - บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจิเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือไออีซี มีกำหนดเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาพลังงานทดแทนจากขยะมูลฝอยและเป็นการลดมลพิษจากปัญหาขยะของประเทศ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท จีเดค จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ร่วมทุนกับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป

ในวันเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานกรรมการบริษัท เป็นตัวแทนของบริษัท จีเดค จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนกับเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองควนลัง จ.สงขลา ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา 

ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ไออีซีได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 55 กับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนหาดใหญ่ ในบริษัทย่อยของบริษัท คือ บริษัท จีเดค จำกัด หรือ GIDEC ในสัดส่วน 50% ขณะนี้การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6.7 เมกกะวัตต์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และได้รับส่วนเพิ่มค่าพลังงานไฟฟ้า (Electrical Adder) จำนวน 3.5 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 7 ปี และมีสัญญากำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครหาดใหญ่อย่างเป็นระบบเป็นเวลา 30 ปี 

โครงการเตาเผาขยะพลังงานไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าพลังงานขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อตั้งขึ้นเพื่อกำจัดขยะด้วยการเผาขยะและเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Ash melting Gasification ในการเผาไหม้ มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี โดยช่วงที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทดลองเชื่อมโยงระบบกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าเมื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้วจะช่วยให้สามารถกำจัดขยะในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ 
 

 

ปลัดทส.ลุยตรวจกระสอบปุ๋ยหาดแม่รำพึง-เก็บตัวอย่างพิสูจน์สารเคมี


จากกรณีที่พบกระสอบปุ๋ยและกระสอบใส่อาหารสัตว์นับหมื่นใบลอยเกลื่อนหาดแม่รำพึงและหาดก้นอ่าว ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ตลอดแนวยาวกว่า 15 กม. สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยนายสุเมธ สายทองหน.อุทยานแห่งชาติเข้าแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด ได้แจ้งความเอาผิดกับต้นตอที่ทิ้งกระสอบดังกล่าวที่สภ.เพ ล่าสุดประสานหน่วยงานท้องถิ่นเก็บกระสอบพ้นหาดตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปลัดทส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมายังหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีนายสุเมธ สายทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เเกาะเสม็ด ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งลงไปตรวจสอบบริเวณชายหาด ซึ่งกระสอบปุ๋ยมีเหลือเพียงบางส่วน เพราะทางหน่วยงานในพื้นที่ได้เก็บแล้ว พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างกระสอบปุ๋ยที่ยังหลงเหลืออยู่ไปตรวจสอบ


นายมิ่งขวัญ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ ว่า สำหรับกระสอบที่พบนั้น คาดว่าน่าจะมาจากกิจการประมง โดยได้เก็บตัวอย่างกระสอบที่มีกลิ่นสารเคมีปนเปื้อนไปตรวจสอบที่กรมควบคุมมลพิษ เพื่อหาต้นตอที่ทิ้งลงทะเล พร้อมทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯช่วยกันตรวจสอบ และนำตัวมาลงโทษให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากที่ใด
 

ด้านชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าริมหาด ก็ต้องการให้มีมาตรการดูแล เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วกระทบต่อการท่องเที่ยว และชื่อเสียงของหาดแม่รำพึง ที่เกิดเหตุซ้ำซากจนทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปจำนวนมาก และทุกครั้งที่เกิดเหตุก็ไม่เคยจับได้เลย จึงต้องการให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ 

บิ๊กป๊อกจี้คดีรุกสิรินาถ

วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ว่า ยืนยันว่ากรมที่ดินและกรมอุทยานฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งกันเรื่องนี้ กรมอุทยานฯ มีหน้าที่รักษาป่า ส่วนกรมที่ดินมีหน้าที่ออกเอกสารสิทธิ ก็ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าเกิดปัญหาต้องตรวจสอบว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน ถ้ามีความผิดพลาดต้องดูว่าความผิดเกิดขึ้นที่ใด ส่วนผลการตรวจสอบออกมาใครผิดถูกต้องว่ากันไป สำหรับรายงานเบื้องต้นพบว่าที่ดิน 14 แปลงมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิไปบางส่วน แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่ได้เอกสารสิทธิมาก่อน ต้องตรวจสอบต่อไป หากพบการกระทำผิดต้องลงโทษทั้งนี้อยากให้ดำเนินการตรวจสอบรวดเร็วและถูกต้อง 

คพ.ชูขับเคลื่อน ศก.สีเขียวยั่งยืน


กรมควบคุมมลพิษ - นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า แนวคิด"เศรษฐกิจสีเขียว" เป็นแนวคิดที่ ถูกนำมาปรับเปลี่ยนและพัฒนาการผลิต และการบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2551
 

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า คพ.จึงได้จัดทำแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2556-2559 ซึ่งเป็นแผนงานในระยะที่ 2 กำหนดเป้าหมายในการขยายผล สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย หน่วยงานในกำกับของรัฐ และองค์การมหาชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางขึ้น และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่กระบวนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนในทุกภาคส่วน

คสช.อนุมัติ 500ล้านกำจัดขยะ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า หลังทำแผนการจัดการขยะมูลฝอยตกค้างสะสมทั่วประเทศกว่า 28 ล้านตัน และการจัดการของเสียอันตราย เสนอต่อคสช. ขณะนี้คสช.อนุมัติงบประมาณแล้ว 526.94 ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องและตกค้างสะสมในพื้นที่วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครปฐม สระบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พร้อมยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในท้องที่จังหวัดดังกล่าว

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า ในปี 2557-2558 คพ.จะประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในการจัดทำโรดแม็ปการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การกำจัดขยะมูลฝอยเก่าตกค้างสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤต 2.สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสมเพื่อรองรับขยะใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสานเน้นการแปรรูปเป็นพลังงานให้เกิดประโยชน์

นายวิเชียรกล่าวอีกว่า 3.วางระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และ 4.สร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน โดยแผนงานดังกล่าวจะลดขยะมูลฝอยตกค้างสะสมได้ 11 ล้านตัน ภายใน 6 เดือน และภายใน 1 ปี จะจัดการขยะตกค้างกว่า 20 ล้านตัน ใน 26 จังหวัด

by ThaiWebExpert