เดลินิวส์

จับมือแก้ปัญหาฟื้นฟูลำห้วยเสนง

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ห้องประชุมโครงการชลประทานห้วยเสนง ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายนิรันดร์ สุรัสวดี ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอนุรักษ์และฟื้นฟูลำห้วยเสนง ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสถาบันการศึกษา และคณะทำงานกรรมการต่าง ๆ

ประกอบด้วย นายเจษฎา บุญสุยา ผอ.โครงการชลประทานสุรินทร์ นายสุทธิศักดิ์ แก้วแก้มจันทร์ อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ นางวริศราลี แก้วปลั่ง นายกสมาคมพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน นายกอบต.เฉนียง ตัวแทนจากวิทยาลัยพยาบาลสุรินทร์และสื่อมวลชน จ.สุรินทร์ เพื่อลงพื้นที่สำรวจลำห้วยเสนง หลังได้รับการร้องเรียนเรื่องกองขยะในพื้นที่และฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยเสนงสิ่งกลิ่นเหม็น

นายเจษฎา กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อมาดูกองพักขยะของเทศบาลเมืองสุรินทร์โดยตรง แต่ลงพื้นที่มาดูเรื่องของการอนุรักษ์และฟื้นฟูลำห้วยเสนง ในช่วงตั้งแต่เรือนจำสุรินทร์ไปจนถึงลำน้ำชี และเมื่อได้ล่องเรือลงพื้นสำรวจพบกับกองขยะจำนวนมาก จึงห่วงในช่วงที่มีฝนตกน้ำจะหลากน้ำเสียติดเชื้อโรคไหลลงลำห้วยเสนง ดังนั้น คณะทำงานอนุรักษ์และฟื้นฟูลำห้วยเสนง จะรีบปรึกษาหารือกับเจ้าของพื้นที่ เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป.

"ทส."ลุยฟันสวนยางรุกป่าสงวนฯ

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารณ์ สิมาฉายา รองปลัดกระทรวงฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและเร่งรัดการดำเนินคดีและการใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ เป็นประธานนการประชุมคณะกรรมการฯ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายวิจารณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีวาระพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระเบียบกฎหมายให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งในส่วนของกรมป่าไม้จะเข้าดำเนินการตามยุทธการขอคืนผืนป่าถวายราชาของแผ่นดินในพื้นที่ จ.พิษณุโลก โดยเริ่มจากการใช้อำนาจตามมาตรา 25 เข้ารื้อถอนสวนยางพาราที่นายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ จำนวน 65 ไร่ ในท้องที่ ต. หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ในวันที่ 5 ก.ย.นี้โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับทางอ.นครไทย และ จ.พิษณุโลก
 
นายวิจารณ์ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ อ.นครไทย มีคดีบุกรุก ป่าสงวนเพื่อปลูกยางพาราตั้งแต่ช่วงปี 50- 51 เป็นต้นมา และมีคดีสิ้นสุดแล้วจำนวนหลายคดี เนื้อที่ทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ ในส่วนของการบุกรุกพื้นที่เพื่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ในพื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง (เขาแผงม้า) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  43 คดี รวมทั้งพื้นทื่อื่นๆ ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้จัดตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อจำแนกคดีและเรียงลำดับว่าคดีใดเกิดขึ้นก่อนหลัง รวมทั้งติดตามว่าคดีต่างๆ กระบวนการยุติธรรมอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว เช่นเดียวกับที่กรมอุทยานฯ ได้ตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองเข้าไปดำเนินการในพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยให้จำแนกพื้นที่ว่าอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน สปก. หรืออยู่ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 อย่างไรบ้าง และนำพื้นที่คดีที่ถูกจับกุมมาขึ้นรูปแปลง จดทำเป็นแผนที่ ลงพิกัดชัดเจน ซึ่งขณะนี้ทางอุทยานฯ ทับลานกำลังดำเนินการ โดยจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และนำเข้ารายงานต่อที่ประชุมอีกครั้ง
 
รองปลัดกระทรวงฯ กล่าวต่อไปว่า หลังจากได้แผนที่แยกแยะแปลงคดีชัดเจนแล้ว ช่วงปลายเดือน ก.ย.หรือต้นเดือน ต.ค.นี้ จะนำคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ท 3 แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่าจะภายใน 15 วันจะรื้อถอนเสร็จเรียบร้อยแบบถอนรากถอนโคน โดยมีการสอบถามเข้ามาว่าจะเก็บเสารีสอร์ทไว้เป็นแหล่งปะการังหรือไม่ แต่ทางกรมไม่อนุญาตต้องรื้อถอนออกไปให้หมด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของอุทยานฯ ทับลาน ที่ผ่านมาที่ประชุมได้มอบหมายให้อุทยานฯ ทับลานนำพิกัดแปลงตรวจยึดจับกุมทั้งหมด 434 คดี มาขึ้นรูปแปลงเพื่อตรวจสอบว่าอยู่บริเวณใดของอุทยานฯ ทับลาน โดยให้เร่งดำเนินการใน พื้นที่ ต.ไทยสามัคคี ก่อนจำนวน 313 แปลง เนื่องจากตัวแทนประชาชน ต.ไทยสามัคคีได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อ้างว่าได้เข้าไปซื้อที่ดินเพราะเข้าใจผิดเรื่องการกำหนดแนวเขตปี 2543 ที่กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ในฐานะกรรมการกลั่นกรองฯ จึงให้ความเห็นวว่าต้องมีการจัดทำพิกัดแผนที่ให้ชัดเจนว่าแปลงจับกุมอยู่ในบริเวณใด เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มาก่อน ไม่ให้เป็นเครื่องมือของนายทุนที่เข้ามาภายหลัง.
 

รบ.ญี่ปุ่นประกาศทุ่มเงินหมื่นล้านแก้ไขสถานการณ์โรงนุกฟูกูชิมะ

ทางการญี่ปุ่นเผยแผนทุ่มงบประมาณเร่งด่วน 50,000 ล้านเยน เพื่อแก้ไขวิกฤตกัมมันตรัวสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะไดอิจิ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่ารัฐบาลกำลังเชิญทีมงานซึ่งดูแลด้านวิกฤตนิวเคลียร์เข้าพบด่วน เพื่อร่วมหารือในการวางมาตรการหยุดยั้งการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี จากบ่อเก็บภายในโรงงานลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เบื้องต้นรัฐบาลตั้งเป้างบประมาณเอาไว้ที่ไม่เกิน 50,000 ล้านเยน ( ราว 16,400 ล้านบาท ) ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างกำแพงดินแช่งแข็งรอบเตาปฏิกรณ์ทุกตัว
 
ทั้งนี้ ในจำนวนงบประมาณทั้งหมดนั้น รัฐบาลจะยื่นญัตติให้สภาล่างพิจารณาอนุมัติดึงเงินส่วนหนึ่งมาจากงบกองทุนฉุกเฉินราว 21,000 ล้านเยน ( ราว 6,720 ล้านบาท ) แต่ยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า จะหาเงินส่วนที่เหลือมาจากไหน
 
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงต่อที่ประชุมพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย ( แอลดีพี ) เมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะไดอิจิคือ "วาระแห่งชาติ" ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อหยุดยั้งการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารพิษจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด หลังบริษัทผลิตไฟฟ้าโตเกียว ( เท็ปโก ) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าออกมารับว่า น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีบางส่วนอาจรั่วไหลงสู่ทะเลแล้ว
 

ลักลอบตัดไม้เขตป่าสงวนป่าต้นน้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2556 นายบัญญัติ เศียรเขียว ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ อส. จำนวนหนึ่งบุกตรวจเขาหินแท่น หมู่ 10 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีนายทุนแอบลักลอบตัดไม้บนเขา จึงเข้าตรวจสอบพบยอดเขาที่เป็นขั้นบันไดถูกตัดต้นไม้เกลี้ยงจนกลายเป็นเขาหัวโล้น เนื้อที่กว่า 500 ไร่ พบคนงานแรงงานต่างด้าวที่กำลังตัดโค่นไม้ต่างวิ่งหลบหนีกันอลหม่าน พร้อมกับเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเลื่อยยนต์หลบหนีลงเขา เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามแต่ไม่สามารถจับกุมไว้ได้ แรงงานต่างด้าวอาศัยความชำนาญเส้นทางบนเขาจึงได้หลบหนีการจับกุมไปได้ และได้ตรวจสอบไม้ที่ถูกตัดเป็นประเภทไม้ยางพารา ไม้เนื้อแข็งที่ถูกตัดโค่นทิ้งไว้

นายบัญญัติ เศียรเขียว ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง ได้กล่าวว่า เขาดังกล่าวเป็นมีต้นไม้เบญจพรรณ และมีไม้ยางพาราขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก และจากการตรวจสอบพบว่าถูกตัดโค่นทั้งเขา เนื้อที่ประมาณกว่า 500 ไร่ ส่วนมากไม้ที่ตัดจะนำเข้าสู่โรงงานเพื่อแปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งไม้นั้นมีราคาและเป็นที่ต้องการของนายทุน และเขาหินแท่นแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำและมีลำธารน้ำไหลตลอดปี ชาวบ้านใช้ในการทำเกษตร ซึ่งจะประสานกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เพื่อหาตัวนายทุนที่เข้ามาลักลอบตัดไม้มาดำเนินคดี
 
เบื้องต้นได้ยึดไม้ที่เป็นของกลางเพื่อมาตรวจสอบ และจะประสานให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อติดตามจับกุมนายทุนผู้ลักลอบต่อไป และจะทำรายงานไปยังนายอำเภอและเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนินการต่อไป
 
 

ไฟไหม้ป่าในแคลิฟอร์เนียลามต่อเนื่อง บ้าน 5,000 หลังเสี่ยง

แคลิฟอร์เนีย ยังคงพยายามอย่างหนักในการควบคุมไฟป่าที่ลุกลามเข้าใกล้ อุทยานแห่งชาติ “โยเซมิติ” แล้ว และอาจส่งผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวซานฟราสซิสโก จนถึงขณะนี้ ไฟยังโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสลมแรง บ้านเรือนประชาชนมากกว่า 5,000 หลังเสี่ยงอันตราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงในแคลิฟอร์เนีย ยังคงใช้ความพยายามอย่างหนักในการควบคุมไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุด ซึ่งลุกลามถึงชายขอบของอุทยานแห่งชาติ “โยเซมิติ” แล้ว โดยขณะนี้ พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญเสียหายเกือบ 606 ตารางกิโลเมตรแล้ว และยังเป็นภัยคุกคามต่ออ่างเก็บน้ำ “เฮทช์ เฮทชี” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในซานฟรานซิสโกถึงร้อยละ 85 ด้วย จนถึงเวลานี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้น หลังจากไฟป่าลุกไหม้มานานกว่า 1 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2 จากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ กระแสลมแรงทำให้เปลวไฟลุกลามเข้าใกล้บริเวณเมืองที่อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะลุกลามไปถึงบ้านเรือนประชาชน แดนเนียล เบอร์แลนต์ จากสำนักงานรักษาป่าและป้องกันไฟป่าแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า ไฟยังคงโหมกระหน่ำ มีแนวโน้มสร้างความเสียหายได้มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมากในการต่อสู้กับไฟป่าครั้งนี้
 
รายงานข่าวระบุว่า มีบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 5,000 หลัง ตกอยู่ในอันตรายจากไฟป่าครั้งนี้ ซึ่งเริ่มโหมลุกไหม้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ในป่าสงวนแห่งชาติสตานิสลาอุส ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐก็ส่งนักผจญเพลิงประมาณ 2,800 คน เข้าต่อสู้กับไฟป่าในสภาพที่ยากลำบาก ด้านนายเจอร์รี บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัศมีห่างจากพื้นที่ไฟป่า 220 กิโลเมตรในซานฟานซิสโก ในขณะที่ ไฟป่าก็กำลังคุกคามสายไฟฟ้าที่นำกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เมือง
 

โรงงานซักอบรีดแอบปล่อยน้ำเสียลงคลอง

เมื่อเวลา 15.50 น.วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ชาวบ้าน ว่า เกิดน้ำเน่าเสียอย่างรุนแรง ภายในคลองวัดทะเล หมู่ 1 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณริมตลิ่ง ของคลองวัดทะเล มีชาวบ้าน มายืนมุงดูซากปลาชนิดต่างๆที่ตายลอยเกลื่อน ขณะที่ชาวบ้านบางราย ลงไปเก็บปลาที่กำลังว่ายขึ้นมาหายใจเหนือน้ำ เพื่อนำไปประกอบอาหาร และนำไปจำหน่าย  ผู้สื่อข่าว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยวัดปลายแหลม นำเรือลงไปตรวจสอบ ภายในคลองดังกล่าว

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ ภายในคลองดังกล่าว มีปลาชนิดต่างๆ เช่นปลากระบอก ปลากระพง และปลาอื่นๆตายลอยเกลื่อน และลอยอืดส่งกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่วคลอง เป็นทางยาว กว่า 800 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จึงได้ทำการเก็บซากปลาดังกล่าว ขึ้นมาจากในคลอง ซึ่งเกรงว่า หากปล่อยเอาไว้อาจส่งผลให้น้ำในคลองเกิดเน่าเสีย และยิ่งทำให้เสียระบบนิเวศน์

จากการสอบถาม นางหนูใจ พูลสิน อายุ 63 ปี ชาวบ้านที่อยู่ริมคลองดังกล่าว ได้ไปทำการเก็บปลาในคลองดังกล่าว เอาไปจำหน่าย ได้เงินกว่า 1,400 บาท ในเช้าวันเดียวกัน และที่เหลือนำไปแปรสภาพเป็นปลาเค็ม พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน พบว่ามีปลาที่ยังไม่ตาย แต่เหมือนกับน็อกน้ำ ขึ้นมาหายในบนผิวน้ำ จึงได้ลงไปเก็บปลาดังกล่าว ได้มากว่า 50 กก. แล้วนำไปจำหน่าย ในตลาดสด และยังเผยว่า สาเหตุที่ปลาลอยมาตาย มาจากสาเหตุของโรงงานซักอบรีด ที่อยู่ริมเหนือคลอง แอบปล่อยลงมา ยากใหเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบลงมาตรวจสอบหน่อย 

ขณะที่นายวิจักษ์  มีเพียร คณะกรรมการชุมชน หมู่ 1ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย ซึ่งได้เดินทางมาตรวจสอบ คลองวัดทะเล และได้ทำการประชาสัมพันธ์ ห้ามประชาชนนำปลาดังกล่าวไปประกอบอาหาร เนื่องจากเกรงว่า อาจมีสารพิษปนเปื้อนตกค้าง ในน้ำ และค่าอ๊อกซิเจนในน้ำต่ำ อาจทำให้ มีสารตกค้าง และการนำปลาดังกล่าวไปบริโภคอาจได้รับอันตรายได้ พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวว่า น้ำที่เน่าเสียในครั้งนี้ สาเหตุเกิดมาจาก โรงงานซักอบรีด หรือร้านลอนรี่ บางราย ในพื้นที่ใกล้เคียง แอบฉวยโอกาศ แอบปล่อยน้ำเสียลงคลอง จึงทำให้ น้ำเน่าเสียดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ตนกับกำนัน ได้รณรงค์ ทำความสะอาดในคลอง ขอร้องร้านซักอบรีดว่า อย่าปล่อยน้ำลงคลอง  เพราะอาจทำให้ระบบนิเวศน์ เสียหาย ต่อการดำรงค์ชีวิตของสัตว์น้ำ ซึ่งบางรายก่อเชื่อฟัง แต่บางรายกลับไม่เชื่อ

ตนจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้รับการสนใจ และแก้ไขแต่อย่างใด ยิ่งทำให้ร้านซักอบรีด ซักเสื้อผ้าบางราย กลับได้ใจ และแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองมาโดยตลอด และในรอบในปีนี้ ที่เกิดน้ำเน่าเสีย ในคลองดังกล่าว ตนจึงยากจะขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบลงมาแลย่างเร่งด่วน ก่อนที่ระบบนิเวศน์ จะเสียหายไปมากกว่านี้ และ ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่สองในรอบปีนี้แล้ว ที่เกิดน้ำเน่าเสีย ปลาตาย นายวิจักษ์ มีเพียร กล่าว..

จักรยานดัตช์...ขยะเพิ่มมูลค่า

ผู้เขียน: 

http://www.dailynews.co.th/world/213842 วันที่ 23 มิถุนายน 2556

 

สองนักธุรกิจรุ่นใหม่ชาวดัตช์กำลังรังสรรค์นิยายเรื่อง ใหม่ ที่จะแปรเปลี่ยนจักรยานซึ่งถูกทิ้งนับพันคันในแต่ละปีให้เป็นเงิน และผลักดันให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ตำแหน่งแฟชั่นดีไซเนอร์และนักออกแบบ เฟอร์นิเจอร์

เดือนมกราคม 2012 ล็อดวิจค์ บอสแมน วัย 25 ปี และ ไฮด์ดิ แวน เดอร์ สตราเทน วัย 28 ปี นักศึกษาภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรมแห่งมหาวิทยาลัยเดลฟท์ เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างรอตเทอร์ดามและกรุงเฮก ลุกขึ้นมานำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจักรยานที่กลายเป็นขยะให้กับชาวดัตช์ โดยก่อตั้งดิ อัพไซเคิล (The Upcycle) ขึ้น

เนเธอร์แลนด์มีประชากรราว 17 ล้านคน แต่กลับมีจำนวนจักรยานถึง 18 ล้านคัน ขณะที่แต่ละปีมีจักรยานที่ถูกซื้อใหม่อีกนับล้านคัน แต่จักรยานที่มีจำนวนมากมายขนาดนั้นกำลังมีปัญหาเรื่องที่จอด ซึ่งหากคุณเอาจักรยานคู่ใจไปจอดผิดที่ผิดทาง หรือจอดทิ้งไม่เลือกที่เจ้าหน้าที่ก็จะมาช่วยเก็บไปและเอามันไปทำลาย

  เหตุการณ์แบบที่ว่าเกิดขึ้นกับจักรยานหลายสิบคันจากพันคันต่อปี ขณะที่เจ้าของที่ยังรักพวกมันอยู่ จะยอมเสียเงินค่าไถ่ 20 ยูโร หรือราว 800 บาท เพื่อนำมันกลับมาใช้อีกครั้ง จักรยานที่ถูกทอดทิ้งจะถูกขายต่อไปยังร้านจักรยานมือสองทั้งในเนเธอร์แลนด์ เอง และส่งออกไปยังต่างประเทศ

ล็อดวิจค์และไฮด์ดิเป็นหนึ่งในผู้ที่ไปประมูลซื้อจักรยานเหล่านั้นหรือ อะไหล่บางส่วนมา แต่พวกเขากลับมีแนวคิดที่ต่างออกไป

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยกตัวอย่าง เช่น โคมไฟข้างเตียงอัพไซเคิล ราคา 88 ยูโร ที่มาจากดวงไฟเก่าของจักรยานแล้วเปลี่ยนหลอดเป็นแอลอีดีแทน ก่อนจะเอาซี่ล้อรถมาสานเข้าด้วยกันเป็นขา แล้วใช้ไม้เป็นฐานหุ้มด้วยยางในที่นำมาถักสาน

นอกจากโคมไฟแล้วยังมีกำไลข้อมือที่ทำจากโซ่ราคา 10 ยูโร เข็มขัดที่ทำจากยางพร้อมหัวเข็มขัดราคา 30 ยูโร เลยไปจนถึงของที่ใหญ่กว่าอย่างม้านั่งที่ประกอบขึ้นจากเศษไม้แล้วหุ้มด้วยยางในจักรยาน

ชื่อบริษัทของทั้งสองเป็นรูปเป็นร่างขึ้นหลังจากชนะการประกวดพร้อมกับได้รับเงินรางวัล 10,000 ยูโร หรือราว 400,000 บาท จากความคิดสร้างสรรค์ของทั้งคู่

พวกเขาเริ่มต้นเปิดบริษัทและจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ และได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

“ผมอยากบอกว่าลูกค้าครึ่งหนึ่งของเราคือคนเนเธอร์แลนด์เอง อีกครึ่งมาจากต่างประเทศ” ไฮด์ดิ บอกเล่า

ขณะที่ทั้งคู่ตั้งเป้าขั้นต่อไปไว้ว่าจะจัดจำหน่ายผ่านร้านตัวแทน ซึ่งรวมทั้งร้านขายของที่ระลึกที่มีอยู่มากมายในเนเธอร์แลนด์ด้วย

“จักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวดัตช์ แล้วทำไมเราไม่นำมันกลับมาเป็นของที่ระลึกล่ะ” ไฮด์ดิให้เหตุผล

ล็อดวิจค์ซึ่งสวมกางเกงที่พยุงอยู่ได้ด้วยเข็มขัดที่ทำจากยางจักรยาน เสริมว่า วัตถุดิบของพวกเขานั้นไม่มีวันหมดไป เพราะเนเธอร์แลนด์คือเมืองจักรยาน

คู่หูทางธุรกิจโชว์กระเป๋าสตางค์ที่ทำขึ้นจากชิ้นส่วนของอานเก่าโดยมียางเส้นเล็ก ๆ จากยางจักรยานเชื่อมต่อไว้ด้วยกัน

“เราพยายามนำชิ้นส่วนของจักรยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ทุกชิ้นส่วนที่จะนำมาใช้ได้ อย่างเข็มขัดรัดกับสวิตช์ไฟมันก็ไม่สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นอะไรได้” ไฮด์ดิ ยกตัวอย่าง

ดิ อัพไซเคิลยังขายจักรยานเก่าที่นำมาปรับแต่งใหม่ ที่นำเอาเฟรมเก่ามาผสมผสานกับอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งรวมทั้งบังโคลนที่ทำขึ้นจากยางเก่าในสไตล์อัพไซเคิลด้วย

 
 

 

 

 

 

“การเดินทางไปไหนมาไหนด้วยจักรยานเป็นแนวคิด ที่ยั่งยืน เป็นการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด ธุรกิจของทั้งคู่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนความยั่งยืน” ซาสเกีย คลุท รองผู้อำนวยการสหภาพดัตช์ ไซคลิสท์ ระบุ

บริษัทของทั้งคู่ยังทำงานร่วมกันกับมูลนิธิสตันท์ด้วย นอกเหนือจากการช่วยเหลือให้คนตกงานมีงานใหม่ทำ สร้างมุมมองใหม่ให้กับธุรกิจ

“ธุรกิจนี้ช่วยขับเคลื่อนชีวิตผู้คนด้วยมันน่ายินดีมากที่เห็นว่า สิ่งที่เราผลิตถูกขายไปในออสเตรเลียเพื่อเป็นตัวอย่าง” เฮน แลกส์ ผู้บริหารของสตันท์ ระบุ

ขณะที่ล็อดวิจค์บอกว่า คติประจำใจของเขาก็คือ “ผู้คน โลก และผลประโยชน์” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามพื้นฐาน 3 อย่าง

“สุดท้าย เราคือเจ้าของธุรกิจที่มีการระบบทำงาน และหวังว่ามันจะสร้างผลกำไร แต่ขณะเดียวกันก็คืนกำไรกลับสู่สังคมด้วย” ล็อดวิจค์ ระบุ

ทุกสินค้าที่ถูกจำหน่ายและสร้างรายได้ ให้กับบริษัท กำไรครึ่งหนึ่งจะถูกนำเข้าสู่มูลนิธิสตันท์ ตามเจตนารมณ์ของคู่หูทั้งสองคนที่ต้องการตอบแทนสังคม.

 

วิถีเกษตรแบบลงตัวกลางเมืองท่องเที่ยว

โดยเดลินิวส์ออนไลน์ วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2555

ป่าทุ่งทะเล บ้านปากคลอง หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะที่ถูกแบ่งออกจากแผ่นดินใหญ่ของตำบลเกาะกลาง โดยมีคลองร่าหมาด และคลองลัดลิกี เป็นตัวแบ่งพื้นที่

ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบชายหาด ดินส่วนใหญ่เป็นดินทรายและดินร่วนปนทราย ตอนกลางของพื้นที่เป็นป่าพรุและป่าเลน มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กระจัดกระจายสลับกับทุ่งหญ้า มีป่าพรุ กระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ส่วนใหญ่มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้เสม็ด ซึ่งสมบูรณ์และหนาแน่นที่สุดของประเทศ ส่วนพันธุ์ไม้อื่น ได้แก่ หว้าหิน หว้า ตังหน สำหรับไม้พื้นล่างมีต้นหลาวชะโอน กะพ้อ หวาย กล้วยไม้ป่า เป็นต้น มีป่าชายเลนหนาแน่นบริเวณริมคลองน้ำเค็ม ได้แก่ คลองร่าหมาด คลองลัดลิกีทางด้านทิศตะวันออก และทิศใต้ของพื้นที่มีต้นไม้ที่สำคัญทั้งที่เป็นไม้ดั้งเดิมและที่ได้รับการฟื้นฟูด้วยการปลูกขึ้นมาใหม่ของชาวชุมชน ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก โปรงแดง โปรงขาว ถั่วดำ ถั่วขาว ตะบูนดำ ตะบูนขาว พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ หวายลิง เหงือกปลาหมอ เป็นต้น

ลักษณะเด่นอีกประการของพื้นที่แห่งนี้ก็คือ การมีป่าชายหาด ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน มีความยาวของชายหาดประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งตลอดแนวจะมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สนทะเล หยีทะเล ปอทะเล พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เตยทะเล เจริญงอกงามแบบเกื้อกูลกันเต็มพื้นที่

และจากความสมบูรณ์ในพื้นที่จึงมีพื้นที่ป่าดิบชื้นขึ้นอยู่ตามร่องห้วยน้ำจืดบริเวณตอนกลางของพื้นที่อีกด้วย พันธุ์ไม้ที่สำคัญในพื้นที่ส่วนนี้จะประกอบด้วย ตะเคียน หว้าหิน เสม็ดแดง หว้า และมีกล้วยไม้ป่าหลากหลายชนิด นับเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติที่มีความหลากหลาย และนับเป็นป่าธรรมชาติ ใจกลางเมืองท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้

ตลอดเวลาที่ผ่านมาภายหลังจากสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างนักลงทุนเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กับราษฎรในพื้นที่ โดยการนำพื้นที่ทั้งหมดมาดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประชาชนทุกสาขาอาชีพทั้งในพื้นที่และที่ห่างไกลสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาเรียนรู้วิถีทำกินก่อนนำกลับไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง ก็ได้มีการช่วยกันดูแลเฝ้ารักษาไม่ให้มีการบุกรุกทำลายต่อบริเวณป่าชายฝั่งจึงทำให้ชายฝั่งทะเลเกิดป่าและหาดทรายที่ทอดยาว ติดทะเลชายฝั่งอันดามันมีอากาศสดชื่น และเงียบสงบ เป็นพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ และหลากหลาย มีสัตว์ป่ามากมายที่เข้ามาอาศัยอยู่ ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยก็คือมีป่าถึง 5 ชนิด อยู่ในพื้นที่แบบเชื่อมโยงกันคือ ป่าพรุ ป่าชายเลน ป่าดิบชื้น ป่าชายหาด และทุ่งหญ้า จึงทำให้มีสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นและเฉพาะป่าตลอดถึงพันธ์ุสัตว์น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็มเข้ามาอาศัยอยู่รวมกันอย่างชุกชุม

และจากความสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นผลให้การประกอบอาชีพของราษฎรในพื้นที่สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างไม่กระทบกระเทือน ที่สำคัญทำให้ผลผลิตจากการประกอบอาชีพที่มีอย่างหลากหลายสามารถพัฒนาจนประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง เช่นกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปลากะรังที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การเลี้ยงปลาในเบื้องต้นแก่เกษตรกรภายหลังผ่านการอบรมถึงวิธีการเลี้ยงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์จากเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะได้รับพันธ์ุปลาที่สมบูรณ์จาก โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กระบี่ ไปทำการเพาะเลี้ยงในพื้นที่ของตน และมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการดูแลตลอดระยะเวลาจนจับปลาขึ้นมาจำหน่าย

ทำให้เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงมีความรู้และประสบการณ์เป็นอย่างดีเมื่อสามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ ก็จะออกไปขยายผลเป็นผู้แนะนำแก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ที่สนใจต่อไปแบบต่อเนื่อง จึงทำให้พื้นที่มีการเพาะเลี้ยงปลากะรังเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน และประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงด้วยดี ขณะเดียว กันก็มีการจัดตั้งกลุ่มสตรีเพื่อการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำขึ้นมารองรับผลผลิตที่ผลิตได้ หากเกิดปัญหากับการตลาดช่วงที่ปริมาณปลาที่เลี้ยงมีมากเกินความต้องการของตลาด

และตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังจากได้มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้พื้นที่มีความสมบูรณ์แบบเกื้อกูลกันอย่างลงตัวและเต็มที่ ผลผลิตจากการผลิตในทุกชนิดรวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงประสบความสำเร็จด้วยดี ยังมาซึ่งการมีกิน อยู่ดี มีเงินเหลือเก็บของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่มาของการหวงแหนพื้นที่ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จนบุคคลภายนอกที่หวังเอาพื้นที่มาใช้ประโยชน์แบบฉาบฉวยและชั่วคราวในนามของสถานที่ท่องเที่ยว จึงไม่สามารถเข้าไปดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้ นับเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่น่าสนใจต่อการศึกษาถึงแนวคิด วิธีคิด ในการดำรงชีพแบบคนกับธรรมชาติที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ไม่น้อย
ทีเดียว.

เร่งโซนนิ่งภาคเกษตรสร้างมาตรฐานการผลิต

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ กำหนดเขตพื้นที่เกษตรเศรษฐกิจ หรือโซนนิ่ง ตามศักยภาพและความเหมาะสมของภูมิศาสตร์ โดยให้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมการผลิตรวมถึงระบบโลจิสติกส์สู่การตลาดที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เมื่อก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเราได้ดำเนินงานเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เริ่มจากการกำหนดรูปแบบการจัดทำโซนนิ่งในรูปของกลุ่มจังหวัดเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเตรียมข้อมูลทางกายภาพในระดับตำบล เพื่อชี้แจงกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จัดทำข้อมูลสินค้าเกษตรส่งออกของไทยที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ยางธรรมชาติ ข้าว อ้อย ปลา กุ้ง ผลไม้ มันสำปะหลัง เนื้อไก่ ผัก และปาล์มน้ำมัน อีกทั้งยังได้จัดทำข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตร 5 อันดับแรกของกลุ่มจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด และมีแผนดำเนินงานในเรื่องโซนนิ่ง เพื่อตอบสนองนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ จะเน้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งรับซื้อสินค้าที่แน่นอน และราคาที่เป็นธรรม ส่วนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้วยการบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เน้นการลดต้นทุน รวมทั้งงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ.

ดีซี่ แม็พนวัตกรรมพิสูจน์สิทธิ ป่ารุกคน - คนรุกป่า

ดีซี่ แม็พนวัตกรรมพิสูจน์สิทธิ ป่ารุกคน - คนรุกป่า
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา 00:00 น.

สถานการณ์ปัญหาคนรุกที่ป่า ป่ารุกที่คน และความไม่เป็นธรรมในการดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งแวดล้อม สาเหตุใหญ่มาจากแนวเขตที่ไม่ชัดเจน และข้อจำกัดในการพิสูจน์สิทธิที่มักเป็นระบบปิดเข้าถึงได้ยาก ใช้เวลานาน กระทรวงยุติธรรม โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญช่วยเหลือคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาคดีการบุกรุกที่ดินและสิ่งแวดล้อม

โดยเดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555

โดยเฉพาะการพิสูจน์หลักฐานการครอบครองพื้นที่ซึ่งมีความซับซ้อน เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน จึงต้องอาศัยการทำงานในรูปแบบเฉพาะและเครื่องมือที่สามารถทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน ได้ผลรวดเร็ว

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า “แม่ข่ายแผนที่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ ดีซี่ แม็พ (DSI MAP) นวัตกรรมในการ
ตรวจสอบที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเครื่องมือในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่คดีพิเศษและยังเกิดประโยชน์กับประชาชนทั่วไปที่สามารถเข้ามาใช้โปรแกรมดังกล่าวได้ฟรีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพียงมีพิกัดจีพีเอสของพื้นที่ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตพื้นที่อะไร ซึ่งปัจจุบันการหาพิกัดจีพีเอส สามารถทำได้ง่าย เช่น ตรวจสอบได้จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไอแพด เป็นต้น พร้อมระบุด้วยว่าพื้นที่นั้นมีกฎหมายประกาศอะไรที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือวันที่ประกาศเป็นเขตสงวนหวงห้าม เพื่อเป็นฐานในการวิเคราะห์เบื้องต้น ซึ่งวิธีการนี้ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง

ทั้งนี้การปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายให้ความช่วยเหลือประชาชนของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) ในการตรวจสอบแนวเขตการครอบครองพื้นที่ของประชาชนเพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า

สำหรับโปรแกรมดีซี่ แม็พ ศูนย์ปฏิบัติการแผนที่และภูมิสารสนเทศ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้พัฒนาร่วมกับนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการศึกษาของรัฐ และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดีซี่ แม็พ ที่จัดทำขึ้นเป็นโปรแกรมรองรับการตรวจสอบและค้นหาแนวขอบเขตเพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงโปรแกรมได้ง่ายเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งก่อนหน้านี้การตรวจสอบทำได้ยาก และใช้เวลานาน เพราะมักเป็นระบบปิดใช้เฉพาะภายในหน่วยงาน”

โปรแกรม ดีซี่ แม็พสามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต http://www.dsi-map.go.th เมื่อระบบขึ้นมาบนจอคอมพิวเตอร์จะเป็นรายละเอียดของแม่ข่ายแผนที่ทั่วประเทศ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายละเอียดของพื้นที่ ทั้งเขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวน เขตป่าชายเลน พื้นที่ สปก.ฯลฯ ด้วยการใส่ค่าพิกัดตำแหน่งจีพีเอสในช่องตำแหน่งพิกัด หรือใส่ชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในช่องค้นหาสถานที่ แล้วกดค้นหา จากนั้นระบบจะบอกว่าพิกัดที่ต้องการตรวจสอบอยู่ในพื้นที่อะไร เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตป่าสงวน หรือไม่ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวนอกจากช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลในการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าแล้วประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกรณีตรวจสอบการซื้อ-ขายที่ดินว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เพื่อป้องกันการถูกหลอก

ทั้งนี้ ดีซี่ แม็พได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด “นวัตกรรมการสำรวจทางภูมิศาสตร์ (GIS)” ในงาน “ถนนเทคโนโลยี ประจำปี 2555”

ในปีที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการแผนที่และภูมิศาสตร์ฯได้มีการอบรมการใช้โปรแกรมดังกล่าวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ราชบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ซึ่งมีข้าราชการและประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และในปีงบประมาณ 2556 นี้จะเร่งเผยแพร่ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานยุติธรรม ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย หนองคาย และภาคใต้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช และ สงขลา เป็นต้น

“เราแปลงข้อมูลเอกสารทางภูมิศาสตร์เบื้องต้นที่เป็นพื้นฐานมาใส่ในโปรแกรมนี้ และกฎหมายที่ชาวบ้านต้องรู้ว่าตรงไหนที่เป็นเขตป่าสงวน เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นว่าห้ามเข้าไปรุกล้ำหรือยึดครองมาเป็นที่ทำกิน ขณะเดียวกันประชาชนสามารถเป็นหูเป็นตากรณีการแสวงประโยชน์ในทางมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐและการบุกรุกทำลายป่าของผู้มีอิทธิพล ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เอ็นจีโอหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ มาตรวจสอบ การเผยแพร่ดีซี่ แม็พ ไปสู่ประชาชนในวงกว้างจึงมีความสำคัญเพราะจะทำให้เกิดการเฝ้าระวังและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าได้อย่างกว้างขวาง สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงยุติธรรมในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน” นายเรวัต แสงโชติ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ ศูนย์ปฏิบัติการแผนที่และภูมิศาสตร์ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวและว่า ดีซี่แม็พเป็นการจัดฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์ และการประกาศพื้นที่แนวเขตของป่าที่มีความเกี่ยวพันด้านกฎหมายโดยใช้งบประมาณในการลงทุนน้อยมาก เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่ต้องการให้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน และอุทยานแห่งชาติลดน้อยลงและหมดไปจากประเทศไทย

ดีซี่ แม็พมีส่วนช่วยการยับยั้งการบุกรุกทำลายป่าโดยไม่ตั้งใจ และไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกหลอกซื้อ-ขายที่ดินในพื้นที่แนวรอยต่อพื้นที่ป่าอีกต่อไป.

by ThaiWebExpert