มติชนออนไลน์

ถึงการจัดการ "น้ำ"

มติชน วันที่ 27 กันยายน 2550

"ปัจจุบันภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงทรัพยากรน้ำที่เป็นเสมือนชีวิตของประชาชน ดังนั้น การจัดการทรัพยากรน้ำจึงต้องอาศัยการวางแผน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน"

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กล่าวถึงโครงการ "ประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550"

ดร.สุเมธ กล่าวถึงสถาบันแห่งนี้ว่า เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาการจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตรโดยตรง จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิ โคคา-โคลา ประเทศไทย ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการน้ำชุมชนมาโดยตลอด

การจัดประกวดโครงการนี้ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

นายพงส์ สารสิน ประธานมูลนิธิ โคคา-โคลา ประเทศไทย แถลงว่ามูลนิธิรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสสนับสนุนโครงการนี้

นับเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับเจตจำนงสำคัญในกิจกรรมเพื่อสังคมของมูลนิธิ ที่การมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้กับชุมชนท้องถิ่นของประเทศ

"การรักษาไว้ซึ่งความยั่งยืนและความสมดุลทางธรรมชาติของชุมชนเป็นสิ่งที่กลุ่มธุรกิจ โคคา-โคลา ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องเสมอมา" ประธานมูลนิธิยืนยันเช่นนั้น

และว่า "ที่ผ่านมามูลนิธิได้มีการเข้าไปช่วยวางระบบไอที เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มาประกอบการจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคต่างๆ อาทิ การใช้ GPS และแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมในการสำรวจ เพื่อมาวิเคราะห์และจัดทำเว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลให้การจัดการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"

โครงการ "ประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนฯ" เป็นโครงการนำร่องที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ เพื่อสำรวจและคัดเลือกชุมชนตัวอย่างที่มีความพร้อมในการจัดเก็บน้ำร่วมประกวดในโครงการ

แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่น้ำแล้ง รวม 19 ชุมชน ใน 13 จังหวัด

สำหรับชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าประกวด มีดังนี้ ชุมชนพื้นที่ต้นน้ำ มี 8 ชุมชน ได้แก่

1.ชุมชนบ้านป่าสักงาม เชียงใหม่

2.ชุมชนบ้านสามขา ลำปาง

3.ชุมชนบ้านแม่กั๊วะ ลำปาง

4.ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด ตาก

5.กลุ่มเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก สระบุรี

6.ชุมชนบ้านโนนมะเกลือ ชัยภูมิ

7.ชุมชนบ้านโนนขวาง บุรีรัมย์

8.ชุมชนบ้านควนดินดำ สตูล

ชุมชนพื้นที่น้ำท่วม มี 3 ชุมชน ได้แก่

1.ชุมชนบ้านผาแมว ลำปาง

2.ชุมชนเขาโบสถ์ ระยอง

3.ชุมชนหมู่บ้านเยาวพรรณ นนทบุรี

ชุมชนพื้นที่น้ำแล้ง มี 8 ชุมชน ได้แก่

1.ชุมชนวังงิ้ว พิจิตร

2.ชุมชนบ้านโนนแดง บุรีรัมย์

3.ชุมชนบ้านตลาด บุรีรัมย์

4.ชุมชนบ้านห้วยมะไฟ บุรีรัมย์

5.ชุมชนบ้านลิ่มทอง บุรีรัมย์

6.ชุมชนบ้านหนองบัว ศรีสะเกษ

7.ชุมชนบ้านโนนแดง นครราชสีมา

9.ชุมชนบ้านควนต่อ กระบี่

องค์โสมฯ ลงพระนาม 10 ล้านรายชื่อพิทักษ์สัตว์

มติชน วันที่ 27 กันยายน 2550

สัตว์จำนวนมากกำลังถูกทารุณกรรมโดยฝีมือของมนุษย์ มีหลายหน่วยงานทั่วโลกที่ทำงานเพื่อสัตว์เหล่านี้ แต่เพื่อให้การรณรงค์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงจัดโครงการ UDAW (Universal Declaration on Animal Welfare) เพื่อรณรงค์รวบรวม 10 ล้านรายชื่อ ส่งมอบให้สหประชาชาติออกปฏิญญาสากลว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งล่าสุด ได้เลือกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในเอเชียเพื่อประสานกับสำนักงานใหญ่ที่กรุงลอนดอน โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก สำนักงานแห่งภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งทรงร่วมลงพระนามโครงการ UDAW ด้วย

มร.ปีเตอร์ วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประจำภูมิภาคเอเชีย บอกถึงสาเหตุที่เลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางว่า ประเทศไทยอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของภูมิภาคพอดี สามารถเชื่อมต่อสู่ประเทศต่างๆ ในเอเชียได้ทั้งหมด นอกจากนี้คนไทยยังมีความตื่นตัวสูงในเรื่องการพิทักษ์และคุ้มครองสัตว์ และตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ที่มีต่อคนเราอีกด้วย

"ประเทศไทยถือว่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการคุ้มครองสิทธิสัตว์ และให้ความสำคัญแก่สัตว์ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวในระดับสังคมมากนัก เพราะประเทศเหล่านี้ ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนทำให้ปัญหาเรื่องการทารุณสัตว์ยังไม่ได้รับความสำคัญมากนัก สมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลกจึงตัดสินใจเปิดสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ เพื่อบุกเบิกภารกิจด้านการพิทักษ์สัตว์ในเอเชียอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายสร้างความตระหนักในความสำคัญของการคุ้มครองสัตว์ในกลุ่มประชาชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การยุติการทารุณสัตว์"

สำหรับโครงการสำคัญ ผู้อำนวยการสมาคมฯ กล่าวอีกว่า การร่วมมือและสนับสนุนสมาชิกในประเทศต่างๆ เพื่อวางรากฐานงานพิทักษ์สวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นรูปร่าง นอกจากนี้ยังมีภารกิจในการพัฒนาและเสริมสร้างความตระหนักในสิทธิและสวัสดิภาพของสัตว์ผ่านการจัดทำโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้การศึกษาแก่ประชาชนและการทำงานร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์ของไทย และหน่วยงานของรัฐ

ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า

นายกฯเรียกร้องเวทียูเอ็น ร่วมต่อจิ๊กซอว์แก้โลกร้อน

มติชน วันที่ 26 กันยายน 2550

นายกฯเรียกร้อง ปท.ที่ปลูกข้าวร่วมกันทำวิจัยพัฒนาก๊าซมีเทน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ด้านที่ประชุมยูเอ็นให้ร่วมกันหาทางแก้โลกร้อนเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นจริง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุมระดับสูงว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนให้ผู้นำชาติต่างๆ ของโลกร่วมกันมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการรับมือกับภาวะโลกร้อนโดยนายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างแรงกระตุ้นและแรงกดดันทางการเมืองก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสนธิสัญญาสภาพอากาศประจำปี ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งประเทศต่างๆ จะมีการเจรจากันเพื่อบรรลุข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้แทนพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะหมดอายุลงในปี 2555

พิธีสารเกียวโตซึ่งลงนามโดย 175 ประเทศ กำหนดให้ประเทศอุตสาหกรรม 36 ชาติ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง เฉลี่ย 5% จากระดับที่เคยปล่อยเมื่อปี 2533 ให้ได้ภายในปี 2555 ซึ่งสหรัฐปฏิเสธที่จะลงนาม โดยอ้างว่าจะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐพัง และระบุว่าควรบังคับใช้กับประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีนและอินเดียด้วย นอกจากนี้สหรัฐยังเห็นด้วยกับวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจมากกว่า

การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ชาติเข้าร่วม โดยในจำนวนนี้กว่า 80 ราย เป็นระดับผู้นำประเทศ แต่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด โดยบุชวางแผนที่จะจัดการประชุมเรื่องโลกร้อน ที่กรุงวอชิงตัน ในวันที่ 27 และ 28 กันยายนนี้ โดยจะเชิญเฉพาะ 16 ชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ซึ่งรวมทั้งจีนและอินเดีย ขณะที่ตัวแทนของบุชที่เข้าร่วมประชุมยูเอ็น คือนางคอนโดลีซซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวในที่ประชุมว่าการประชุมโลกร้อนที่สหรัฐจะจัดขึ้นนั้นเป็นการแสดงจุดยืนของสหรัฐที่ต้องการช่วยเหลือยูเอ็นในการทำให้แนวทางดังกล่าวคืบหน้าต่อไป

ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี่ แห่งฝรั่งเศส ในฐานะตัวแทนของอียูกล่าวต่อที่ประชุมว่า "ประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่จะต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 50% ภายในปี 2593"

ก่อนหน้านี้กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 8% ตามข้อกำหนดในพิธีสารเกียวโตได้ยินยอมที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอีกอย่างน้อย 20% ภายในปี 2563 เพื่อเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้ทั่วโลกหันมาร่วมมือกัน

ขณะที่อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า หลายๆ รัฐของสหรัฐยินดีที่จะจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ว่ารัฐบาลของบุชจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย โดยรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีการผ่านร่างกฎหมายที่บังคับให้ภาคอุตสาหกรรมของรัฐต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ประมาณ 25% ภายในปี 2563

ด้านอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐและนักเคลื่อนไหวต่อสู้กับโลกร้อนคนสำคัญได้เรียกร้องในที่ประชุมให้ผู้นำชาติต่างๆ ทั่วโลกมีการประชุมกันในเรื่องโลกร้อนทุกๆ 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่ปีหน้าจนกว่าจะได้แนวทางที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาโลกร้อน

ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมในหัวข้อ "อนาคตในมือเรา : ความท้าทายของผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" มีใจความสำคัญว่า ไม่มีใครปฏิเสธว่าทุกวันนี้เราต่างดิ้นรนต่อสู้กับความแปรปรวนของสภาวะอากาศ และภัยธรรมชาติที่โหดร้าย ภัยพิบัติที่เกิดจากอากาศและปรากฏการณ์ธรรมชาติในส่วนต่างๆ ของโลก เป็นสัญญาณจากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ ในการเผชิญหน้าของความท้าทายดังกล่าว สหประชาชาติมีอนุสัญญากรอบการดำเนินการของสหประชาชาติเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ซึ่งได้บรรจุหัวข้อ "ร่วมกัน แต่รับผิดชอบที่ต่างกัน" ความพยายามของแต่ละประเทศเป็นเหมือนภาพจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งของโลก ซึ่งถ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งหายไป ภาพก็จะไม่สมบูรณ์

พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย กำลังดำเนินการกับปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการกัดเซาะตามชายฝั่ง ด้วยการสร้างแนวรั้วบริเวณชายฝั่ง และฟื้นฟูป่าชายเลน นอกจากนี้ ยังต้องแก้ปัญหาวงจรอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ด้วยการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมภูมิคุ้มกันตนเองและการสร้างความเข้มแข็งเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายนั้น ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาด้วย และในปี 2550 ไทยได้เริ่มแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยครอบคลุมทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การบรรเทาปัญหาก๊าซเรือนกระจก การวิจัยและพัฒนา ขณะเดียวกันไทยยังส่งเสริมการใช้พลังงานใหม่ๆ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นว่าเชื้อเพลิงธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในการผสมผสานพลังงานของประเทศกำลังพัฒนาในสองทศวรรษหน้า ดังนั้น ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย จำเป็นต้องรักษาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยเปลี่ยนการใช้คาร์บอนเทคโนโลยีราคาต่ำ ไปใช้เทคโนโลยีที่สะอาดและทันสมัยขึ้น

"ในฐานะผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ ไทยจึงเรียกร้องให้ประเทศผู้ปลูกข้าวและสถาบันระหว่างประเทศทั้งหลายได้เน้นกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีการลดก๊าซมีเทน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและมีเมล็ดข้าว เพื่อรองรับประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้นและสร้างเสริมความมั่นคงของอาหารโลก" พล.อ.สุรยุทธ์กล่าว

เปิดฐานทรัพยากรชีวภาพ ไทยอุดมอันดับต้นของโลก

มติชน วันที่ 26 กันยายน 2550

หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน) หรือ สภพ. พ.ศ.2550 เพื่อเสนอแนะนโยบาย และมาตรการเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวบรวมและทำบัญชีรายการพืช สัตว์ จุลินทรีย์ ที่มีแหล่งกำเนิดหรือพบในประเทศไทย รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและชุมชน เพื่อดูแลการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพนั้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการ และล่าสุดรัฐบาลสนับสนุนทุน 30 ล้านบาท สำหรับสร้างต้นแบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการใช้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ ให้เป็นแหล่งพบปะระหว่างผู้มีความรู้กับผู้ที่ต้องการใช้ ฯลฯ

"ประเทศไทยมีความสมบูรณ์สูงติดอันดับต้นๆ ของโลก เช่น มีความหลากหลายของข้าวถึง 5,928 ชื่อ จากจำนวนข้าวป่าที่มีอยู่ 21 ชนิดทั่วโลก พบในประเทศไทย 5 ชนิด ข้าวป่าเหล่านี้เป็นฐานพันธุกรรมสำหรับพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ สร้างรายได้ปีละกว่า 7 หมื่นล้านบาท และพบกล้วยไม้ในป่าธรรมชาติ 1,150 ชนิด จาก 160 สกุลทั่วโลก" นายปีติพงศ์กล่าว และว่า นอกจากนี้ มีสัตว์มีกระดูกสันหลัง 4,253 ชนิด หรือร้อยละ 10 ของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งโลก มีพืชชั้นสูงจำพวกพืชมีเมล็ด และเฟิร์นประมาณ 1 หมื่นชนิด หรือร้อยละ 4.3 ของพืชชั้นสูงทั้งโลก ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีพื้นที่เพียง ร้อยละ 0.43 ของพื้นที่แผ่นดินบนโลกเท่านั้น

"บุช"เบี้ยวอีกประชุมโลกร้อน

มติชน วันที่ 25 กันยายน 2550

ตัวแทนจากประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศทั่วโลกได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 24 กันยายน ที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยผู้เข้าร่วมประชุมในจำนวนนี้กว่า 80 รายเป็นระดับผู้นำประเทศ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะมีการกล่าวสุนทรพจน์จากผู้ที่มีบทบาทเด่นในการรณรงค์ต่อสู้กับภาวะโลกร้อนบนเวทีระดับนานาชาติอย่างนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี่ แห่งฝรั่งเศส และอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ

การประชุมนี้จัดขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงกดดันก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสนธิสัญญาสภาพอากาศประจำปีขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งประเทศต่างๆ จะมีการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้แทนพิธีสารเกียวโตในปี 2555

ด้านประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐซึ่งปฏิเสธข้อบังคับของพิธีสารเกียวโต ไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ โดยบุชจะจัดการประชุมด้านสภาพอากาศที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 27 และ 28 กันยายนนี้ แต่จำกัดวงเฉพาะประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ 16 ชาติเท่านั้น

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด แห่งอิหร่านได้เริ่มต้นการเดินทางเยือนสหรัฐเป็นครั้งที่ 3 ของเขา โดยได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาคมผู้สื่อข่าวแห่งชาติของสหรัฐผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก่อนที่จะเดินทางไปเป็นวิทยากรรับเชิญที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยอาห์มาดิเนจาดให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางมาสหรัฐว่า การขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่ของยูเอ็นในวันที่ 25 กันยายนจะเป็นการนำเสนอจุดยืนและความคิดเห็นของประชาชนชาวอิหร่านให้ชาวโลกได้รับรู้

มีรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมนับร้อยคนมาชุมนุมกันที่หน้ามหาวิทยาลัยโคลัมเบียเพื่อต่อต้านการเดินทางเยือนของผู้นำอิหร่าน และประณามว่า อาห์มาดิเนจาดต้องการจะเป็นอย่างฮิตเลอร์ พร้อมกับกล่าวโทษมหาวิทยาลัยว่าทำผิดมหันต์ชนิดให้อภัยไม่ได้ที่เชิญอาห์มาดิเนจาดมา (เอพี/เอเอฟพี)

วงจรเชื้อโรคเปลี่ยน เหตุจาก"โลกร้อน" เปิปเนื้อสัตว์ไม่สุก อันตราย!"ถึงตาย"

มติชน วันที่ 25 กันยายน 2550

ดร.จิรพล สินธุนาวา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกร้อนวงจรชีวิตของเชื้อโรคที่อยู่ภายในสัตว์บางชนิดเกิดการเปลี่ยนแปลง อาทิ หมู เป็ด ไก่ โดยพบว่ามีความคงทนแข็งแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งหากบริโภคเนื้อสัตว์เหล่านี้โดยไม่ปรุงสุก หรือบริโภคแบบสุกๆ ดิบๆ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ในร่างกายมนุษย์ก็เช่นกัน จากเดิมร่างกายมนุษย์จะมีเชื้อโรคอยู่ในปริมาณหนึ่งแต่จะได้รับการป้องกันจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิร้อนขึ้น เชื้อโรคจะมีความแข็งแรงสูง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถรับมือได้ และเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากขึ้น

"ช่วงนี้ที่ฝนตกชุกและเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ ต้องระวังเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู และต้องระวังการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ซึ่งเกิดจากการเหยียบย่ำพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคที่เราไม่มีทางรู้ตัว โดยเฉพาะหากเท้ามีแผลเปิดจะเสี่ยงติดเชื้อสูง ประชาชนทุกคนจึงต้องระมัดระวังและดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กไม่ว่าจะอาศัยในกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือต่างจังหวัดไม่ควรเล่นน้ำฝนหรือสนุกสนานกับน้ำท่วม เพราะจะเสี่ยงรับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว" ดร.จิรพลกล่าว

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นฝนตก น้ำท่วม สิ่งสำคัญต้องระวังเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยเฉพาะในสัตว์ที่เป็นรังโรค ควรมีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคต่างๆ โดยวันที่ 28 กันยายน ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ที่โรงแรมเอเชียจะมีการสัมมนาเรื่อง "ความไม่พร้อมของการรับมือจากภาวะโลกร้อน"

"ไขศรี"แจงปรับบทบาทสวช. เน้นวิถีชีวิต-ภูมิปัญญาไทย

มติชน วันที่ 24 กันยายน 2550

คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ วธ.เสนอเปลี่ยนสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ....ว่า ให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) โอนไปสังกัดสำนักงานปลัด วธ. นอกจากนี้ ยังเห็นชอบเปลี่ยนชื่อ สวช.เป็นสำนักงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย (สวภ.) มีภารกิจดูแลเรื่องวัฒนธรรมวิถีชีวิตท้องถิ่นนั้น ทำให้มีการเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นการลดบทบาทของ สวช. จึงอยากชี้แจงว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ใช่เป็นการลดบทบาท เพราะ สวช.ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีกระทรวงวัฒนธรรม สวช.จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นกระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจหลากหลายครอบคลุมงานศิลปวัฒนธรรมของชาติทั้งหมดทุกด้าน ทั้งศึกษา วิจัย ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหา เผยแพร่วัฒนธรรม ฝึกอบรมผู้ทำงานด้านวัฒนธรรม ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และติดตามประเมินผล

รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า เมื่อมีการก่อตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นมาปี 2545 โดยโอน สวช. กรมศิลปากร กรมการศาสนา และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มาสังกัดใน วธ. ทั้งได้ตั้งสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยขึ้นมาด้วย แต่การปรับเปลี่ยนภารกิจภายในของหน่วยงานระดับกรมยังไม่ได้ดำเนินการ จึงทำให้มีการทำงานซ้ำซ้อนกัน เมื่อ วธ.ดำเนินการแก้ พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ จึงถือโอกาสปรับเปลี่ยนภารกิจของ สวช. ซึ่งหลากหลายมาก เพื่อให้มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนขึ้น คือรับผิดชอบเฉพาะวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย ซึ่งอันที่จริงก็เป็นภารกิจที่ใหญ่หลวง มีเรื่องต้องทำอีกมากมาย ทั้งการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบทอด

"ที่ผ่านมาศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนที่ สวช.รับผิดชอบก็ประสบความสำเร็จอย่างดีในหลายจังหวัด ถามว่าสิ่งที่ สวช.ทำที่ผ่านมาใช้ไม่ได้หรือ ตอบได้เลยว่าใช้ได้ เพราะทำตามภารกิจเดิม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติฉบับใหม่ทำให้ภารกิจของ สวช. ชัดเจนยิ่งขึ้น อะไรที่ทำซ้ำกันกับกรมอื่นให้โอนออกไป การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเพราะข้าราชการ สวช.ทำงานบกพร่อง สวช.ได้พยายามทำทุกภารกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำหรับภารกิจของกรมอื่นๆ ที่ซ้ำซ้อนกัน ได้มอบให้ปลัดกระทรวงตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้ว" คุณหญิงไขศรีกล่าว

ทั่วโลกร่วมใจปกป้องโอโซน ตกลงเลิกผลิตเอชซีเอฟซี

มติชน วันที่ 24 กันยายน 2550

เกือบ 200 ประเทศทั่วโลกได้ตกลงร่วมกันที่จะลดการปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อโอโซนและทำให้โลกร้อนขึ้น ในการประชุมของโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ที่นครมอนทรีอัล ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยนายอาชิม สไตเนอร์ หัวหน้ายูเอ็นอีพีกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะนำไปสู่การห้ามใช้สารอันตรายอย่างไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (เอชซีเอฟซี) ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญในความพยายามที่จะชะลอการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ พร้อมกับกล่าวแสดงความยินดีที่จีนซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และใช้สารเอชซีเอฟซีมากที่สุด สนับสนุนการประชุมและกลับเข้ามาร่วมในข้อตกลงด้วย

ด้านนายจอห์น แบร์ด รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมแคนาดา กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จจากการหารือนานเป็นสัปดาห์ของตัวแทน 190 ประเทศ และสหภาพยุโปร (อียู) ที่ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

ทั้งนี้ ประเทศพัฒนาแล้วตกลงที่จะลดการใช้สารเอชซีเอฟซีลง 75 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2553 และจะหมดไปทั้งการใช้และการผลิตภายในปี 2563 ส่วนประเทศกำลังพัฒนาตกลงที่จะหยุดการผลิตสารเอชซีเอฟซี และการบริโภคสารเคมีนี้ภายในปี 2556 และสารนี้จะหมดไปในภายใน 2573 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ถึง 10 ปี (เอเอฟพี)

ขยะเคมีโผล่บางปะอิน

มติชน วันที่ 21 กันยายน 2550

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายอภิชาต เทียวพานิช นายอำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบขยะเคมีประมาณ 15 ตัน ในบ่อดินกลางทุ่งนา เขตหมู่ 2 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกน้ำยาดัดผม โกรกสีผม น้ำยาเปลี่ยนสีผมหลายยี่ห้อ หมดอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

ขณะที่เข้าตรวจสอบอยู่นั้น พบคนงานขับรถแบ๊คโฮฝังกลบขยะเคมี นายอภิชาตสั่งให้หยุดดำเนินการ พร้อมประสานตำรวจให้อายัดรถแบ๊คโฮฐานลักลอบทิ้งสารพิษโดยไม่ได้รับอนุญาต

ค้านผูกมัดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

มติชน วันที่ 21 กันยายน 2550

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิเสธการศึกษาการเตรียมการใช้นิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพลังงานอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ไม่เห็นด้วยกับการผูกมัดประชาชนด้วยการเอาเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บรรจุลงในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ 2550 (PDP 2007) ให้ต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ในปี 2563 โดยไม่เปิดทางเลือกให้พลังงานแบบอื่น เกิดเป็นความล้มเหลวหลายครั้ง เช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อย่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การก่อสร้างท่อก๊าซ เกิดจากความพยายามของรัฐที่ไม่เปิดทางเลือกให้แก่ประชาชน "ผมเห็นว่าการจัดทำนโยบายอย่างมีวิสัยทัศน์ต้องครอบคลุมความเป็นจริงทางสังคม การเมือง และต้องเสนอเป็นแผนพลังงานแห่งชาติ มีเรื่องพลังงานหมุนเวียน เช่น ก๊าซชีวภาพ พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ด้วย" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

by ThaiWebExpert