มติชนออนไลน์

ขยะเคมีโผล่บางปะอิน

มติชน วันที่ 21 กันยายน 2550

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายอภิชาต เทียวพานิช นายอำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบขยะเคมีประมาณ 15 ตัน ในบ่อดินกลางทุ่งนา เขตหมู่ 2 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกน้ำยาดัดผม โกรกสีผม น้ำยาเปลี่ยนสีผมหลายยี่ห้อ หมดอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

ขณะที่เข้าตรวจสอบอยู่นั้น พบคนงานขับรถแบ๊คโฮฝังกลบขยะเคมี นายอภิชาตสั่งให้หยุดดำเนินการ พร้อมประสานตำรวจให้อายัดรถแบ๊คโฮฐานลักลอบทิ้งสารพิษโดยไม่ได้รับอนุญาต

ค้านผูกมัดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

มติชน วันที่ 21 กันยายน 2550

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิเสธการศึกษาการเตรียมการใช้นิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพลังงานอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ไม่เห็นด้วยกับการผูกมัดประชาชนด้วยการเอาเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บรรจุลงในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ 2550 (PDP 2007) ให้ต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ในปี 2563 โดยไม่เปิดทางเลือกให้พลังงานแบบอื่น เกิดเป็นความล้มเหลวหลายครั้ง เช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อย่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การก่อสร้างท่อก๊าซ เกิดจากความพยายามของรัฐที่ไม่เปิดทางเลือกให้แก่ประชาชน "ผมเห็นว่าการจัดทำนโยบายอย่างมีวิสัยทัศน์ต้องครอบคลุมความเป็นจริงทางสังคม การเมือง และต้องเสนอเป็นแผนพลังงานแห่งชาติ มีเรื่องพลังงานหมุนเวียน เช่น ก๊าซชีวภาพ พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ด้วย" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ข้อมูลโลกร้อน

มติชน วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน รวบรวมข้อมูลข่าวสารเรื่อง "ภาวะโลกร้อน" คืออะไร ก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน บรรจุในเว็บไซต์ www.thaienergynews.com เอาใจคนรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน พร้อมด้วยข้อมูลพลังงานอื่นๆ ตั้งแต่สาระวิธีการประหยัดพลังงาน มีคลิปวิดีโอ คนดังชวนประหยัด มุมแนะนำสารคดี หนังสือ ที่เปิดให้ชมและศึกษาได้แล้ว

คนดังขอความร่วมมือ "หยุด" ทำลายธรรมชาติ

มติชน วันที่ 21 กันยายน 2550

สภาพแวดล้อมกำลังถูกทำลายโดยฝีมือของมนุษย์ กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกใบนี้น่าอยู่กำลังได้รับการตอบรับมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มไฮโซ ที่หลายคนอาจจะยังติดภาพของความหรูหราฟุ่มเฟือย แต่สำหรับเจษฎ์ โทณะวณิก และโรส วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่อุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมาเป็นเวลานานแล้ว

ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักกฎหมายหนุ่มผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย เล่าถึงแรงบันดาลใจที่มีต่อธรรมชาติในงานเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ของสตาร์บัคส์ ว่า เกิดจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัด เติบโตที่เชียงใหม่ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ที่บ้านจะเต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยง ใกล้วัด ทำให้ได้รับการปลูกฝังจากพระว่าอย่าไปรังแกสัตว์ต่างๆ ทำให้เราซึมซับความรักและหวงแหนธรรมชาติแลสัตว์อย่างไม่รู้ตัว

"ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าหรือทำงานเป็นเอ็นจีโอ สามารถเริ่มต้นง่ายๆ จากตัวเอง เช่น ลดปริมาณการใช้กระดาษ ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณการตัดต้นไม้อย่างมาก อีกเรื่องที่ผมให้ความสำคัญคือ อยากให้ยกเลิกการเอาสัตว์มาไว้ในกรงอย่างในสวนสัตว์ เพราะมันไม่สอดคล้องกับระบบธรรมชาติ แต่สวนสัตว์คือสถานที่ทุกคนใฝ่ฝัน เด็กๆ จะเข้าใจว่าการที่สัตว์มาอยู่ในกรงคือความชอบธรรม แม้แต่สวนสัตว์เปิดก็ยังล้อมรั้วด้วยไฟฟ้า ดังนั้นทั้งเรื่องสัตว์ ป่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก จึงเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรให้ความสำคัญ แม้เราจะยังไม่สามารถทำได้เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เราก็ต้องทำให้ได้มากที่สุด เราทุกคนต้องเริ่มวันนี้ รอไม่ได้"

ส่วน โรส วริศรา มหากายี ดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่ผันตัวเองมาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ในมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์บอกว่า เมื่อก่อนไม่คิดว่าจะสนใจงานด้านนี้ เมื่อได้โอกาสได้สัมผัสกับธรรมชาติ ก็ได้คำตอบว่านี่คือความสุขที่แท้จริง

"ทุกคนมาจากธรรมชาติ อย่าแบ่งตัวเองออกจากธรรมชาติ เมื่อคิดว่านี่คือเรื่องเดียวกัน จะสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ อยากดูแลเอาใจใส่ วิธีง่ายๆ ควรเริ่มจากการทำตัวเองให้สบายน้อยลงบ้าง เช่น เปิดแอร์ เปิดพัดลมให้น้อยลงบ้าง แค่นี้ก็ทำร้ายธรรมชาติน้อยลง หันมาใช้ถุงหรือกระเป๋าส่วนตัวเวลาไปจับจ่ายซื้อของ แรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญ เปิดรับมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจดีๆ"

แค่แบ่งเวลาคิดถึงสิ่งแวดล้อมคนละนิด ก็ช่วยโลกของเราให้น่าอยู่ขึ้นแล้ว

ทส.ต้นแบบปรับแอร์ลดโลกร้อน ไบเทคนำศูนย์ประชุมปลอดสูท

มติชน 20 กันยายน พ.ศ. 2550

เมื่อวันที่ 19 กันยายน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดสัมมนาเรื่อง ทิศทางประเทศไทยในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา

นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า สถานการณ์โลกร้อนกระทบต่อทั่วโลกชัดเจน เช่น หิมะที่เคยปกคลุมภูเขาไฟคิริมันจาโรในประเทศแอฟริกาตะวันออก ละลายหายไปจำนวนมาก ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายกลายเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย ภูมิอากาศในประเทศต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ สผ.ในฐานะหน่วยที่ดูแลเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อม พยายามกำหนดยุทธศาสตร์ชาติให้ส่งผลกระทบกับโลกน้อยที่สุด

"ญี่ปุ่นหนาวกว่าบ้านเรา คณะรัฐมนตรีเขาเวลาประชุมใส่เสื้อเชิ้ตเปิดแอร์ 25-26 องศา แต่ไทยต้องใส่สูทมาประชุมเพราะหนาว เล่นเปิดแอร์กัน 22 องศา เคยถามว่าเพิ่มอุณหภูมิได้ไหม เขาบอกไม่ได้ เพราะเป็นระบบแอร์รวม สถานที่ต่างๆ ควรเพิ่มอุณหภูมิอีก 2-3 องศา รับรองว่าค่าไฟลดลงแน่นอน และช่วยโลกได้ด้วย" นายเกษมกล่าว และว่า การลดอุณหภูมิและถอดสูทนี้ภาครัฐควรทำ ผู้จัดการสถานที่ของไบเทคที่นั่งฟังอยู่ด้วยบอกว่าจะทดลองปรับอุณหภูมิแอร์ที่เป็นแอร์รวมให้ลดลงอีกจะได้ไม่ต้องใส่สูทกันหนาว

ถามว่า ทส.จะเป็นหน่วยงานแบบอย่างที่ปรับอุณหภูมิแอร์ และไม่ต้องให้ข้าราชการใส่สูทเข้าประชุมหรือไม่ นายเกษมกล่าวว่า ทส.ทำเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว

ตั้งสถาบันจัดสรร ทรัพยากรน้ำ

มติชน วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

นายณัฐฐวัฒน์ สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่า ครม.อนุมัติจัดตั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ เพื่อมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรของประเทศ และพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินงาน หรือวางแผนงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตรของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องเร่งด่วน อาทิ ภัยแล้ง และน้ำท่วม ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลติดตาม วางแผน และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยลดการสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมได้

กทม.ถกหน่วยงาน บริหาร"เจ้าพระยา" พร้อมรับมือน้ำท่วม สนองพระราชดำริ

มติชน วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

กทม.รับสนองพระราชดำริ เร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการ น.เจ้าพระยา รับมือน้ำท่วม เตรียม"ทุ่งมะขามหย่อง-สุพรรณ"เป็นแก้มลิงรับน้ำเหมือนเดิม พร้อมเปิดอุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน ปลาย ก.ย.นี้ ผอ.ศูนย์ป้องกันน้ำชี้ฤดูฝนเริ่มเพี้ยน พยากรณ์รับมือยาก

ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ทรงพระราชทานแนวคิดว่าควรมีการปิด-เปิดประตูน้ำในเวลาที่เหมาะสม และขุดลอกคูคลอง ทางกั้นน้ำ โดยเฉพาะรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเร่งระบายน้ำ

โดยนางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่า จะเร่งหารือทั้งด้านการระบายน้ำ และการจัดการคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ศึกษาให้ละเอียดถ่องแท้จนเข้าใจธรรมชาติน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ส่วนการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้สอดรับกับช่วงน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อให้น้ำไหลระบายไปตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะกำชับให้ผู้รับผิดชอบต้องทำอย่างละเอียดขึ้น เพราะแต่ละจุดน้ำขึ้นน้ำลงไม่พร้อมกันโดยอาศัยระบบสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่มีความพร้อมอยู่แล้ว เช่น กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ กรมชลประทาน

"ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า กทม.เป็นพื้นที่ใหญ่ มีอาณาเขตติดต่อกับหลายจังหวัด บ้านเรือนหนาแน่น จึงต้องมีการประสานงานกับส่วนต่างๆ อย่างดี การจะทำให้ได้ผลดีต้องเข้าใจธรรมชาติ ควรให้น้ำไหลไปทางเดียว ไม่ไหลย้อนไปมา ส่วนที่เป็นพื้นที่แอ่งกระทะ ต้องหาวิธีแก้ปัญหาระบายน้ำออกไปได้แม้มีความลาดชันน้อย และการที่เป็นพื้นที่ใหญ่ จะต้องแก้ไขเป็นจุดๆ ไป ทรงยกตัวอย่างคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเล ทรงมีพระราชดำรัสด้วยว่า กทม.น้ำไม่ท่วมเหมือนเมื่อก่อน" นางบรรณโศภิษฐ์กล่าว และว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ มีฝนตกในพื้นที่ กทม. แล้ว 1,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,500 ลบ.ม. ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนอาจจะมีฝนลงมามากขึ้น จะต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือไว้

นางบรรณโศภิษฐ์กล่าวว่า จากการบริหารจัดการโดยประสานกับคณะกรรมการพิเศษประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และหน่วยงานอื่นๆ อย่างใกล้ชิด จะทำให้รับสถานการณ์ได้ ส่วนที่มีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังบางแห่งช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เพราะมีปริมาณฝนหนักมากและการระบายน้ำออกทำได้ช้าน้ำในคลองมีปริมาณสูง คาดว่าเมื่อเปิดอุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสันในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ จะช่วยลดปัญหานี้ได้

นายชนินทร์ รุ่งแสง โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวในที่ประชุมผู้บริหาร กทม. วันเดียวกันนี้ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำประสานกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักช่วง 2-3 วันนี้ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 12 แห่ง อาทิ รามคำแหง ลาดพร้าว ประชาสงเคราะห์ ฯลฯ และให้หน่วยบริการเร่งด่วน (หน่วยเบสท์) ขุดลอกเปิดทางน้ำไหล เตรียมรับสถานการณ์ไว้ วันเดียวกัน มีรายงานน้ำท่วมขังเล็กน้อยจากฝนตกในพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ บางนา วังทองหลาง บึงกุ่ม และประเวศ ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ปีนี้ไม่สามารถพยากรณ์ เพื่อรับมือกับธรณีพิบัติภัยได้ เพราะพบว่ามีฝนเข้ามาทุกภาคของประเทศไทยแบบไม่มีแบบแผน จากเดิมมรสุมและร่องฝนจะไล่เรียงกันมาจากภาคเหนือลงมาในช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ภาคกลางช่วงกรกฎาคม สิงหาคม และภาคใต้ช่วง กันยายน ตุลาคม แต่ปีนี้ปรากฏว่ามาแบบไม่มีรูปแบบ ไม่มีแบบแผนเลย พบว่าฝนจะตกทั้งภาคเหนือภาคกลาง ใต้ ตะวันออก

"เดิมจะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมเมฆฝน เอามาทาบกับพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม เพื่อประกาศเตือนภัย แต่ขณะนี้จะพึ่งข้อมูลภาพถ่ายอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องติดตามสถานการณ์ ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังตลอดเวลาว่าจุดไหนมีโอกาสเสี่ยงบ้าง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจมาจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อนซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาดินถล่มสูงมากขึ้นด้วย เพราะปริมาณฝนมาก และตกหนักบางพื้นที่มีผลโดยตรง" นายอภิชัยกล่าว

นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันวิกฤตน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ขณะนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำท่วมที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำและขึ้นตรงกับนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กำลังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 24 กันยายนนี้ เตรียมจะบินตรวจสภาพพื้นที่ กทม. จนถึงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อประเมิน พร้อมทั้งเก็บข้อมูลสภาพพื้นที่ สำหรับนำมาใช้ในการวางแผนระบายน้ำลงพื้นที่แก้มลิงรอบลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยจะใช้โปรแกรมพยากรณ์ระดับน้ำ ที่พยากรณ์ล่วงหน้าได้ 3-7 วัน ก่อนที่จะมีน้ำเหนือไหลลงมาถึง กทม.และปริมณฑลให้ความแม่นยำ 80-90% เบื้องต้นพบว่า แก้มลิงน่าจะอยู่ในจุดเดิม เช่น ทุ่งมะขามหย่อง และทุ่งต่างๆ ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี เป็นต้น ซึ่งปีนี้แม้จะมีฝนมากแต่เชื่อว่าการรับมือน่าจะดีกว่าปี 2549 อย่างแน่นอน

"จากการประเมินพื้นที่น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงราย และทางภาคใต้แถวพังงา ตรัง แม้จะยังไม่ได้มาจากพายุที่จะพัดผ่านเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ความกดอากาศที่เกิดขึ้นขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าน้ำจะท่วมหนักกว่าปีที่แล้วหรือไม่ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนจนเรียกว่าเพี้ยนก็ว่าได้ โดยภาคใต้ ช่วงที่มรสุม เจอฝนและน้ำจะท่วมหนักควรจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม แต่ตอนนี้ภาคใต้มาท่วมล่วงหน้าไปแล้ว ซึ่งทุกหน่วยงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับภาวะที่เกิดขึ้น" นายสุพจน์กล่าว

ร่วมปลูกต้นไม้ คลายโลกร้อน

มติชน วันที่ 19 กันยายน 2550

มูลนิธิกองทุนไทย และศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร WWF ในประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มมิตรผล จัดโครงการ "Kids ดีปลูกต้นไม้คลายโลกร้อน"

โดยมีเยาวชนจิตอาสา 120 คน จาก 8 โรงเรียน ร่วมทำหน้าที่ในการแก้วิกฤตภาวะโลกร้อน และร่วมฟื้นฟูพื้นที่ของศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริม "การให้" เพื่อสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย รองผู้จัดการใหญ่สายงานบริหาร กลุ่มมิตรผล บอกว่า กลุ่มมิตรผลไม่ได้มุ่งหวังแต่ในเชิงธุรกิจอ้อยและน้ำตาล ให้สามารถออกไปแข่งขันสู้ในระดับโลกได้เท่านั้น แต่ในภาคของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการตอบแทนสังคม ก็ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญไม่แพ้กัน

"ความร่วมมือในโครงการปลูกต้นไม้คลายร้อนจะทำให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการบรรเทาภาวะโลกร้อนด้วยการปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นการคืนสู่สังคมในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน และเป็นการสร้างคุณค่าและความตระหนักในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบนิเวศที่สมดุล และเหมาะสมกับวัยและกำลังของเด็กๆ"

"สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มีเด็กชั้นประถมฯจาก 8 โรงเรียนมาร่วม ทุกคนมีความพร้อมที่จะทำกิจกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีการแบ่งเด็กๆ ออกเป็น 2 กลุ่ม สลับกันทำ 2 กิจกรรม คือ อันแรกชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ และช่วยกันปลูกต้นไม้

จากนั้นมารวมกลุ่มกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น ความประทับใจต่อกิจกรรมที่ได้ทำ นอกจากจะอาศัยกิจกรรมเป็นสื่อให้เด็กๆ รู้จักการให้เพื่อสังคมส่วนรวมแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างให้เด็กได้พัฒนาความคิดต่อยอดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอีกด้วย

ด้าน สมเกียรติ อำนวยสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิกองทุนไทย กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจะส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรม "การให้" และการช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน มุ่งปลูกจิตอาสาให้เกิดแก่ทุกกลุ่มคนในสังคม

โดยกำหนดกรอบการดำเนินกิจกรรมใน 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มเยาวชนผ่านการประสานงานกับโรงเรียน องค์กรภาคธุรกิจเอกชน และกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมานับว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าที่กำหนดไว้ จะเห็นได้จากกลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจร่วมทำกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง

นายธิติวุฒิ คชสารศีล รักษาการผู้อำนวยการ WWF ในประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 80 ไร่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยพื้นที่ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เหมาะต่อการจัดกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้อย่างเป็นกระบวนการ ทั้งผ่านประสบการณ์โดยตรง การสอนแบบผู้ทำกิจกรรมเป็นศูนย์กลางหรือเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ว่าจะรูปแบบไหน ในที่สุดจะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนา การอนุรักษ์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่คู่โลกไปอีกนานๆ

ท็อป 10 เมืองมลพิษ

ผู้เขียน: 
มนต์ทิพย์ ธานะสุข

มติชน วันที่ 18 กันยายน 2550

คอลัมน์ ไฮไลต์โลกโดย มนต์ทิพย์ ธานะสุข

เป็นแนวโน้มที่ดีที่คนในสังคมมีความตื่นตัวร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น จากแต่เดิมที่ใครหลายๆ คนอาจไม่ใส่ใจหรือไม่มีเรื่องนี้อยู่ในหัวสมองเลย ที่เห็นเป็นรูปธรรมในบ้านเราเมื่อเร็วๆ นี้ ก็คือการรณรงค์ให้หันมาใช้ถุงผ้าเวลาจับจ่ายซื้อของ

ที่เกริ่นถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่อะไร เพียงแต่จะวกเข้าเรื่องการจัดอันดับเมืองที่มีมลภาวะเป็นพิษมากที่สุดในโลก ซึ่งทางสถาบัน "แบล็กสมิธ" ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับ "กรีน ครอส สวิตเซอร์แลนด์" กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เขาทำการศึกษาและจัดอันดับมาให้เราได้เห็นกัน

ในบรรดา 10 อันดับเมืองมลพิษที่สุดของโลก มีเมืองมลพิษน้องใหม่ในอินเดียและจีน สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่การเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังร้อนแรง รวมติดเข้ามาด้วย แถมอันดับยังอยู่ในลำดับต้นๆ อีกต่างหาก ได้แก่ เมืองเทียนหยิง เมืองแห่งการผลิตชั้นนำตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีน และ วาปี เมืองอุตสาหกรรมในอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีเมืองซัมกายิต ในประเทศอาเซอร์ไบจัน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเคมีและอุตสาหกรรมหนักติดอยู่ในโผนอกเหนือจากเมืองหลินเฟิน ในมณฑลซานสีของจีน, เมืองสุกินดา ในอินเดีย, เมืองเซอร์ซินสค์ และเมืองนอริลสค์ ในรัสเซีย, เมืองลา โอโรยา ประเทศเปรู, เมืองคับเว ประเทศแซมเบีย และเชอร์โนบิล ที่เกิดเหตุพิบัติภัยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดในสาธารณรัฐยูเครน เมื่อปี 2529

ผู้จัดทำการสำรวจนี้บอกไว้ว่า การทำเหมือง ภาวะมลพิษที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นและการประกอบอุตสาหกรรมหนักที่ไร้มาตรการควบคุมที่ดีพอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ

ยังมีการยกตัวอย่างเมืองวาปี ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักของอินเดียขึ้นมาด้วย โดยชี้ว่าดินในเมืองนี้มีค่าความเป็นพิษอยู่ถึง 50 และน้ำใต้ดินยังปนเปื้อนยาฆ่าแมลง สารโครเมียม ปรอท และแคดเมียม ซึ่งสารพิษต่างๆ เหล่านี้ล้วนก่อภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามมา

เห็นกรณีศึกษาชิ้นนี้แล้ว รู้สึกกลัวแทนผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะขนาดอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงโดยตรง ยังต้องเสี่ยงกับโรคภัยไม่รู้กี่โรค...

เอ็กซอนพึ่งอนุญาโตฯสู้เวเนฯยึด

โดย มติชน วันที่ 14 กันยายน 2550

เอพีรายงานว่า เอ็กซอน โมบิล คอร์ป. บริษัทน้ำมันแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นเรื่องต่อศูนย์ระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรที่เชื่อมโยงกับธนาคารโลก เพื่อขอให้มีการจัดตั้งอนุญาโตตุลาการชี้ขาดกรณีที่รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ดำเนินนโยบายสังคมนิยมด้วยการเข้าถือหุ้นใหญ่ในกิจการน้ำมันเพื่อนำกลับไปเป็นของรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทน้ำมันต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา โดยในส่วนของเอ็กซอนนั้นเคยถือหุ้นในโครงการ เซอร์โร นีโกร ในเวเนฯ 41.67% มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่รัฐบาลเวเนฯจะบังคับให้เอ็กซอนขายหุ้นคืนในเดือนมิถุนายน

รายงานข่าวระบุว่า บริษัทน้ำมันต่างชาติขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเชฟรอนของสหรัฐ บีพีของอังกฤษ โททาลของฝรั่งเศสและสแตทออยล์ ของนอร์เวย์ ยอมรับในเงื่อนไขการซื้อหุ้นคืนของรัฐบาลเวเนฯ

by ThaiWebExpert