มติชนออนไลน์

เหลือเชื่อ อากาศสุดวิปริต ทะเลทรายแห้งแล้งสุดของโลก เจอ"หิมะถล่ม"หวั่น"น้ำท่วม"ซ้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดปรากฎการณ์เหลือเชื่อ เมื่อทะเลทราย"อาตาคาม่า"ของชิลี ซึ่งเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของโลก ต้องประสบกับภาวะฝนตกและหิมะตกอย่างหนัก และเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำท่วม

รายงานระบุว่า ทะเลทรายดังกล่าว  เผชิญกับฝนและหิมะตกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และชาวบ้านบอกว่า หิมะได้ตกลงอย่างหนักในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา และวิตกว่า อาจเกิดสถานการณ์หิมะละลายและทำให้น้ำท่วม และวิตกว่า หากหิมะเกิดละลายและเกิดฝนตกขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้แม่น้ำหลายสายเกิดน้ำท่วมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ และทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีฝนตกเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีคำสั่งให้อพยพประชาชน 
 
ด้านสำนักงานท่องเที่ยวแห่งชาติชิลีระบุว่า ขณะนี้ทางการต้องปิดถนนชั่วคราว เพราะภาวะอากาศผิดปกติ และถือเป็นปรากฎการณ์แปลกเพราะแม้แต่ภูเขาที่สูงลิบถึงระดับ 22,589 ฟุตยังปลอดจากภาวะแผ่นน้ำแข็งละลาย และเกิดภาวะอากาศหนาวจัดและร้อนจัด โดยในช่วงกลางคืน อุณหภูมิหนาวเย็นถึงขั้นติดลบ 25 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงกลางวันอากาศจะอยู่ที่ระดับ 25-30 องศาเซลเซียส สำหรับทะเลทราย"อาตาคาม่า"ซึ่งกินพื้นที่ยาวจากชิลีไปยังเปรู เกิดจากทะเลสาบน้ำจืด มีฝนตกเฉลี่ยแค่ 15 มม.ต่อปี
 
 

 

กทม.เล็งซื้อที่บ่อเก็บขยะนิคมอุตฯลาดกระบัง เพื่อสร้างสวนสาธารณะ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า บ่อเก็บขยะบริเวณซอยลำกอไผ่ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ได้สร้างปัญหาให้กับประชาชน เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของสิ่งปฏิกูล ไม่ว่าจะเป็นซากตึก ขยะจากครัวเรือน ทำให้มีก๊าชมีเทนสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ก๊าซมีเทนที่อยู่ใต้บ่อเก็บขยะจะเกิดการระอุและส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทางสำนักสิ่งแวดล้อม (สนล.) จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเสนอ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ว่าจะขอซื้อพื้นที่ดังกล่าวจากบริษัทเอกชนในนิคมฯ เพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ แต่ราคาจะต้องไม่แพงจนเกินไป

 ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งให้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ คาดว่าหากทำได้จริงจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นชุมชนคุ้มเกล้า ชุมชนทับยาว รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 
 
"หากเจ้าของที่ไม่ยอมขายให้แก่ กทม.จะต้องมีการเจรจากัน ให้บริษัทเอกชนดูแลพื้นที่ทางด้านกายภาพทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว" นายวสันต์กล่าว
 

นกนานาชนิดหาอาหารเต็มทุ่งนาเมืองโอ่ง ชาวนาหนักใจหว่านข้าวแล้วถูกกิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม บริเวณทุ่งใหญ่นครบาล เขตรอยต่อระหว่างตําบลดอนตะโกและตําบลอ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ชาวนาได้ไถนาปรับปรุงพื้นที่เพื่อหว่านข้าวในนา หลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวข้าวไปก่อนหน้านี้ เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีคลองชลประทานตัดผ่านสามารถทํานาได้ปีละ 2 ครั้ง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ นํ้าท่าสมบูรณ์ มีกุ้ง หอย ปู ปลา จํานวนมาก ทําให้ฝูงนกนานาชนิดมาอาศัยหากินได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะบรรยากาศยามเช้าเช่นวันนี้ ฝูงนกต่างๆ เช่น นกกวัก นกปากห่าง นกกระสานวล นกพิราบ นกกระยาง และชนิดอื่น ได้อาศัยช่วงที่ชาวนาปรับปรุงพื้นที่ไถนาพลิกพื้นดิน จึงอาศัยจิกกินอาหารที่มาจากดินจนเต็มท้องทุ่งนามองดูสวยงามยิ่ง อีกทั้งมูลของนกที่ลงไปจิกกินอาหารเป็นปุ๋ยชั้นดีสําหรับการปลูกข้าวได้มากเลยทีเดียว

แต่ปัญหาที่ชาวนาวิตกคือ หลังจากการหว่านกล้าแล้ว ยังมีนกหลายชนิด อย่างเช่น นกพิราบ นกกระจอก นกที่กินอาหารนอกเหนือจากกุ้ง หอย ปู ปลา ลงมาจิกกินข้าวเปลือกที่หว่านกล้าไว้ได้รับความเสียหาย ชาวนาจึงต้องใช้วิธีการจุดประทัดให้เกิดเสียดัง แต่การจุดประทัดนั้นสร้างปัญหากับชุมชน จึงเป็นวัฏจักรของการอยู่รวมกันระหว่างชาวนาและนก เมื่อมีการไถนาปรับพื้นที่ นกเหล่านี้ก็ลงมาหากินตามวิถีชีวิต แต่เมื่ออยู่ในช่วงหว่านข้าว ชาวนาก็จะเสียหายกับการนกเหล่านี้มาจิกกินเมล็ดข้าว ก็ต้องหาวิธีโดยการไล่นก เพราะไม่ให้มาจิกกินข้าวในนา ซึ่งเป็นวัฏจักรแบบนี้มาช้านานแล้ว

"ชาวจีน" ในคุนหมิง "ประท้วง" ต้านโรงงานสิ่งทอ ปล่อย "สารเคมีอันตราย"

 

ประชาชนชาวจีนหลายร้อยคน รวมตัวกับประท้วงในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เพื่อต่อต้านแผนการสร้างโรงงานสิ่งทอ ซึ่งปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตราย 

ภาพจาก The Wall Street Journal

ผู้ประท้วงหลายคนสวมหน้ากากแสดงสัญลักษณ์ และชูป้ายคำเตือนที่เขียนว่า "พวกเราต้องการอยู่รอด พวกเราอยากมีสุขภาพดี เอาสารพาราไซลีนออกไปจากคุนหมิง" เพื่อต่อต้านการแพร่กระจายของสารพาราไซลีน (paraxylene - PX) ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ 

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในเมืองต้าเหลียง เกิดการประท้วงแบบเดียวกัน ทำให้รัฐบาลต้องปิดตัวโรงงานลง แม้ว่าจะมีรายงานว่าได้เปิดใหม่ที่หลังก็ตาม ทั้งนี้ สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่ามีผู้เข้าร่วมประท้วงประมาณ 200 คน แต่บล๊อกเกอร์ชาวจีนกลับระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการประท้วงกว่า 2,000 คน 

บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน (China National Petroleum Corporation) มีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตสารเคมีในเมืองอันหนิง ไม่ห่างจากคุนหมิงมากนัก เพื่อผลิตสารพาราไซลีนราว 5 แสนตันต่อปี โดยสารดังกล่าวนั้นจะถูกนำไปใช้ในการผลิตวัตถุดิบสำหรับการผลิตเยื่อ และ ใยโพลีเอสเตอร์ 

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประชาชนในจีนมีความมั่นใจมากขึ้นต่อการประท้วงเรื่องสำคัญที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

 

 

 

กทม.จัดทำแผนยุทธศาสตร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม รับประชาคมอาเซียน

นายจุมพล กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญของทุกด้าน จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านที่อยู่อาศัย แหล่งเสื่อมโทรม รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหามลพิษทางอากาศ ปัญหาน้ำเน่าเสีย และปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นต้น อีกทั้งในปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนหรือเออีซี ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงานข้ามชาติ ทำให้ประชากรต่างด้าวจะเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กทม.จึงได้จัดทำโครงการยุทธศาสตร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาวิจัยศักยภาพการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของหน่วยงานและบุคลากรสังกัดกทม. ที่สัมพันธ์กับต่างประเทศ และศึกษาผลกระทบและความพร้อมในการเข้าสู่เออีซีที่มีต่อเมืองและประชาชนในกรุงเทพฯ รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมกรุงเทพฯ พ.ศ.2557 – 2560 ให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตลอดจนเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ฯ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนให้แก่ข้าราชการกทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป

นายจุมพล กล่าวว่า ทั้งนี้จะแบ่งการดำเนินออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
1. การวิจัย เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย การวิจัยเอกสาร เป็นการศึกษาศักยภาพของบุคลากร  การวิจัยโดยใช้เทคนิคการวิจัยอนาคต เป็นการศึกษาผลกระทบของประชาชน ในการเข้าสู่ประชาอาเซียน  โดยจะศึกษาในประเด็น สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม กฎหมาย วัฒนธรรม และข้อมูลพื้นฐาน
2 . การจัดทำยุทธศาสตร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2557-2560 ด้วยการศึกษาวิเคราะห์ภายในองค์กรและภายนอกองค์กร  การประชุมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิดเห็น และการจัดเสวนา เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ฯ  และ
3. การประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นการมีส่วนร่วม สร้างการรับรู้ ตลอดระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
            
นายจุมพล กล่าวต่อว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 7-8 ครั้ง โดยคาดว่าจะมีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นไม่น้อยกว่า 2,000 คน  เพื่อให้ยุทธศาสตร์มีความสมบูรณ์  ซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์จะใช้เวลาดำเนินการ 11 เดือน หากมีการสรุปผลการศึกษาก็จะนำมาปรับใช้ทันที ขณะเดียวกันก็ได้ประสานสำนักงานเขต ให้สามารถดำเนินงานควบคู่กันไปด้วย  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรุงเทพฯ มีระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยอันดับ 1 เป็นประเทศสิงคโปร์  โดย  กทม.จะต้องเตรียมความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศในอาเซียน หากเราไม่ทำอะไรเลยอาจกระทบต่อเศรษฐกิจการส่งออก รวมทั้งการท่องเที่ยวด้วย  เพราะมองว่าอากาศบ้านเราไม่ได้มาตรฐาน หรือโรงงานที่ผลิตสินค้าไม่ได้มีการควบคุมมลพิษ ดังนั้น กทม. จะต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการลดมลพิษทางอากาศ การจัดการขยะอย่างถูกวิธี การบำบัดน้ำเสีย  การดูแลเรื่องฝุ่นละอองในอากาศไม่ให้เกินมาตรฐาน  โดยคาดว่าหาก กทม. ดำเนินการยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ในอีก 2 ปีต่อจาหนี้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯ

"เวนิซ" ห้ามแล่นเรือในคลอง"ครั้ังแรก"ตามโครงการ"คลองปลอดเรือ"หวังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ภาพ "Venice’s busy Grand Canal"  Photograph by Michael Yamashita

เมืองเวนิซของอิตาลี ออกมาตรการห้ามเรือทุกประเภทแล่นในคลองสายใหญ่ที่สุดของเมืองเป็นการชั่วคราว เป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ ทำให้การสัญจรทางน้ำตามปกติบนเส้นทางดังกล่าว ต้องถูกระงับทั้งหมด การรณรงค์ครั้งนี้ ใช้ชื่อโครงการว่า ′Domenica Ecologica′ โดยจะห้ามเรือทุกประเภทแล่นในคลองแกรนด์ คาแนล ในระหว่างเวลา 10.00-15.00 น. จุดประสงค์ของคำสั่งห้ามครั้งนี้คือ ต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมือง และเพื่อเป็นการหาหนทางในการจัดการขนส่งทางน้ำให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ

โฆษกสภาเมืองเวนิซ เปิดเผยว่า แนวคิดแรกเริ่มของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ต่อปัญหาด้านมลพิษ และเพื่อส่งเสริมการใช้เรือไฟฟ้า และไฮบริด

เมืองเวนิซ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีหลากหลายฉายา หนึ่งในนั้นคือ "La Serenissima" หรือเมืองแห่งความสุขสงบ  เนื่องจากภาพของเมืองที่มีคลองสายต่างๆที่มีความเงียบสงบ โดยมีอาคารและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง แต่ปัจจุบัน บรรยากาศเช่นนั้นหาดูไม่ได้อีกแล้วในเมืองเวนิซ ซึ่งมีเรือที่ได้รับการจดทะเบียนกว่า 7,000 ลำ วิ่งสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน แม้เรือจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเดินทางและขนส่งในเมืองเวนิซ เนื่องจากเมืองเวนิซสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กเกาะน้อย จำนวน 118 เกาะเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย แต่เสียงดังของเรือที่แล่นไปมา รวมถึงควันและน้ำมันที่ใช้ในการเดินเรือ กลับสร้างมลพิษให้กับเมืองแห่งนี้เป็นอย่างมาก รวมถึงการแล่นเรือที่มีความเร็ว จะก่อให้เกิดคลื่นที่จะไปกัดเซาะกำแพงของอาคารสิ่งก่อสร้างโบราณ จนได้รับความเสียหาย

ทางการเมืองเวนิซ กำลังทำการศึกษา เพื่อเปลี่ยนการใช้เรือดังกล่าวให้เป็นเรือที่ใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ไฮบริด โดยในวันนี้ ได้มีการใช้เรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล่นไปตามแนวคลองแกรนด์ คาแนล เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจประเด็นดังกล่าว แนวคิดการห้ามแล่นเรือเป็นช่วงสั้นๆนี้ ได้รับการชมเชยจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มองว่าการทำให้พื้นที่คลองมีความเงียบสงบบ้าง แม้เป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ถือเป็นแนวคิดริเริ่มที่น่าสนับสนุน เพื่อให้ชาวเมืองตระหนักถึงการใช้เรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะที่ผ่านมา ในคลองสายต่างๆ เต็มไปด้วยเรือที่ใช้เครื่องยนต์ ที่ก่อให้เกิดไอเสียและกลิ่นจากเครื่องยนต์ที่ไม่พึงประสงค์

"โตโยต้า"นำร่อง ประกาศหยุดงาน 5 เมษาฯโรงงาน 3 แห่ง ให้ความร่วมมือรัฐบาลลดใช้พลังงาน

 

 

http://www.toyotanon.com

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2556 นาย เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ออกเอกสารข่าวแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า โตโยต้าพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศ ในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2556


       โดยนายทานาดะ กล่าวว่า “ตามที่ทางภาครัฐได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกรณีที่กระแสไฟฟ้าในบางพื้นของประเทศอาจจะขัดข้องหรือดับลง ในวันที่ 5 เมษายน 2556 เนื่องจากเป็นวันที่มีปริมาณพลังงานไฟฟ้าสำรองในประเทศต่ำที่สุด พร้อมกับได้ขอความร่วมมือมายังผู้ประกอบการในการลดใช้พลังงานในวันดังกล่าว ซึ่งทางโตโยต้ายินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่” 
  

       “สำหรับกรณีดังกล่าว บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะหยุดการทำงานของโรงงานโตโยต้าทั้ง 3 แห่ง ในวันที่ 5 เมษายน 2556 โดยจะมีการทำงานชดเชยในวันที่ 4 พฤษภาคม 2556 และได้ดำเนินการปรึกษาหารือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตของโตโยต้า (Toyota Supply Chain) เพื่อให้ความร่วมมือภาครัฐ โดยการพิจารณาหยุดหรือลดกำลังการผลิตลงอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดผลของการลดใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง” นายทานาดะ กล่าวในที่สุด

 

 

 

ยูเอ็นเผย"ปี 2012"เป็นหนึ่งในปีโลกร้อนเป็นประวัติการณ์ หลังเจอภัยธรรมชาติรุนแรงสารพัด

โดยมติชน วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ว่า หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาโลกประจำยูเอ็น (WMO) ออกรายงานระบุว่า ปี 2012 ถือเป็นหนึ่งในปีที่อุณหภูมิโลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายประเทศในทัวโลก นับตั้งแต่ ภาวะคลื่นร้อน ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และพายุขั้นรุนแรง รวมทั้งการละลายตัวของแผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ โดยอุณหภูมิโลกในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค.ของปีนี้ ถือว่าร้อนที่สุดเป็นอันดับเก้า นับตั้งแต่ปี 1850 และประเมินว่า อุณหภูมิบนพื้นผิวน้ำและพื้นดินได้เพิ่มขึ้นราว 0.45 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าช่วงปี 1961-1990

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาประจำยูเอ็นได้เตือนว่า อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้นแม้ว่าอิทธิพลของปรากฎการณ์ลา นินญ่า ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก จะเย็นตัวลงในช่วงต้นปีนี้ และว่า ในช่วงเดือนก.ค.น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือเฉลี่ย 92,000 ตร.กิโลเมตรต่อวัน ถือว่าเร็วที่สุดในรอบปีนี้

ประชุมโลกร้อน 2012"เปิดฉากแล้วที่กาตาร์ คาดอาจไม่มีความคืบหน้า

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ผู้แทนกว่า 17,000 คน จาก 200 ประเทศ จะเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP18/CMP8 ที่กรุงโดฮาของกาตาร์ ที่จะเริ่มต้นในวันนี้ (26 พ.ย.) ไปกระทั่งวันที่ 7 ธันวาคม

โดยในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า คาดว่าจะมีการเปิดประเด็นใหม่ๆเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ขณะที่ยังคงมีความตึงเครียดระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและยากจน

การเลือกให้กาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้หลายฝ่ายประหลาดใจ เนื่องจากกาตาร์ ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรสูงที่สุดในโลก

นายแอนดรูว์ สเตียร์ ประธานสถาบันทรัพยากรโลก หน่วยงานวิชาการในสหรัฐ ระบุว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่ง ไม่สามารถพูดได้อีกแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาของวันพรุ่งนี้ ความเสียหายจากพายุแซนดี้ได้ปลุกชาวอเมริกันให้ตื่นตัวมากขึ้น

ผลการศึกษาของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่าโลกเสี่ยงจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส เพราะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะทำให้น้ำท่วม ภาวะแห้งแล้ง คลื่นความร้อนและระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม ที่ประชุมยูเอ็นเมื่อ 2 ปีก่อนตกลงจะจำกัดไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อปีก่อนกลับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

กาตาร์เป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลก มากกว่าชาวอเมริกันราว 3 เท่า

ประเทศที่สนับสนุนพิธีสารเกียวโตปี 1997 เห็นตรงกันในการประชุมเมื่อปีก่อนว่าจะต้องต่ออายุพิธีสารดังกล่าว ซึ่งจะครบกำหนดในสิ้นปีนี้แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าควรต่ออายุอีก 5 หรือ 8 ปี ด้านสหภาพยุโรป (อียู) เผยว่า ในการประชุมปีนี้หากไม่สามารถเปลี่ยนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 ของระดับการปล่อยเมื่อปี 1990 ภายในปี 2020 เป็นลดลงร้อยละ 30 หากประเทศร่ำรวยอื่นๆ ทำตาม อียูก็พร้อมเจรจาต่อในปีหน้า

กรีนพีซ ตั้งสถานีกู้วิกกฤตโลกร้อน ใช้พลังงานหมุนเวียน ส่องไฟ"มหาสถูปบุโรพุทโธ" อินโดฯ

โดยมติชน วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แมเจลลัง 30 ตุลาคม 2555- ณ เมืองมรดกโลก มหาสถูปบุโรพุทโธ ชานเมืองของเมืองยอร์กจากาต้าร์ กรีนพีซได้ตั้งฐานปฏิบัติการสถานีกู้วิกกฤตโลกร้อนเพื่อส่องไฟแสงสว่างให้แก่มหาสถูปบุโรพุทโธ โดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรม “พลังงานหมุนเวียน คือ แสงสว่างด้านพลังงานแห่งอนาคต” โดยเป็นการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์เพื่อผลักดันให้ประเทศอินโดนีเซียมุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดและปลอดภัย

ศรี เปอร์โยโน่ ผู้ช่วยผู้ว่าการรัฐจาวาส่วนกลางในนามของนายบิบิท วัลยูโยผู้ว่าการรัฐจาวาส่วนกลาง และ นางดอว์น กอสลิ่ง หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตัวแทนกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ให้เกียรติ์ในพิธีปิดกดปุ่ม “การปฏิวัติพลังงาน” เพื่อเปิดไฟแสงสว่างที่ใช้พลังจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้ติดตั้งไว้โดยรอบบุโรพุทโธและโดมกู้วิกฤตโลกร้อน

“นี่คือสิ่งที่องค์กรพัฒนาเอกชนและประชาสังคมควรร่วมกันทำงานเพิ่อให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างแท้จริง เราสามารถตระหนักได้จากสิ่งที่กรีนพีซได้กำลังทำอยู่ เพราะเรามีเป้าหมายและวิสัยทัศน์เดียวกันที่ว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลได้มีการวางแผนเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในจาวาส่วนกลาง” นาย บิบิท วัลยูโยกล่าว

“ในอนาคตเมื่อเราหันย้อนกลับมาดู เราจะจดจำได้ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ที่เป็นสัญญลักษณ์แห่งการปฏิบัติที่เป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศอินโดนีเซียลดการพึ่งพิงการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและพลังงานฟอสซิลอื่น ๆ และยอมรับการปฏิวัติพลังงานเพื่อให้ประชาชนของประเทศสามารถใช้พลังงานที่สะอาดและปลอดภัย” นาง ดอว์น กล่าว

“เราถือว่าโครงการนี้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานมุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดสีเขียวที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ได้มาจากธรรมชาติเช่นลม แสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนใต้พื้นดิน ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งการจุดประกายความสว่างไสวด้วยพลังงานหมุนเวียนสู่อนาคตของประเทศอินโดนีเซีย และเป็นจุดจบของยุคการใช้พลังงานจากถ่านหิน เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจผลักดันการปฏิวัติพลังงานไปข้างหน้า ณ บัดนี้” นาง ดอว์น กอสลิ่ง ได้กล่าวเพิ่มเติม

ประเทศอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาลในอนาคตตามอัตราการเจริญเติบโตของประชากรและการขยายตัวทางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ประเทศอินโดนีเซียยังคงพึ่งพาพลังงานส่วนใหญ่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านหินซึ่งเป็นแหล่งปลดปล่อยคาร์บอนจากน้ำมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถ่านหินยังทำลายทางสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร และรวมถึงวิถีชีวิต และสุขภาพของประชาชนอินโดนีเซีย

สภาพภูมิประเทศของอินโดนีเซียทำให้โรงงานผลิตไฟฟ้าตั้งอยู่ค่อนข้างกระจัดกระจาย หนึ่งในสามของประชากรไม่มีไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานนำมันดีเซลที่มีต้นทุนในการผลิตสูงเป็นแหล่งพลังงานเดียวที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าแก่ชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร

“การกระจายศูนย์พลังงาน สายส่งไฟฟ้าที่ไม่เชื่อมต่อกับระบบสายส่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก จะสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าน้ำมันดีเซลหรือก๊าซที่แสนแพงได้” ฮินดุล มูลัยกา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าว

ในส่วนของประเทศไทยกรีนพีซ ได้เดินหน้ารณรงค์ปฏิวัติพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์ปฏิวัติพลังงานผ่านกฎหมายพลังงานหมุนเวียน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการระดมรายชื่อ 55,555 รายชื่อเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีกฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรก

by ThaiWebExpert