มติชนออนไลน์

น้ำเค็ม` แค่ระยะสั้น ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงปัญหาน้ำประปามีรสเค็มว่า ได้มีการหารือกับทางการประปานครหลวงแล้ว ซึ่งเป็นเพียงช่วงน้ำทะเลหนุนสูง อย่างไรก็ตาม การประปาฯทราบดี คาดว่าคงไม่ประสบปัญหานี้อีก ไม่ต้องกังวลเพราะกรมได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าปริมาณน้ำที่มีรสเค็มไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพ

แม้แต่ผู้มีความดัน ผู้ป่วยโรคไตก็ไม่ต้องกังวล เพราะโดยปกติคนกินเกลือวันละ 1 ช้อนชา ในอาหารต่างๆ มากน้อยเฉลี่ยกันไป ซึ่งในน้ำประปาที่มีเกลือมีปริมาณน้อยมาก และน้ำประปาที่เค็มก็เกิดเพียงวันเดียว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะสะสม ส่วนที่ยังรู้สึกว่าน้ำประปายังเค็มอยู่ ก็เพราะมีการสูบน้ำมาไว้ในแท็งก์เก็บไว้ จึงเป็นน้ำประปาของเดิมที่มีรสเค็ม ไม่ใช่เค็มทุกวัน

"หากยังกังวล ช่วงนี้จะให้ลดดื่มน้ำคงไม่ได้ เพราะครัวเรือนส่วนใหญ่จะดื่มน้ำประปาด้วยการนำมากรองมาต้ม ก็ยังคงดื่มได้ แต่ระหว่างนี้ก็ให้หมั่นออกกำลังกาย เพราะเหงื่อก็จะขับออกมาได้เช่นกัน" นพ.พรเทพกล่าว

 

อธิบดีกรมโรงงานตรวจเยี่ยมโรงงานริมน้ำแม่น้ำแม่กลอง

ที่โรงงานสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เยี่ยมชมโรงงานริมน้ำและติดตามศึกษาสถานการณ์คุณภาพน้ำในแม่น้ำแม่กลอง ที่ได้รับการฟื้นฟู ดูแลตามโครงการอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำสายหลักให้กลับคืนสู่สภาพที่ดีขึ้น โดยมี นายชาติชาย ลือกุลวัฒนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะตรวจเยี่ยมชมการตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำแม่กลอง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงานภาคตะวันตก และระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบต่อเนื่อง (online Monitoring System) พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน ซึ่งมีการนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดไปใช้กระบวนการผลิตและแจกจ่ายไปยังชุมชนใกล้เคียงเพื่อใช้ในการทำเกษตรอีกด้วย

นายณัฐพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงแสดงความห่วงใยคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักของประเทศที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมลงและทรงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้กลับมาดีดังเดิม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้น้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำสายหลักของประเทศ โดยจัดกิจกรรมภายใต้โครงการอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ เพื่อกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง โดยเฉพาะ 6 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางประกง ทะเลสาบสงขลา และ ลำตะคอง

อย่างไรก็ตามกระทรวงอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สมดุลและยั่งยืน” ในแผนแม่บทอุตสาหกรรมไทย พ.ศ.2555-2574 โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว ประกอบกิจการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ลดการปล่อยมลพิษ เพื่อการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน

ในอดีตที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่มีการลักลอบทิ้งน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลองจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้น้ำในแม่น้ำมีคุณภาพเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่ปัจจุบันกรมโรงงานได้เข้มงวด และบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น พร้อมกับติดตั้งระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาคอยตรวจสอบและกำกับอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ปัญหาดังกล่าวลดน้อยลงไปอย่างมาก 

 

กทม.เผยขยะม็อบพุ่งวันละ20ตัน สั่งแจกจ่ายถุงดำ-ถังขยะเพิ่ม

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการกองจัดการขยะของเสียอันตราย และสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการจัดการขยะในกลุ่มผู้ชุมนุมพื้นที่กรุงเทพฯว่า การจัดเก็บขยะในกลุ่มผู้ชุมนุมจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานเขตพระนครและป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยเขตพระนครจะจัดเก็บขยะจากการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พบว่ามีปริมาณขยะเฉลี่ยวันละกว่า 20 ตัน และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่ามีขยะมากถึง 50 ตัน ทั้งนี้ ทางสำนักงานเขตได้แจกถุงดำให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมวันละ 1,000 ใบ และเพิ่มจำนวนถังขยะเป็น 315 ใบ โดยจัดเก็บขยะวันละ 4 รอบ เพื่อรักษาความสะอาดและช่วยลดผลกระทบแก่ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว

ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ ในพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสะพานมัฆวานรังสรรค์นั้น สำนักงานเขตป้อมปราบฯจะเป็นผู้จัดเก็บ โดยมีการเพิ่มปริมาณถังขยะและแจกถุงดำ ซึ่งพบว่ามีปริมาณขยะประมาณวันละกว่า 5 ตัน

 

หวั่น"หญ้าทะเล"หาย ทช.ชวนเฝ้าระวัง

วันที่ 23 กันยายน นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า หญ้าทะเลมีบทบาทสำคัญต่อสัตว์ทะเลมาก นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารของเต่าทะเลและพะยูน ที่กินหญ้าทะเลเป็นอาหารโดยตรงแล้ว ยังมีสัตว์ตัวเล็กๆ อีกกว่า 100 ชนิด เช่น ปลา กุ้ง ปู แพลงตอน ไส้เดือนทะเลและหนอนตัวแบนก็อาศัยและใช้หญ้าทะเลเป็นที่อยู่อาศัยหลบภัย เป็นแหล่งผสมพันธุ์และอนุบาลตัวอ่อน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความปลอดภัย อีกทั้ง มีส่วนช่วยในการกักเก็บตะกอนดิน ทำให้น้ำไม่ขุ่น และบริเวณที่มีหญ้าทะเลอยู่หนาแน่น ก็จะช่วยป้องกันการกันเซาะของชายฝั่งทะเลได้อีกด้วย
 
นายนพพลกล่าวว่า ขณะนี้สภาพโดยธรรมชาติของระบบนิเวศหญ้าทะเลในน่านน้ำไทย มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพทั้งในเชิงชนิดพันธุ์และความหนาแน่นตามฤดูกาล และยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้แหล่งหญ้าทะเลได้รับผลกระทบ ทั้งจากภัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น คลื่นลม มรสุม พายุ หรือจากการทำกิจกรรมชายฝั่งของมนุษย์ เช่น อวนรุนที่เข้ามาทำการประมงในเขตน้ำตื้น การทับถมของตะกอนที่เกิดจากเหมืองแร่และการก่อสร้าง ซึ่งนอกจากตะกอนจะปกคลุมใบหญ้าทะเลจนทำให้หญ้าทะเลตายไปในที่สุดแล้ว สภาพพื้นทะเลอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น กลายเป็นโคลน หรือกลายเป็นพื้นแข็งกว่าเดิม สภาพเช่นนี้ทำให้หญ้าทะเลไม่สามารถเจริญเติบโตใหม่ได้ ทำให้เกิดการเสียหายอย่างถาวร
 
"พื้นที่ที่น่าห่วงเวลานี้ เช่น ที่ทะเลพังงาทางตอนเหนือ เพราะมีตะกอนจากชายฝั่งเข้ามามากทำให้น้ำค่อนข้างขุ่น และพื้นที่เป็นโคลน ทำให้มีหญ้าทะเลจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ยังมีแหล่งหญ้าทะเลอีกหลายพื้นที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ เช่น แหล่งหญ้าทะเลใน จ.ตรังทั้งหมด แหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวพังงาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพังงาบริเวณบ้านป่าคลอก บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี เกาะกระดาด และเกาะหมาก จ.ตราด เกาะสมุยและเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ทั้งนี้ ลำพัง ทช.เพียงหน่วยงานเดียวยอมรับว่าอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการดูแล และแจ้งเบาะแสเมื่อพบว่าแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่ใดมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหาย" นายนพพลกล่าว

 

มูลนิธิสืบฯ จ่อยื่นหนังสือคัดค้าน "เขื่อนแม่วงก์" 9 ก.ย.

มื่อวันที่ 7 กันยายน ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร  นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิฯ แถลงข่าว "การคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์" ว่า  จากสถานการณ์การเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทั้งๆที่มีข้อท้วงติงในเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีแนวโน้มจะผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ในเดือนกันยายนนี้   ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเลยผลกระทบต่างๆ  อีกทั้ง ยังเป็นรายงานที่ไม่ได้ให้ความจริงใจในการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาแหล่งน้ำด้วยวิธีอื่นๆ รวมถึงการกำหนดปัจจัยและตัวแปรในการคัดเลือกที่ตั้งหัวงานเขื่อน โดยใช้เทคนิคกำหนดตัวแปรที่เบี่ยงเบนน้ำหนักของการเลือกที่ตั้ง ให้มาก่อสร้างในป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และยังละเลยข้อมูลความสำคัญของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในผืนป่าตะวันตกที่เป็นป่าต่อเนื่องกับพื้นที่มรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร รวมถึงอุทยานแห่งชาติคลองลาน ที่เป็นป่าใหญ่อุดมสมบูรณ์ไม่มีการรบกวนระบบนิเวศสัตว์ป่าโดยที่ตั้งของชุมชน จึงทำให้มีศักยภาพในการแพร่กระจายสัตว์ป่าจากพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่หนึ่ง

นายศศิน กล่าวอีกว่า ในวันที่ 9 กันยายน  มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และองค์กรเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม จะเดินทางไปยัง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการเขื่อนแม่วงก์ ของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ  เนื่องจากเป็นรายงานที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญในการพิจารณารายงานฉบับนี้ รัฐบาลปรับเปลี่ยนบุคลากรของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และคณะกรรมการผู้ชำนาญการอย่างน่าสงสัย  โดยการโยกย้ายตำแหน่งจำนวนมาก รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์ประกอบให้ไม่มีผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนประจำของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ซึ่งเป็นความผิดปกติ

ต้นเหตุไฟป่า 960 ตร.กม.ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดจากนักล่าสัตว์ก่อกองไฟ

เจ้าหน้าที่สืบสวนเปิดเผยว่า เหตุไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียที่กินพื้นที่มากกว่า 960 ตารางกิโลเมตร เกิดจากนักล่าสัตว์ที่ก่อกองไฟ กระทั่งลุกลามจนเกินควบคุม ขณะที่กรมป่าไม้สหรัฐฯ ปฏิเสธการคาดเดาที่ว่าไฟป่าอาจเกิดจากผู้ลักลอบปลูกกัญชาผิดกฎหมาย

สำนักงานป่าไม้สหรัฐฯแถลงว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. นอกเขตอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วร้อยละ 80 ทางการยังไม่ได้ออกหมายจับนักล่าสัตว์รายใด และยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ และยังคงทำการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป
 
การแถลงระบุว่า นักล่าสัตว์ได้ลักลอบก่อกองไฟขณะที่กำลังเดินทางในพื้นที่ห่างไกลภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติสตานิสเลาส์ ห่างจากเมืองโกรฟแลนด์ ไปทางตะวันออกราว 4.8 กม. ทั้งนี้ ทางการไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวก่อกองไฟในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งอาจทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย
 
ไฟป่า"ริม ไฟร์" ที่ตั้งชื่อตามจุดชมวิวในเขตป่าสงวนแห่งชาติสตานิสเลาส์ที่อยู่ใกล้เคียงว่า "ริม ออฟ เดอะ เวิลด์"  นับเป็นไฟป่าที่มีความรุนแรงมากเป็นอันดับสี่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย นับตั้งแต่ปี 1932 นอกจากพื้นที่ป่าโดยรอบแล้ว ไฟป่ายังสร้างความเสียหายให้แก่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตีไปกว่า 66,000 เอเคอร์ และเถ้าถ่านยังลอยไปตกยังอ่างเก็บน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าป้อนนครซานฟรานซิสโก
 
เจ้าหน้าที่เผยว่า อาคารบ้านเรือนรวม 111 แห่งได้รับความเสียหาย โดยในช่วงที่รุนแรงที่สุด อาคารกว่า 4,000 แห่ง ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ ทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ขณะที่ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไฟป่าในจุดสำคัญสามารถควบคุมได้แล้ว
 

ทะเลไทยอาการหนัก สารพิษกัดเซาะชายฝั่งรุม

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเจ้าภาพหลัก แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ปลอดประสพ ชี้ปล่อยยืดเยื้อนานแล้ว เร่งทำแผนแม่บทเสนอครม.คาดใช้งบหมื่นล้าน

วันที่ 4 กันยายน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)เป็นประธานเปิดการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ที่จัดโดยสถาบันสมุทรศาสตร์ระหว่างประเทศ(ไอโอไอ)  นายปลอดประสพ กล่าวว่า  พื้นที่ที่จะเป็นที่รองรับมลพิษที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกมากที่สุดคือ ทะเลและมหาสมุทร ที่ผ่านมามีรายงานการเกิดสารพิษที่ส่งผลต่อมหาสมุทรทั่วโลก จำนวนมาก เช่น การรั่วไหลของน้ำมัน การรั่วไหลของน้ำมันจากเรือขนส่งน้ำมัน เรือโดยสาร แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึง ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงจากการทำการเกษตรและอุตสาหกรรม

"สำหรับประเทศไทยนั้นสถานการณ์ทางมหาสมุทรที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง จากกิจกรรมต่างๆที่ไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนทำแผนแม่บทเรื่องการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นการเร่งด่วน ได้คุยกับนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ว่า ที่ผ่านมาที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะยังไม่มีเจ้าภาพอย่างแท้จริง ดังนั้นการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่กำลังจะอยู่ในแผนแม่บทแห่งชาติ จะต้องให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)เป็นเจ้าภาพหลัก ทำให้เสร็จภายใน 3 สัปดาห์นับจากนี้ "นายปลอดประสพ กล่าว

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทย ต้องสูญเสียที่ดินบริเวณชายฝั่งทะเลจากการถูกน้ำกัดเซาะ รวมระยะทางประมาณ 830 กิโลเมตร แยกเป็นแนวชายฝั่งทะเล อ่าวไทยระยะทางประมาณ 730 กิโลเมตร  แนวชายฝั่งทะเล ทะเลอันดามันมีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร  หากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังในอนาคตหลายพื้นที่ เช่น แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชอาจจะจมน้ำหายไปหมดเลยก็ได้ ตนเชื่อว่า เมื่อมีเจ้าภาพที่จะเข้าไปดำเนินการชัดเจน จะทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนและง่ายยิ่งขึ้น

"รูปแบบการแก้ไขนั้น ผมก็ยังไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้างสำหรับพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ต้องอาศัยข้อมูลและผลการศึกษา ซึ่งเบื้องต้นเข้าใจว่ามีอยู่แล้วการแก้ปัญหาต้องใช้เวลาและงบประมาณมากพอสมควรปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วประเทศน่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท"นายปลอดประสพ กล่าว

 

เหลือเชื่อ อากาศสุดวิปริต ทะเลทรายแห้งแล้งสุดของโลก เจอ"หิมะถล่ม"หวั่น"น้ำท่วม"ซ้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดปรากฎการณ์เหลือเชื่อ เมื่อทะเลทราย"อาตาคาม่า"ของชิลี ซึ่งเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของโลก ต้องประสบกับภาวะฝนตกและหิมะตกอย่างหนัก และเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำท่วม

รายงานระบุว่า ทะเลทรายดังกล่าว  เผชิญกับฝนและหิมะตกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และชาวบ้านบอกว่า หิมะได้ตกลงอย่างหนักในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา และวิตกว่า อาจเกิดสถานการณ์หิมะละลายและทำให้น้ำท่วม และวิตกว่า หากหิมะเกิดละลายและเกิดฝนตกขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้แม่น้ำหลายสายเกิดน้ำท่วมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ และทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีฝนตกเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีคำสั่งให้อพยพประชาชน 
 
ด้านสำนักงานท่องเที่ยวแห่งชาติชิลีระบุว่า ขณะนี้ทางการต้องปิดถนนชั่วคราว เพราะภาวะอากาศผิดปกติ และถือเป็นปรากฎการณ์แปลกเพราะแม้แต่ภูเขาที่สูงลิบถึงระดับ 22,589 ฟุตยังปลอดจากภาวะแผ่นน้ำแข็งละลาย และเกิดภาวะอากาศหนาวจัดและร้อนจัด โดยในช่วงกลางคืน อุณหภูมิหนาวเย็นถึงขั้นติดลบ 25 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงกลางวันอากาศจะอยู่ที่ระดับ 25-30 องศาเซลเซียส สำหรับทะเลทราย"อาตาคาม่า"ซึ่งกินพื้นที่ยาวจากชิลีไปยังเปรู เกิดจากทะเลสาบน้ำจืด มีฝนตกเฉลี่ยแค่ 15 มม.ต่อปี
 
 

 

กทม.เล็งซื้อที่บ่อเก็บขยะนิคมอุตฯลาดกระบัง เพื่อสร้างสวนสาธารณะ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า บ่อเก็บขยะบริเวณซอยลำกอไผ่ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ได้สร้างปัญหาให้กับประชาชน เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของสิ่งปฏิกูล ไม่ว่าจะเป็นซากตึก ขยะจากครัวเรือน ทำให้มีก๊าชมีเทนสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ก๊าซมีเทนที่อยู่ใต้บ่อเก็บขยะจะเกิดการระอุและส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทางสำนักสิ่งแวดล้อม (สนล.) จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเสนอ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ว่าจะขอซื้อพื้นที่ดังกล่าวจากบริษัทเอกชนในนิคมฯ เพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ แต่ราคาจะต้องไม่แพงจนเกินไป

 ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งให้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ คาดว่าหากทำได้จริงจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นชุมชนคุ้มเกล้า ชุมชนทับยาว รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 
 
"หากเจ้าของที่ไม่ยอมขายให้แก่ กทม.จะต้องมีการเจรจากัน ให้บริษัทเอกชนดูแลพื้นที่ทางด้านกายภาพทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว" นายวสันต์กล่าว
 

นกนานาชนิดหาอาหารเต็มทุ่งนาเมืองโอ่ง ชาวนาหนักใจหว่านข้าวแล้วถูกกิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม บริเวณทุ่งใหญ่นครบาล เขตรอยต่อระหว่างตําบลดอนตะโกและตําบลอ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ชาวนาได้ไถนาปรับปรุงพื้นที่เพื่อหว่านข้าวในนา หลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวข้าวไปก่อนหน้านี้ เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีคลองชลประทานตัดผ่านสามารถทํานาได้ปีละ 2 ครั้ง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ นํ้าท่าสมบูรณ์ มีกุ้ง หอย ปู ปลา จํานวนมาก ทําให้ฝูงนกนานาชนิดมาอาศัยหากินได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะบรรยากาศยามเช้าเช่นวันนี้ ฝูงนกต่างๆ เช่น นกกวัก นกปากห่าง นกกระสานวล นกพิราบ นกกระยาง และชนิดอื่น ได้อาศัยช่วงที่ชาวนาปรับปรุงพื้นที่ไถนาพลิกพื้นดิน จึงอาศัยจิกกินอาหารที่มาจากดินจนเต็มท้องทุ่งนามองดูสวยงามยิ่ง อีกทั้งมูลของนกที่ลงไปจิกกินอาหารเป็นปุ๋ยชั้นดีสําหรับการปลูกข้าวได้มากเลยทีเดียว

แต่ปัญหาที่ชาวนาวิตกคือ หลังจากการหว่านกล้าแล้ว ยังมีนกหลายชนิด อย่างเช่น นกพิราบ นกกระจอก นกที่กินอาหารนอกเหนือจากกุ้ง หอย ปู ปลา ลงมาจิกกินข้าวเปลือกที่หว่านกล้าไว้ได้รับความเสียหาย ชาวนาจึงต้องใช้วิธีการจุดประทัดให้เกิดเสียดัง แต่การจุดประทัดนั้นสร้างปัญหากับชุมชน จึงเป็นวัฏจักรของการอยู่รวมกันระหว่างชาวนาและนก เมื่อมีการไถนาปรับพื้นที่ นกเหล่านี้ก็ลงมาหากินตามวิถีชีวิต แต่เมื่ออยู่ในช่วงหว่านข้าว ชาวนาก็จะเสียหายกับการนกเหล่านี้มาจิกกินเมล็ดข้าว ก็ต้องหาวิธีโดยการไล่นก เพราะไม่ให้มาจิกกินข้าวในนา ซึ่งเป็นวัฏจักรแบบนี้มาช้านานแล้ว

by ThaiWebExpert