มติชนออนไลน์

เตือนวิกฤตอาหารยังไม่จบ

มติชนรายวัน วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

เมื่อวันที่ 26 มกราคม องค์กรการกุศลด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อ๊อกซ์แฟม ได้ออกมาเตือนว่าวิกฤตการณ์อาหารซึ่งสร้างความปั่นป่วนในกว่า 30 ประเทศเมื่อปีที่แล้วยังห่างไกลจากการสิ้นสุดลงแม้ว่าราคาสินค้าเกษตรจะลดลงมาแล้วก็ตาม

ในรายงานเรื่อง "ประชากรผู้หิวโหยพันล้านคน" ของอ๊อกซ์แฟมที่เปิดเผยในการประชุมความมั่นคงด้านอาหารที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ระบุว่า "การลงทุนด้านเกษตรกรรมที่น้อยเกินไปมานานหลายทศวรรษ บวกกับภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนที่เพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าแม้ราคาจะต่ำลงมาแล้วแต่ยังไม่สามารถรับประกันความมั่นคงด้านอาหารในอนาคตได้ และในความเป็นจริงแล้วสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงอีก ถึงแม้ว่าราคาอาหารทั่วโลกจะลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็จะไม่มีทางกลับไปสู่ระดับราคาที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ และมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นอีกในอนาคต"

รายงานฉบับนี้ยังระบุว่า สถานการณ์ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงในอัฟกานิสถาน เอธิโอเปีย เคนยา โมซัมบิก และซิมบับเว เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าวิกฤตการขาดแคลนอาหารโลกจะยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ

ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า ผู้คนเกือบ 1 พันล้านคนจากจำนวนประชากรโลกทั้งหมด 6.5 พันล้านคน กำลังประสบกับภาวะทุพโภชนาการ

นอกจากนี้นายฌักส์ ดิยุฟ ผู้อำนวยการเอฟเอโอระบุว่าราคาอาหารที่ลดลงอาจจะทำให้ชาวนาหมดกำลังใจในการปลูกพืชผล และจะทำให้ปริมาณอาหารน้อยลงขณะที่ประชากรที่ขาดแคลนอาหารมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ (เอเอฟพี/รอยเตอร์) (กรอบบ่าย)

ร็อกกีฯทุ่ม70ล้านดอลล์รับโลกร้อน4ประเทศเอเชีย

มติชนรายวัน วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

เมื่อวันที่ 27 มกราคม มูลนิธิร็อกกี เฟลเลอร์ แถลงเปิดตัว "โครงการเครือข่ายสร้างความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศและสภาพแวดล้อมในเอเชีย" ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

ดร.จูดิธ โรดิน ประธานมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ กล่าวว่า มูลนิธิร็อกกี เฟลเลอร์ ได้ทุ่มงบประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,380 ล้านบาท จัดทำโครงการคัดเลือกเมืองต้นแบบสำหรับดำเนินการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และให้ชุมชนมีความทนทานต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เบื้องต้นได้มุ่งเน้นไปที่เมืองในแถบเอเชีย เนื่องจากมีข้อมูลว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า เมืองในเอเชียจะขยายตัวมากกว่าร้อยละ 60 โดยเมือง 500 แห่ง ในเอเชียจะมีพลเมืองมากกว่า 1 ล้านคน และเมืองขนาดใหญ่อีก 20 แห่ง จะมีพลเมืองเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน

"โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ระยะ ระหว่างปี 2551-2555 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการระยะที่ 1 (เมษายน 2551-มิถุนายน 2552) คือ การศึกษาข้อมูลและคัดเลือกเมืองต้นแบบ ซึ่งขณะนี้คัดเลือกแล้ว 4 ประเทศ คือ เมืองสุรัต รัฐกุจจาราต เมืองอินดอร์ รัฐมัธยมประเทศ เมืองโกรักเปอร์ รัฐอุตรประเทศของประเทศอินเดีย เมืองดานัง เมืองชิว หย่อน เมืองกันโต ของประเทศเวียดนาม สำหรับอินโดนีเซีย และไทย อยู่ระหว่างคัดเลือกคาดว่าจะได้ชื่อในกลางปีนี้ หลังจากคัดเลือกเมืองแล้วจะดำเนินการในระยะที่ 2 (มกราคม 2552-กุมภาพันธ์ 2553) ซึ่งเป็นการเข้าร่วมสร้างกระแสสำนึกในปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเมืองนั้น รวมทั้งสำรวจความต้องการของเมือง แนวทางการดำเนินการต่างๆ และระยะที่ 3 (2553-2555) การดำเนินงานโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นต้นแบบแก่เมืองต่างๆ ทั่วโลกต่อไป" ดร.จูดิธกล่าว และว่า จะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 29 มกราคม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

นายอัศวิน ดายาล กรรมการผู้อำนวยการมูลนิธิร็อกกีฯ ประจำสำนักงานภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า เบื้องต้นประเทศไทยพิจารณาไว้ 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย (กรอบบ่าย)

สถานีโลกร้อนกับประเทศไทย บนถนนสายวิทยาศาสตร์ปี 52

มติชนรายวัน วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2552

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมด้วย น.ส.สุจินดา โชติพานิช ปลัด วท. และ นายพิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) แถลงข่าว "ถนนสายวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2552" ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคม ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.ที่บริเวณกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถนนโยธี และบริเวณคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลว่าในงานมีกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่า 100 กิจกรรม แบ่งเป็น 33 สถานี ไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือ "สถานีโลกร้อนกับประเทศไทย" โดย อพวช.เป็นการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และวิธีการแก้ปัญหา ทั้งการประหยัดพลังงาน การปลูกต้นไม้ เป็นต้น พร้อมทั้งยังนำภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และสภาพแวดล้อมในประเทศที่เป็นผลมาจากโลกร้อน ยกตัวอย่าง ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศภูเขาสูง เช่น การย้ายพื้นที่ของสัตว์ การบุกรุกของสัตว์ต่างถิ่น นอกจากนี้ ยังมี "สถานีนักสำรวจน้อย" โดย อพวช.ที่จำลองสถานที่ในการเรียนรู้และค้นหาสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำจืด ศึกษาธรรมชาติของพืชและสัตว์ รวมทั้งลักษณะของการดำรงชีวิตในแหล่งน้ำ

"เด็กๆ ยังมีโอกาสได้เรียนรู้พันธุ์พืชต่างๆ ผ่านสถานีมหัศจรรย์พันธุ์พืช โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้นำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาให้เด็กๆ ได้ทดลองทำด้วยตัวเอง และยังสามารถนำกลับบ้านไปเพาะเลี้ยงต่อได้ ประกอบกับยังจำลองสวนหย่อมพืชกินแมลงมาให้ชมด้วย ยังมีสถานีห้องทดลองนักวิทยาศาสตร์น้อย โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้เปิดห้องปฏิบัติการให้เด็กๆ ได้เข้าไปทดลองกัน ไม่ว่าจะเป็นการทดลองสมุนไพร การทดลองแอมโมเนีย" คุณหญิงกัลยา กล่าว และว่า วันที่ 10 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ วท.ได้จัดบริการรถรับส่งระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังงานดังกล่าวด้วย

สวีเดนแชมป์คุม ก๊าซเรือนกระจก

มติชนรายวัน วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ดัชนีวัดกิจกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือซีซีพีไอ ประจำปีที่เปิดเผยในการประชุมด้านสภาพอากาศที่เมืองพอซนัน ประเทศโปแลนด์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ระบุว่าสวีเดนเป็นประเทศที่มีความพยายามมากที่สุดในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่พยายามน้อยที่สุด

แต่ดัชนีซีซีพีไอที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรเยอรมันวอทช์และเครือข่ายแก้ปัญหาโลกร้อน (ซีเอเอ็น) ของยุโรปนั้น จัดให้สวีเดนอยู่ในอันดับที่ 4 เท่านั้น แม้จะเป็นประเทศที่ทำได้ดีที่สุด โดยระบุว่า ไม่มีประเทศใดที่มีผลงานน่าพอใจสมควรได้รับอันดับ 1-3 หากคิดถึงการปกป้องสภาพอากาศโลก

ประเทศที่อยู่ในอันดับต่อจากสวีเดนได้แก่เยอรมนี ฝรั่งเศส อินเดีย บราซิล อังกฤษ และเดนมาร์ก ขณะที่ 10 อันดับสุดท้ายประกอบไปด้วยกรีซ มาเลเซีย ไซปรัส รัสเซีย ออสเตรเลีย คาซักสถาน ลักเซมเบิร์ก สหรัฐอเมริกา แคนาดา และซาอุดีอาระเบีย

ดัชนีซีซีพีไอนั้น นำ 57 ชาติที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของโลก มาทำการคิดคำนวณและให้คะแนนโดยดูจากตัวชี้วัด 12 อย่าง เช่น ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนโยบายด้านสภาพอากาศ (เอเอฟพี)

แนวพระราชดำริกับภาวะโลกร้อน ด้วย Flash Animation สื่อสร้างสรรค์

มติชนรายวัน วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ (กปร.) จัดประกวดสื่อสร้างสรรค์ Flash Animation Presentation เรื่อง แนวพระราชดำริกับภาวะโลกร้อนขึ้น โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ครั้งนี้มีเยาวชน 79 ผลงาน แบ่งเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้นที่ 4 จำนวน 64 ผลงาน และระดับอุดมศึกษาจำนวน 15 ผลงาน ผลปรากฏว่าผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา 3 รางวัล ได้แก่ ทีม Power GT จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ทีม Awayg จากมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และทีม Motion Allure จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พร้อมรางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ประกอบด้วย ทีมดีดี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีม TBC Ranger จากมหาวิทยาลัยไทยบริหารธุรกิจและพณิชยการ ทีม Baby bang จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทีม Tie Movie จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และทีม J-A-M Team จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา

ส่วนมัธยมศึกษาตอนปลายช่วงชั้นที่ 4 ผู้ชนะเลิศการประกวดได้แก่ ทีม Perspective จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล รางวัลรองชนะเลิศจำนวน 3 รางวัล ประกอบด้วย ทีม น่านนคร จากโรงเรียนน่านนคร ทีมกู้โลกเรนเจอร์ จากโรงเรียนเซนฟรังก์ซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ทีม Together จากโรงเรียนเซนฟรังก์ซีสซาเวียร์คอนแวนต์ รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ประกอบด้วย ทีม GreenKeepers จากโรงเรียนแจ้ห่มวิทยา ทีม Matrix จากโรงเรียนลาซาล ทีม KBYALA จากโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ทีม Notion จากโรงเรียนบางกะปิ และทีมช้างกู้โลก จากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ ผลงานทั้งหมดจะนำมาผลิตเป็นสื่อสร้างสรรค์ต่อไป

นวัตกรรมการเกษตรไทยพัฒนาเกษตรอินทรีย์

มติชนรายวัน วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลผลิตด้านการเกษตร ทำให้ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าเกษตรได้ แต่หากประเทศไทยมีการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับผลผลิตด้านการเกษตรจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้มากขึ้น จึงมีแนวความคิดในการปรับยุทธศาสตร์นวัตกรรมการเกษตรไทย โดยออกแบบโครงสร้างการพัฒนาพื้นที่การเกษตรภายในระยะเวลา 15 ปี ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ระยะ 5 ปีแรกต้องมีการทำนวัตกรรมด้านการเกษตรให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมข้าวไทย นวัตกรรมมันสำปะหลัง ฯลฯ ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเหล่านี้ ไม่ใช่ยึดเพียงผลผลิตธรรมดาเท่านั้น แต่ต้องรู้จักแปรรูปหรือดัดแปลงให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ด้วย

ดร.ศุภชัยกล่าวอีกว่า ช่วงที่ 2 ระยะ 5-10 ปี จะต้องทำการพัฒนาระบบให้ผลิตภัณฑ์มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั่วโลกยอมรับ เพราะปลอดสารพิษ จากนั้นช่วงที่ 3 ระยะ 10-15 ปี ต้องสร้างความมั่นคงของพื้นที่การเพาะปลูก ไม่เน้นขยายพื้นที่เพาะปลูก แต่เน้นการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยการรวบรวมความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรของทั้งประเทศและจัดทำเป็นองค์ความรู้เพื่อขายแก่ต่างประเทศในรูปแบบของการให้คำปรึกษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่ได้ต้องการให้ประเทศไทยยกเลิกอาชีพเกษตรกรรม แต่จะเน้นให้บริการความรู้ด้านการเกษตรรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า นวัตกรรมการเกษตรนั่นเอง

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์นวัตกรรมการเกษตรไทย ดร.ศุภชัยได้รับรางวัลเอกสารวิจัยส่วนบุคคลในหลักสูตร วปอ. 2550 ในฐานะเป็นนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) 2550 ซึ่งรางวัลดังกล่าวมีเพียง 3 คนที่ได้รับรางวัลจากทั้งหมด 220 ผลงาน

ผาแดงยันไม่ใช่ต้นเหตุแคดเมียม

มติชนรายวัน วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

จากกรณีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปนเปื้อนของสารแคดเมี่ยมในพื้นที่เกษตรกรรมใน ต.พระธาตุผาแดง ต.แม่กุ บ้านแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก จำนวน 4,000 คนขอให้สภาทนายความยื่นฟ้องบริษัท ผาแดง อินดัสทรี จำกัด และบริษัท ตากไมนิ่ง จำกัด ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดสารแคดเมี่ยมปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรม

นายชิตชัย ทวีพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูง บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในทางธรณีวิทยา แร่สังกะสีและแคดเมียมเกิดขึ้นพร้อมกันตามธรรมชาติ โดยที่แหล่งแร่สังกะสีที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก เกิดขึ้นมาเป็นเวลานับล้านปีและมีฝนตกลงมาชะล้างหน้าดินบริเวณนั้นอยู่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท ผาแดงฯ ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมการทำเหมืองในพื้นที่อำเภอแม่สอดเมื่อปี 2527 ต่อจากผู้ประกอบการทำเหมืองเดิมที่ปล่อยทิ้งร้างไว้เป็นเวลาหลายปี การทำเหมืองของผาแดงฯมีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เริ่มดำเนินการ มีระบบจัดการน้ำในพื้นที่โครงการทำเหมือง ได้ดำเนินการตามมาตรฐานของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยมีทั้งบ่อเก็บกักตะกอนจากน้ำฝนเพื่อให้น้ำใสอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยก่อนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีระบบจัดการน้ำแบบปิด

อนึ่ง สถาบันบริหารจัดการน้ำระหว่างประเทศ (IWMI) ได้สำรวจตัวอย่างดินในปี 2547 จึงได้พบว่ามีแคดเมียมในดินเกินค่ามาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม IWMI ก็ไม่สามารถระบุสาเหตุของการปนเปื้อนได้ ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐได้มีข้อสรุปจากการวิจัยของสถาบันวิชาการที่เกี่ยวข้องว่า การปนเปื้อนสามารถเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ กระบวนชะล้างหน้าดินตามธรรมชาติ และ จากการกระทำของมนุษย์ เช่น การเปิดหน้าดินโดยการทำไร่ ถางป่า หรืออื่นๆ เป็นต้น

ทรงห่วงข้าวไทยควรอนุรักษ์อย่าให้สูญ

มติชนรายวัน วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ข้าว มิเพียงแต่เป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว แต่ยังมีวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของคนไทยซ่อนอยู่เบื้องหลัง และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทั้งชาวนาและข้าวเพิ่มมูลค่ามากขึ้น มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้จัดการประกวดนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2551 เป็นครั้งที่ 2

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทยฯ บอกว่า สำหรับปีนี้นั้นไม่มีรางวัลชนะเลิศ โดยรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ "สิงห์ดาว" ขนมจีนยุคใหม่ โดยบริษัทเส้นหมี่เหรียญไทย เป็นขนมจีนกึ่งสำเร็จรูปผลิตจากแป้งข้าวเจ้า รีดเส้น ทำให้สุก และทำให้แห้ง บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้เป็นเครื่องตวงน้ำและกะทิ สามารถหุงจากหม้อหุงข้าวหรือนำไปทอดเป็นขนมจีนเส้นกรอบได้ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ กระทงกรอบนนทรี โดยภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตจากแป้งข้าวกล้องงอกแทนแป้งสาลี 100% ผ่านกระบวนการอบกรอบแทนการทอด ลดไขมันได้ร้อยละ 50

ในงาน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ยังบอกด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญและทรงห่วงใยข้าวไทยเป็นอย่างมาก ทรงเคยรับสั่งว่า สมัยนี้คนไทยนิยมโดนัท เค้ก ขนมปัง ซึ่งทำจากแป้งสาลี แต่จริงๆ แล้ว มีหลายคนที่แพ้สารที่อยู่ในแป้งสาลี แต่ปัจจุบันแป้งข้าวเจ้าสามารถทำเค้กได้แล้ว นอกจากนี้ ยังทรงเป็นห่วงพันธุ์ข้าว ซึ่งในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ พระองค์มีรับสั่งว่า แต่ละท้องถิ่นต้องอนุรักษ์พันธุ์ข้าวของไทยไว้ให้ได้ ไม่ให้ชาวต่างชาติขโมยสิ่งที่เป็นของคนไทยแล้วไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง อย่างเช่นข้าวหอมมะลิ และล่าสุดพระองค์พระราชทานแนวคิดว่า อยากให้แต่ละท้องถิ่นสำรวจพฤติกรรมของคนในท้องถิ่น ว่าควรจะปลูกอะไร เช่น ที่หัวหิน มีชื่อเสียงด้านข้าวเหนียวมะม่วง แต่เมื่อสำรวจกลับพบว่า ไม่มีการปลูกข้าวเหนียวในพื้นที่เลย ซึ่งทำให้ต้องซื้อจากท้องถิ่นอื่น ถ้าหากในท้องที่ปลูกเองแล้ว ก็จะช่วยลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายได้

อย่าให้ข้าวไทยกลายเป็นของชาติอื่น

ขั้วโลกเหนือทำสถิติร้อนสุด

มติชนรายวัน วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สำนักงานบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) ได้เผยแพร่รายงานประจำปีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ขั้วโลกเหนือ โดยในรายงานระบุว่า อุณหภูมิที่ขั้วโลกเหนือสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ โดยอยู่ที่ 9 องศาฟาเรนไฮต์ (5 องศาเซลเซียส) เหนือระดับอุณหภูมิปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากเกิดการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ซึ่งทำให้ความร้อนของมหาสมุทรเพิ่มสูงมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอุณหภูมิที่สูงขึ้นบริเวณขั้วโลกเหนือ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนบกและในทะเล ทำให้จำนวนพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งลดลงไปอย่างมากในช่วงฤดูหนาวและกระทบต่อจำนวนประชากรสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศเย็น เช่น กวางเรนเดียร์และกวางแคริบู ลดลงเช่นกัน

ในรายงานระบุว่า มีการตรวจพบผิวน้ำแข็งบริเวณเกาะกรีนแลนด์ลดลงด้วยเช่นกัน

นายเจมส์ โอเวอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์จากห้องทดลองด้านสิ่งแวดล้อมในทะเลของโนอา ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซีแอตเติลของสหรัฐ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในขั้วโลกเหนือจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่เมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ก่อนหน้านี้นักวิจัยจากศูนย์เก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า พื้นที่น้ำแข็งบริเวณบนขั้วโลกเหนือมีการละลายมากที่สุดเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูร้อนปีนี้ (รอยเตอร์)

คืนชีวิตสัตว์น้ำสู่ทะเล รักษาสมดุลให้โลก

มติชนรายวัน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11161

เพราะตระหนักดีว่าปัญหาโลกร้อน และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติกำลังเป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกคนต้องช่วยกันรีบแก้ไข ขนาดประเทศเวียดนามเมื่อต้นปีที่ผ่านมายังได้สัมผัสกับหิมะเป็นครั้งแรก แล้วประเทศไทยล่ะ

บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ประเทศไทย จำกัด จึงได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจัดกิจกรรม "ร่วมลดโลกร้อน รักษ์สิ่งแวดล้อม" นำทีมพนักงานคิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าคกว่า 130 คนปล่อยพันธุ์ปลาและพันธุ์ปูม้าคืนสู่ท้องทะเล พร้อมปลูกป่าชายเลน เพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ และขยายพันธุ์สัตว์น้ำในบริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

อุกฤษณ์ กาญจนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งจะเห็นได้จากนโยบายของบริษัทที่เน้นในเรื่องของ 3 R นั่นก็คือ Reduce Replant และ Recycle รวมถึงการใช้เยื่อไม้จากป่าปลูก

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับพนักงานของบริษัทในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีเสมอ โดยเฉพาะในปีนี้เป็นปีที่ได้รับการตอบรับจากพนักงานในการเข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุด ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่เราชาวคิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค จะได้ร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น"

สำหรับกิจกรรม "ร่วมลดโลกร้อน รักษ์สิ่งแวดล้อม" เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน โดยเริ่มจากการปลูกป่าชายเลนด้วยต้นโกงกาง ซึ่งนอกจากจะสร้างที่อยู่ใหม่และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ต่างๆ แล้ว ต้นโกงกางยังเป็นเหมือนกำแพงที่ช่วยชะลอกระแสความเร็วของน้ำที่เข้ามาปะทะก่อนจะขึ้นสู่ฝั่งอีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีการปล่อยพันธุ์ปลาและปูม้าจำนวน 50,000 ตัวเพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยมีทีมทหารเรือแนะนำวิธีการปลูกป่าชายเลนและการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด

ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า "ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มหัศจรรย์ ซึ่งเมื่อก่อนป่าชายเลนในเขตพื้นที่ประเทศไทยมีอยู่มาก แต่ในปัจจุบันเหลือน้อยเพราะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งทำมาหากิน ทำให้แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิดเหลือน้อยลง ดังนั้น สถาบันสิ่งแวดล้อมในฐานะเป็นองค์กรที่ดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมจึงได้รณรงค์จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารสมบูรณ์และเป็นบ้านของสัตว์น้ำ"

แล้วปิดท้ายกิจกรรมด้วยการเดินทางไปมอบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน และทุนบำรุงการศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนบ้านเขาบายศรี ในเขตจังหวัดชลบุรี

ใครไม่มีโอกาสไปปลูกป่าก็สามารถร่วมลดโลกร้อนด้วยการช่วยๆ กันลดการใช้พลังงาน เริ่มตั้งแต่ปิดไฟฟ้าทุกดวงที่ไม่ใช้ก่อนก็ได้

by ThaiWebExpert