ไทยรัฐออนไลน์

อุตฯชงนำเข้า ซากขยะ อิเล็กทรอนิกส์ รวมพลาสติกสะอาด ศุลฯอายัดขยะอุตฯ

อุตสาหกรรมฝ่าดงเอ็นจีโอเสนอนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์-พลาสติกสะอาด หวังสร้าง มูลค่าลดต้นทุนโรงงานเม็ดพลาสติก กรมศุลกากรเตรียมอายัดตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะอุตสาหกรรม 400-500 ตู้ พร้อมผลักดันกลับออกนอกประเทศหากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมมีข้อสรุปที่ชัดเจน รอง ผบ.ตร.บุกตรวจโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ.ชลบุรี พบมีใบอนุญาตถูกต้อง ดำเนินการเป็นมาตรฐาน ไม่เป็น อันตรายต่อพนักงาน

เจ้าหน้าที่เดินหน้ากวาดล้างการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อมลพิษในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ออกประกาศเรื่องการให้ชะลอการพิจารณาอนุญาตนำเศษ เศษตัด และของที่ใช้ไม่ได้เป็นพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือจนกว่าคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จัดวางระบบติดตามเส้นทางการขนส่ง (จีพีเอส) และมาตรฐานปฏิบัติกำกับเส้นทางการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลแบบทันทีในการกำกับ และตรวจสอบเส้นทางการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำรายงานความคืบหน้าเรื่องนโยบายห้ามโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกนำเข้ามาจากต่างประเทศมาใช้ในกระบวนการผลิตในโรงงานภายในประเทศว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบที่มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พิจารณาให้อนุโลมให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำเข้าขยะ 2 ประเภท ได้ตามเดิมประกอบด้วย

1.ซากอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นชิ้น ยังไม่มีการแกะ เพราะแยกชิ้นส่วนนำเอาโลหะที่มีค่าออกมาใช้ประโยชน์ได้ มีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องเผาทิ้งหรือฝังกลบ แต่ 85 เปอร์เซ็นต์ที่ได้มีความคุ้มค่า

2.เศษพลาสติกสะอาด นำเข้ามาเพื่อผลิตพลาสติกและโรงงานนำเข้ามาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเท่านั้น รวม 2 แสนตันต่อปี สาเหตุเพราะต้นทุนถูกกว่าเศษพลาสติกที่จัดหาได้จากประเทศไทยหรืออยู่ที่ 7-8 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกแกะเป็นชิ้นๆกับพลาสติกสกปรกไม่ควรนำเข้า เพราะไม่คุ้มกับการจัดการและจะเป็นภาระของประเทศไทยในอนาคต

นายชัยยุทธ คำคูณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร กรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรจะอายัดตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งขยะอุตสาหกรรมมีทั้งเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 400-500 ตู้ ที่เข้ามาที่ด่านท่าเรือกรุงเทพฯและด่านท่าเรือแหลมฉบัง หลังจากวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรประกาศว่าจะตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ด้วยการเอกซเรย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้นำเข้าไม่กล้าขนตู้คอนเทนเนอร์ออกจากท่าเรือและที่สำคัญกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา สั่งให้ชะลอออกใบอนุญาตนำเข้าขยะอุตสาหกรรม ขณะนี้มีตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะตกค้าง 1,500 ตู้ เพื่อรอความชัดเจนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างประกาศห้ามนำเข้าขยะอุตสาหกรรม จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศใช้มาตรา 32 (2) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานอุตสาหกรรม ห้ามนำเข้าขยะอุตสาหกรรมมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต หรือรีไซเคิล จะส่งผลให้ประเทศไทยไม่มีขยะอุตสาหกรรมอีกต่อไป สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ขนขยะอุตสาหกรรม หากมีความชัดเจนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากรพร้อมจะดำเนินการต่อไป กรณีที่มีการอนุญาตถูกต้องให้นำเข้าก็จะมีการตรวจสอบที่เข้มข้น หากไม่อนุญาตให้นำเข้าจะผลักดันบริษัทเรือ หรือผู้นำเข้าไปยังประเทศต้นทาง และหากไม่นำขยะเหล่านี้ไป กรมศุลกากรจะนำไปทำลายจะคิดค่าใช้จ่ายกับผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นบริษัทเรือและผู้นำเข้าต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบริษัทฟูจิ ซีร็อคซ์ อีโค-แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เลขที่ 41/1 หมู่ 8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นโรงงานรีไซเคิลเครื่องใช้สำนักงานและชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้อง รับรีไซเคิลขยะวันละ 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มีการทำงานอย่างเป็นระบบป้องกันเรื่องมลภาวะ รวมถึงมีความชัดเจนการคัดแยกขยะ จากการตรวจสอบโรงงานนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 7 บริษัท มีเพียงบริษัทนี้แห่งเดียว ดำเนินการคัดแยกอย่างเป็นมาตรฐานสามารถติดตามได้และไม่เป็นอันตรายต่อพนักงาน

ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะตรวจสอบโกดังเก็บของเก่าชื่อ “รชานนท์ของเก่า” พื้นที่ หมู่ 3 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนมีการซุกซ่อนขยะพิษ เบื้องต้นพบขยะพิษลักษณะเป็นเศษเหล็กจากโรงงานถลุงเหล็ก บรรจุในถุงผ้าขนาดใหญ่เก็บไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ มีนางสุดาวดี เปลอะมาก รับเป็นเจ้าของโกดัง และนายสิทธิพันธ์ ศรีสมบูรณ์ รับเป็นเจ้าของสินค้า เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองวัตถุอันตราย และเก็บวัตถุอันตรายในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ตรวจยึดรถบรรทุก 7 คัน บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 14 ตู้ ขณะจอดเตรียมส่งขยะอันตราย มีลักษณะเป็นฝุ่นผงจากการถลุงเหล็ก ริมถนนสาย 331 ต.เขาไม้แก้ว พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า ขอบคุณประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ขยะเหล่านี้มีสารพิษหลายอย่างเจือปน หากเก็บไม่ถูกวิธีอาจสร้างผลเสียต่อชุมชนได้ ตำรวจจะใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป

ดิ้นแก้ปัญหาขยะพลาสติกแหล่งเที่ยว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ จะประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในทะเล พร้อมพิจารณาแนวทางจำกัดนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เพื่อไม่ให้มีปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยจะพิจารณาเพิ่มค่าธรรมเนียมการเข้าพื้นที่อุทยาน รวมทั้งเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ หรือค่าเหยียบแผ่นดินกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งปีนี้อาจถึง 38 ล้านคน ต้องใช้งบจำนวนมากดูแลสิ่งแวดล้อม โดยญี่ปุ่นเก็บเงินลักษณะนี้แล้ว

“แนวทางแก้ปัญหาขยะพลาสติกมีหลายระดับ ตั้งแต่ห้ามใช้ เช่น ห้ามนำขวดพลาสติกเข้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือนำเข้าไปแล้วต้องนำกลับออกมา ต่อมาคือ ขอความร่วมมือ และสุดท้าย ประสานกระทรวงการคลังเก็บภาษีพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเหมือนในยุโรป รวมถึงลดภาษี จูงใจให้สถานประกอบการดูแลสิ่งแวดล้อม”

ด้านนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ใช้เวลาย่อยสลาย 100-450 ปี และขยะพลาสติกในทะเล จะมีขนาดเล็ก เวลาอยู่ในทะเลจะเหมือนแมงกะพรุน และแพลงก์ตอน เมื่อปลาเห็นก็ไปกินและคนก็กินปลาอีกที กลายเป็นอันตรายสู่คน รมว.ทรัพยากรฯจึงมีนโยบายให้ลด ละ เลิก การใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และรณรงค์ให้ใช้พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้แทน

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวเดือน พ.ค.61 ค่าดัชนีอยู่ที่ 154.84 ลดลงเป็นเดือนที่ 2 มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2.75 ล้านคน เพิ่ม 6.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือเป็นเดือนแรกที่มีนักเที่ยวต่างชาติเข้าไทยต่ำกว่า 3 ล้านคน เพราะเป็นช่วงรอมฎอน นักเที่ยวตะวันออกกลางลดถึง 31.34% และเป็นช่วงฟุตบอลโลก นักเที่ยวยุโรปลด 0.01% ก่อรายได้รวม 136,000 ล้านบาท เพิ่ม 9% ส่วนช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) มีนักเที่ยวต่างชาติมาไทย 16.45 ล้านคน เพิ่ม 12.62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สร้างรายได้รวม 867,000 ล้านบาท เพิ่ม 16.11%. 

กรมควบคุมมลพิษไม่พร้อมตอบหมอกหรือควันปกคลุม กทม. แนะ 3 วิธีรับมือ

 

กรมควบคุมมลพิษไม่พร้อมตอบหมอกหรือควันปกคลุม กทม. แนะ 3 วิธีรับมือ

ผู้เกี่ยวข้องจากกรมควบคุมมลพิษยังไม่มีคำตอบ กรณีหมอกปกคลุม กทม. เป็นหมอกแท้ หรือ หมอกควันมีผลต่อสุขภาพ โดยแนะ 3 วิธีรับมือ...

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี มีกระแสสะพัดสภาพอากาศขมุกขมัวในกรุงเทพฯ วันนี้ และ 2-3 วันที่ผ่านมา ไม่ใช่หมอก แต่เป็นฝุ่นควันค่าขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถผ่านขนจมูก โพรงจมูก คอ หลอดลมใหญ่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ว่า ล่าสุด หลังได้พยายามติดต่อขอข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว จากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่มีท่านใดพร้อมให้ข้อมูล บางรายแจ้งให้ทำหนังสือขอข้อมูลเข้าไปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันเกินค่ามาตรฐานรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ และส่งผลต่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขเคยมีคำแนะนำ ดังนี้

1. ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือโรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงออกนอกบ้าน หรือนอกอาคาร

2. สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น ควัน

3. หากมีอาการทางสุขภาพฉับพลันควรรีบพบแพทย์. 

ทส. ขับเคลื่อนพลังประชารัฐ ดันเป้าหมายประเทศไทยไร้ขยะยั่งยืน


ทส.ขับเคลื่อนพลังประชารัฐ ดึงทุกภาคส่วนสร้างจิตสำนึก สู่เป้าหมายประเทศไทยไร้ขยะอย่างยั่งยืน ผุด 3 โครงการ ประกวดชุมชน โรงเรียนปลอดขยะ และจับมือเอกชน ลดใช้ถุงพลาสติก ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์...

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ เป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ ภายใต้แนวคิด 3Rs-ประชารัฐ คือการส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทาง ซึ่งเป็นการจัดการขยะที่ยั่งยืน โดยการลดปริมาณขยะ การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อวางรากฐานการดำเนินการจัดการขยะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



ขณะที่นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้เสริมสร้างวินัยคนในชาติสู่การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตามโรดแมปการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย โดยส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และได้นำ “แผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะตามแนวทางประชารัฐ” มาผนวกกับแผนการดำเนินโครงการต่างๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน หรืออีกนัยหนึ่งคือการสร้าง “เครือข่ายประชารัฐ” ที่เข้มแข็งในการจัดการปัญหาขยะตั้งแต่ต้นทาง


ทั้งนี้มีโครงการที่สำคัญและดำเนินอย่างต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จหลายโครงการ อาทิ โครงการประกวดชุมชนปลอดขยะ Zero Waste ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2552 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือของประชาชนและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ในการดำเนินงานจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร เริ่มจากการจัดการขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิดต้นทาง การลดปริมาณขยะ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ตามหลัก 3Rs จัดการขยะในชุมชนให้เกิดน้อยที่สุดจนเป็นศูนย์ โดยจะคัดเลือกชุมชนที่ทำประโยชน์ต่อสังคมในการจัดการขยะ ตามหลัก 3Rs และยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานให้กับชุมชนอื่นๆ



สำหรับในปี 2560 นี้ มีชุมชนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 192 แห่ง ได้ผ่านเข้ารอบที่ 1 จำนวน 51 ชุมชน แบ่งเป็นกลุ่มชุมชนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ กลุ่มละ 17 ชุมชน ซึ่งในปีนี้ชุมชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จำนวน 3 ถ้วยรางวัล โดยจะจัดพิธีมอบถ้วยรางวัลในวันที่ 4 ธ.ค. 2560 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2560 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่ชุมชนที่ได้รับรางวัล ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานให้กับชุมชนอื่นๆ โดยปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ชุมชน Zero Waste จำนวน 15 ชุมชน ครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิเช่น ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี ม.3 ต.ร้องกวาง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนควนโดนใน ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ศูนย์เรียนรู้ชุมชนชุมชนบ้านหัวถนน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และศูนย์เรียนรู้ชุมชนสื่อสารรวมใจสามัคคี ถ.พหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เป็นต้น


นอกจากนี้ยังมีโครงการประกวดโรงเรียนปลอดขยะ Zero Waste School เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 โดยสนับสนุนการสร้างเครือข่ายสถานศึกษา เพื่อให้มีการรวบรวมขยะส่งไปกำจัดอย่างถูกต้อง ปลูกฝังจิตสำนึกการลด คัดแยกขยะ และนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ผ่านระบบการเรียนรู้และกิจกรรมต่างๆ ภายใต้การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดวินัยในการจัดการขยะอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทางในชุมชนและสถานศึกษา นำมาซึ่งสังคมรีไซเคิล หรือสังคมปลอดขยะในที่สุด โดยปี 2560 มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 738 โรงเรียน ผ่านเข้ารอบที่ 1 จำนวน 34 โรงเรียน แบ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนระดับก่อนประถมศึกษา โรงเรียนระดับประถมศึกษา และกลุ่มโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา กลุ่มละ 17 โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้โรงเรียนปลอดขยะ Zero Waste School ที่เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงาน จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนบ้านนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนควนโดนวิทยา ม.1 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนวัดทุ่งคอก (สุวรรณสาธุกิจ) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตวัน อ.เมือง จ.แพร่


ส่วนความร่วมมือกับภาคเอกชน ได้ร่วมกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ 16 หน่วยงาน ทั่วประเทศ ได้ดำเนินโครงการรวมพลังสร้างวินัยลดใช้ถุงพลาสติก รณรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดใช้และลดขยะประเภทถุงพลาสติก ซึ่งได้เริ่มรณรงค์มาตั้งแต่เดือนส.ค. 2558 จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2560 สามารถลดถุงพลาสติกได้รวมกันมากถึง 244,545,853 ใบ และยังได้มีการขยายการรณรงค์ จากเดิมที่มีการงดให้บริการถุงพลาสติกทุกพุธและวันที่ 15 ของเดือน ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ของทุกสัปดาห์และในทุกวัน

"ทั้ง 3 โครงการข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเชื่อมความประสานภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างพลังประชารัฐ ที่เข้มแข็ง มีการร่วมแรงร่วมใจในการลด คัดแยก และนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ปลูกฝังจิตสำนึกผ่านระบบการเรียนรู้และกิจกรรมต่างๆ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เกิดวินัยในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่ายั่งยืน อันจะนำไปสู่ประเทศไทยไร้ขยะ และสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม" นายสากล กล่าว

อึ้ง! บริษัท 70% ในปักกิ่งเมิน ก.ม.ลดมลพิษ ทำปัญหาฝุ่นควันทรุด

กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมตรวจพบว่า บริษัทกว่า 70% ทั้งในกรุงปักกิ่งและพื้นที่โดยรอบ ไม่ทำตามกฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษ ในขณะที่ปัญหาฝุ่นควันยังคงคุกคามพื้นที่แถบนี้..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อม (เอ็มอีพี) ของประเทศจีนออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 11 มิ.ย. ว่าบริษัท 13,785 แห่งทั้งในกรุงปักกิ่งและเมืองโดยรอบ ละเมิดมาตรฐานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ท่ามกลางปัญญาฝุ่นควันที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาคนี้อย่างรุนแรง

การค้นพบนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ เอ็มอีพี ดำเนินการตรวจสอบบริษัทต่างๆ ใน 28 เมือง ในกรุงปักกิ่ง, เทศบาลนครเทียนจิน, มณฑลเหอเป่ย และพื้นที่ใกล้เคียงที่กำลังประสบปัญหาฝุ่นควันเป็นเวลา 2 เดือน โดยตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น 70.6% บริษัททั้งหมดที่ถูกตรวจสอบ

ทีมตรวจสอบพบว่า บริษัทเหล่านี้มีปัญหาต่างๆ เช่นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกำหนด และอุปกรณ์ควบคุมมลพิษไม่เพียงพอ โดย เอ็มอีพี ได้ออกคำสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบบริษัทเหล่านี้ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว


อนึ่ง รัฐบาลกลางของจีนกำลังถูกกดดันอย่างหนักให้มีมาตรการต่างๆ มากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันปกคลุมเมือง รวมทั้งการลดการพึ่งพาพลังงานถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ขณะที่การค้นพบล่าสุดนี้เป็นการยืนยันข้อสงสัยที่ว่า บริษัทหลายแห่งเพิกเฉยไม่ทำตามนโยบายลดมลพิษ และเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

by ThaiWebExpert