INN News

EUเห็นพ้องเพิ่มพลังงานทดแทนในปี2030

สหภาพยุโรป เห็นพ้องกันในการเพิ่มพลังงานทดแทน 27 % ภายในปี 2030 

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า สหภาพยุโรป และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตกลงเป้าหมายพลังงานทดแทนสำหรับ ปี 2030 ก่อนการเจรจาในปีหน้ากับรัฐสภายุโรป ซึ่งได้เรียกร้องให้มีแหล่งพลังงานทดแทนมากขึ้นหลังความต้องการมากกว่าพลังงานทดแทนที่มีอยู่ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กล่าวว่า พวกเขาจะมุ่งเป้าไปที่จะจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนอย่างน้อยให้ได้ 27 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030 และภายในปี 2020 ต้องเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 20 ในเดือนตุลาคมรัฐสภายุโรปเรียกร้องให้แหล่งพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 35 ซึ่งเป็นระดับที่กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและ บริษัท ด้านพลังงานได้เสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้ตกลงร่วมกันในเรื่องสัดส่วนของเชื้อเพลิงทดแทนที่จะใช้ในการขนส่ง ในขณะเดียวกันก็กำหนดหมวกเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นแรก ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าแข่งขันกันเพื่อทำการเกษตรด้วยอาหาร

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ตั้งเป้าหมายพลังงานทดแทนไว้ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่งทางถนนภายในปี 2030 โดยมีเงินโบนัสสำหรับการใช้ไฟฟ้าทดแทนในการขนส่งทางถนนและทางรถไฟ 

ทั้งนี้ เป้าหมายด้านพลังงานทดแทนของสหภาพยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอเพื่อให้สภาพภูมิอากาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าระดับ 1990 ภายในปี 2030 ตามข้อตกลงเพื่อ จำกัดภาวะโลกร้อนต่อไปไม่เกิน 2 องศา 

จีนจับมือยุโรปผลักดันการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก

จีนจับมือยุโรปเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศโลก ขณะสหรัฐฯที่เคยร่วมแถวหน้าลงนามเลิกสัญญาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน  จีนและสหภาพยุโรป  ต้องการร่วมเป็นผู้นำด้านสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และไม่สามารถคาดหวังได้ว่าสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลใหม่จะเป็นผู้นำด้วย  ตามที่นายมิเกล แอเรียส คาเนท คณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรป  กล่าวพร้อมระบุว่าเสียใจที่ สหรัฐฯจะปล่อยทิ้งนโยบายสภาพภูมิอากาศ  แต่ยังย้ำว่าจีนและยุโรป  จะยังคงขับเคลื่อนต่อสู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับภูมิอากาศโลกต่อไป 

ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ได้ลงนามข้อตกลง ยกเลิก ข้อบังคับด้านสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่สหรัฐฯทำไว้ในช่วงรัฐบาลของบารัก โอบามา  เพื่อที่ตัวเองจะได้รักษาสัญญาที่หาเสียงไว้สำหรับการส่งเสริมอุตสหกรรมชายฝั่ง และเรียกร้องให้ตั้งคำถามผู้สนับสนุนสหรัฐฯ สำหรับการจัดการต้อสู้ภาวะโลกร้อนระหว่างประเทศด้วย

เสวนาวิเคราะห์คำสั่งคสช.9/2559ปฏิรูประบบEIA


เครือข่ายภาคประชาสังคม จัดงานเสวนาเรื่อง วิเคราะห์คำสั่ง 9/2559 สู่การปฏิรูประบบ EIA ด้าน "ไพโรจน์" มองคำสั่งไม่รับผิดชอบต่อสังคม

องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จัดงานเสวนาเรื่อง วิเคราะห์คำสั่ง 9/2559 สู่การปฏิรูประบบ EIA ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เพื่อวิเคราะห์คำสั่งดังกล่าว ที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเนื้อหาสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยสามารถหาเอกชนมาดำเนินการล่วงหน้าได้ ไม่ต้องรอให้การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ ดำเนินการแบบคู่ขนานเพื่อลดระยะเวลาดำเนินโครงการให้เร็วขึ้น แต่จากที่มีโครงการเข้าร่วม พบว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน ดังนั้น จึงได้จัดการเสวนาขึ้นเพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

"ไพโรจน์" ชี้คำสั่ง คสช.9/2559 ไม่รับผิดชอบสังคม

บรรยากาศการจัดงานเสวนาเรื่อง วิเคราะห์คำสั่ง คสช. 9/2559 สู่การปฏิรูประบบ EIA ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ล่าสุดนายไพโรจน์ พลเพชร สมาคมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กล่าวว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวสื่อถึงการไม่รับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งคำสั่งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะโครงการขนส่งมวลชนใช้รางเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงด้านคมนาคม ชลประทาน การป้องกันสารธารณภัย โรงพยาบาล และด้านที่อยู่อาศัย

ดังนั้น จึงอยากทราบว่าการออกคำสั่งครั้งนี้นำไปสู่การปฏิรูปอะไร หรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนเท่านั้น ที่สำคัญคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นมาโดยไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้ และยังผูกพันธ์กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งหากเดินหน้าไปได้ มองว่ามีผลกระทบทันที โดยจะทำให้การดูแลทรัพยากรธรรมชาติมีความยากขึ้น และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตชุมชน

"ศรีสุวรรณ" ระบุคำสั่ง หน.คสช.9/2559 ไม่ถูกต้อง

บรรยากาศการจัดงานเสวนา เรื่อง วิเคราะห์คำสั่ง 9/2559 สู่การปฏิรูประบบ EIA ที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ล่าสุด นายศรีสุวรรณ ควรขจร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า การออกกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง โดยมองว่า การทำ EIA ชี้ให้เห็นคุณภาพชีวิตในแต่ละสังคม อยากให้มองในกรอบที่กว้างขึ้น อย่าให้มองเพียงเฉพาะปัญหาที่ประเทศไทย ดังนั้น เรื่อง EIA นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารประเทศต้องให้ความสำคัญ


ด้าน นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวให้ความสำคัญต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยลง ทั้งนี้ ก่อนการดำเนินการในแต่ละโครงการ ควรศึกษาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อน



สระบุรี สภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานมากสุด




คพ. แถลง สรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ปี 58 สระบุรี มีจำนวนวันที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานมากที่สุด


ายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงสรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ในปี 2558 โดยสถานการณ์คุณภาพอากาศ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศใน 29 จังหวัด จังหวัดสระบุรี เป็นจังหวัดที่มีจำนวนวันที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานมากที่สุด ซึ่งสารมลพิษที่เป็นปัญหาสำคัญคือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ก๊าซโอโซน และยังตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ทั้งนี้ สารมลพิษอื่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ พบว่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย มีปริมาณสูงกว่าค่ามาตรฐาน 4 จังหวัดจาก 6 จังหวัด โดยเฉลี่ยมีปริมาณลดลง เป็นผลจากการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง EURO 4 ยกเว้นพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียงจังหวัดระยอง แต่เบนซิน และ 1, 3-บิวทาไดอีน หลายสถานีมีแนวโน้มลดลงจากปี 2557 ส่วน 1, 2-ไดคลอโรอีเทน หลายสถานีที่อยู่ใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2559 จะเป็นปีที่มีความแห้งแล้งมาก หรือเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญต่อเนื่อง กรมควบคุมมลพิษ จึงได้เตรียมการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหามลพิษหมอกควันภาคเหนือ และปัญหามลพิษทางน้ำผิวดิน 

นอภ.หัวไทรเร่งหาต้นตอคราบน้ำมันเกยหาด

นอภ.หัวไทร สั่งจับตาคลื่นมรสุมลมเเรง ส่งผลคราบน้ำมันล้นริมหาด พร้อมหาสาเหตุ-สำรวจความเสียหาย


นายสิทธิชัย เผ่าพันธุ์ นายอำเภอหัวไทร เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึง กรณี พบคราบน้ำมันจำนวนมากกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่งหาดหมู่ 9 ตำบลเกาะเพชร จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า เนื่องจากช่วงนี้มีมรสุมลมเเรง น้ำทะเลหนุนสูง จึงส่งผลให้คลื่นพัดเข้าฝั่ง ทั้งนี้ต้องรอให้คลื่นลมสงบลงก่อน  โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงสามารถเข้าไปทำความสะอาด บริเวณชายหาดดังกล่าวได้  ซึ่งระหว่างนี้ตนเองก็ได้ให้ชาวบ้านเฝ้าระวังคลื่นลมเเรงด้วย


อย่างไรก็ตาม ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าไปเก็บตัวอย่างของคราบน้ำมันไปตรวจพิสูจน์ เพื่อหาต้นตอของคราบน้ำมันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ทั้งนี้หลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น พบซากโลมาตาย จำนวน 2 ตัว 

คราบน้ำมันยังคงทยอยเข้าชายหาดหลังสวน


เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบคราบน้ำมันยังคงทยอยเข้าชายฝั่งต่อเนื่อง กระทบ ปชช. จำนวนมาก

ที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จากกรณีมีคราบน้ำมันลอยมาติดชายหาดในพื้นที่ จังหวัดชุมพร มีความยาวหลายสิบกิโลเมตร สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนอย่างหนัก วันนี้หน่วยงานจากตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมประมง หน่วยงานทหารเรือ หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระดมกำลังลงไปในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสาเหตุ และวิธีการแก้ไข ซึ่งพบว่า ยังคงมีคราบน้ำมันทยอยเข้ามายังชายหาดตลอดเวลา ในขณะที่ชาวประมงชายฝั่งไม่สามารถออกทำการประมงได้ ส่งผลให้ขาดรายได้อย่างหนักหนัก

กรมชลฯเน้นบริหารจัดการน้ำให้เสียหายน้อยสุด


"กรมชลประทาน" เน้น การบริหารจัดการให้ทุกปัญหาเกิดความเสียหายน้อยที่สุด ยัน มีน้ำใช้เพียงพออุปโภคบริโภค 

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบนโยบายในการประชุมชี้แจง การเสนอแผนงานตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการภัยแล้ง ให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า จากยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำที่ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7  ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดทำโรดโชว์ เรื่อง น้ำทั่วประเทศ 


ทั้งนี้ กรมชลประทานยึดมั่นการทำงานในสิ่งที่มี โดยเน้น การบริหารจัดการให้ทุกปัญหาเกิดความเสียหายน้อยที่สุด รวมถึงวิกฤติแล้งในปัจจุบันที่จะช่วยดำเนินการให้มีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคจนกว่าจะมีน้ำเข้ามาเติมอีกครั้ง และย้ำสถานะชัดเจนว่า ในมุมมองของรัฐบาล กรมชลประทานเป็นหน่วยงานสำคัญในการบริหารจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำ และมั่นใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกรมชลประทาน โดยหลังจากนี้ มองเป้าหมายในอีก 10 ปี ข้างหน้า ว่าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน จำนวน 8.7 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม การพยากรณ์จากสำนักต่าง ๆ ได้ทำนายว่า ฝนจะขาดช่วงไปอีกระยะหนึ่ง จึงให้เจ้าหน้าที่ตัวแทนภาคต่าง ๆ ช่วยชี้แจงกับประชาชน สำหรับปริมาณน้ำเขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาเพิ่มเติม


สำหรับปริมาณน้ำที่ระบายในลุ่มเจ้าพระยาปัจจุบันยังอยู่ในแผนเดิมคือ ระบายน้ำในปริมาณ 19 ล้าน ลบ.ม./วัน เป็นน้ำเพื่อไล่น้ำเค็ม 13 ล้าน ลบ.ม./วัน และน้ำเพื่อการเกษตร 6 ล้าน ลบ.ม./วัน 

ปราจีนบุรี โรงงานปล่อยน้ำเสียลงคลอง


จ.ปราจีนบุรีโรงงานต้นน้ำปล่อยน้ำเสียลงคลอง ส่งผลกระทบชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัว

นายไพรวงศ์ คำดำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านคลองประดู่ หมู่ 5 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน สภาพน้ำในคลองประดู่ ช่วงบ้านวังคอแลน ที่บริเวณฝายทดน้ำ มีสภาพเน่าเสียสีดำ-กลิ่นเหม็นจนปลาหลายชนิดลอยขึ้นมาตาย ชาวบ้านจับไปทำปลาร้า เนื่องจากขาดออกซิเจน และที่ผิวน้ำยังเป็นฝ้าคล้ายเกิดจากสารบางชนิดแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสารชนิดใด โดยน้ำคลองหน้าและหลังฝายนอกจากสีดำแล้วมีสภาพเป็นฟอง ปลาที่อาศัยอยู่ในคลองเริ่มกระเสือกกระสนหาอากาศหายใจ

สำหรับน้ำในคลองจะไหลลงไปบรรจบกับคลองชะลองแวงไหลลงแม่น้ำระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร มีบ้านเรือนราษฎรที่ต้องอาศัยน้ำจากคลองนี้หลายร้อยครอบครัว ซึ่งน้ำเริ่มเน่าเสียมาตั้งแต่ในวันที่ 27 มิ.ย. 58 หลังฝนตกต่อเนื่องคาดว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมแอบปล่อยน้ำเสีย 

กรมคุมมลพิษเผยคืบกำจัดขยะพิษ6จว.กำจัดแล้ว8ล.ตัน

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เผยคืบหน้าโรดแมปกำจัดขยะอันตราย ใน 6 จว.กำจัดไปแล้ว 8.2 ล้านตัน จาก 11 ล้านตัน

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโรดแมปการจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย ว่า การจัดการขยะมูลฝอยตกค้างสะสม (ขยะเก่า) ในพื้นที่ 6 จังหวัดวิกฤต คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่มีปริมาณขยะรวมร้อยละ 35 ของปริมาณขยะเก่าทั้งหมดของประเทศ สามารถกำจัดขยะได้แล้วกว่า 8.2 ล้านตัน จากทั้งหมด 11 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 75

ส่วน 4 พื้นที่ที่มีขยะมูลฝอยตกค้างในสถานที่กำจัดขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คือ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สระบุรี ลพบุรี จำนวน 907,000 ตัน สามารถกำจัดได้แล้ว 176,858 ตัน และอีก 2 พื้นที่ คือ ปทุมธานี สมุทรปราการ พื้นที่บ่อขยะมูลฝอยของเอกชน จำนวน 11 ล้านตัน สามารถกำจัดได้แล้ว 8.1 ล้านตัน

ขณะที่ การจัดการเก็บขยะเก่าส่วนที่เหลือใน 71 จังหวัด ได้ดำเนินการสำรวจปริมาณขยะ และมีแนวทางกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบชั่วคราว โดยใช้ดินฝังกลบขยะภายในพื้นที่และปรับพื้นที่เพื่อรองรับขยะใหม่ หรือขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ หรือร่วมกับเอกชนรื้อก่อนนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงแข็งโดยผ่านการแปรสภาพ (RDF : Refuse Derived Fuel) โดยเตรียมของบประมาณ ปี 2559 นำมาสนับสนุนการกำจัดขยะในประเทศ

ลำปาง ฝุ่นเกินค่ามาตราฐานสูงสุดของประเทศ


จังหวัดลำปางฝุ่นฟุ้ง ค่าเกินมาเป็นวันที่สาม วันนี้สูงสุดของประเทศ ขณะอุณหภูมิทะลุกว่า 33 องศาเซลเซียส

นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ได้รายงานสภาพอากาศของ จ.ลำปาง วันนี้ ว่า พื้นที่ จ.ลำปาง ยังคงมีอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งเป็นความหนาวเย็นต่อเนื่อง จากช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ยาวมาจนถึงเดือนนี้ จากทุกปีที่ผ่านมา ที่ในเดือนนี้มักจะเกิดความร้อนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว แต่ในปีนี้ สภาพอากาศในช่วงกลางวันนั้น ในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังคงร้อนอุณหภูมิทะลุกว่า 33 องศาเซลเซียส จากการเริ่มขยับเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว

ด้านสถานการณ์หมอกควันไฟ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ จ.ลำปาง ทางกรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ลำปาง และ จ.แพร่ เป็นจังหวัดที่น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติ ของกรมควบคุมมลพิษ เช้าวันนี้พบว่า ตัวเมืองลำปาง ค่าเฉลี่ยได้พุ่งสูงต่อเนื่อง จากเมื่อวานนี้ ที่สูงสุดอยู่ที่ 128 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่เช้าวันนี้ พุ่งทะลุ 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเกินค่ามาตรฐาน และเป็นค่าสูงสุดในประเทศไทย จากสถานการณ์หมอกควันไฟ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งค่าเฉลี่ยที่วัดได้ในพื้นที่ จ.ลำปาง วันนี้ ถือว่าเป็นค่าสูงสุดของรอบปีนี้

by ThaiWebExpert