หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

กรุงเทพฯแชมป์มลพิษน้อย เปรียบเทียบ 28 เมืองใหญ่ทั่วโลก-“ปักกิ่ง, ดูไบ” ขั้นอันตราย


กรุงเทพฯคว้าแชมป์เมืองใหญ่มลพิษทางอากาศน้อยที่สุด จาก 28 เมืองทั่วโลก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขาฯผู้ว่าฯ กทม.และรองโฆษกประจำ กทม. เปิดเผยผลการวิจัยจาก Airport Parking and Hotels (APH) ว่า กทม.เป็นเมืองที่มีมลพิษทางอากาศน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบจาก 28 เมืองใหญ่ที่สำรวจ โดยงานวิจัยชิ้นนี้วัดจากดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Index:AQI) และอุณหภูมิอากาศช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะตรวจวัดเฉพาะมลพิษในอากาศที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พบว่า กทม.มีค่า AQI 18 ซึ่งมีค่าต่ำสุดจาก 28 เมืองที่สำรวจ รองลงมาคือวอชิงตัน ดี.ซี. พบค่า AQI 24 ซานฟรานซิสโก และมาดริด มีค่า AQI 25 ส่วนเมืองที่มีค่า AQI สูงสุด 328 คือปักกิ่ง ซึ่งจัดอยู่ในหมวดอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยว และเมืองดูไบ วัดค่า AQI ได้ 222 โดยถูกจัดในหมวดไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ นอกจากนี้ World Airport Quality Index ได้แนะนำนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองต่างๆให้หลีกเลี่ยงการไปเยือนเมืองที่มีค่า AQI เกินกว่า 151

นางเบญทรายกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการรณรงค์เพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กรุงเทพฯ และแสดงถึงแนวทางในการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครดำเนินมาอย่างถูกทาง ซึ่งไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องไม่มองข้ามการเพิ่มพื้นที่ สีเขียวในจุดเล็กๆ เช่น สวนแนวตั้ง เกาะกลางถนน หรือพื้นที่รกร้าง ซึ่งมีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เช่นกัน อีกทั้งแผนงานในการลดมลพิษและฝุ่นละออง พร้อมกันนี้ กทม.ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองให้เกิดเป็นรูปธรรมและน่าอยู่ต่อไป.

รง.ปาล์มยันได้มาตรฐานไร้มลพิษ

จากกรณีชาวบ้าน ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยื่นหนังสือคัดค้านการก่อตั้งโรงงานบริษัทนิรมิตอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ในท้องที่หมู่ 1 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย ขนาดกำลังการผลิต 60 ตันต่อวัน บนเนื้อที่ 200 ไร่ โดยนายบุญมี ล้อกิตติกุล แกนนำต่อต้าน และเจ้าของน้ำตกเขาไชยราชที่อยู่ติดกับที่ดินโรงงานเกรงว่าอาจเกิดปัญหามลภาวะเป็นพิษนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายสุขสันต์ เอี่ยมโสภณ หัวหน้าฝ่ายโรงงานรักษาราชการแทนอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานมีอยู่ 2 ขั้นตอน คือ 1.ประกาศการก่อสร้างว่ามีผู้คัดค้านหรือไม่ และจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยอุตสาหกรรมจังหวัด และ 2.ขณะนี้ยังไม่ผ่านขั้นตอนที่ 1 จากเดิม สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด กำหนดเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 15 ธ.ค. ที่อำเภอบางสะพานน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบจากบันทึกการประชุมเวทีประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์ม

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2558 ที่ อบต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชนพหล ส่งเสริม นายอำเภอบางสะพานน้อย นายประทีป ทั่งศรี นายก อบต.ไชยราช นายพงษ์ชรัช นิรมิตศรีชัย ผู้แทนบริษัทนิรมิตอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด นายสายัณห์ ชัยหา ผู้แทนภาคประชาชนและนายณฐพล ภูมิรินทร์ ปลัด อบต.ไชยราชเข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้พูดถึงเรื่องมลพิษและเชื่อว่าทางโรงงานควบคุมได้ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย เนื่องจากโรงงานใช้น้ำเสียมารีไซเคิลใหม่ให้เป็นน้ำดีจนถึงขั้นดื่มกินได้ ขณะที่นักวิชาการเกษตรยืนยันว่าการสร้างโรงงานไม่ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรปาล์ม ยางและทุเรียนแต่อย่างใด

ด้านนายพงษ์ชรัช นิรมิตศรีชัย ผู้แทนบริษัทนิรมิตอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้จะเป็นตัวอย่างของภาคใต้ เป็นโรงงานสีเขียวสวยงามอยู่กับประชาชนได้ จะไม่มีน้ำเสียไหลออกจากโรงงานแม้เพียงหยดเดียวและพร้อมรับฟังเสียงของประชาชน โดยเป็นโรงงานแบบเดียวกับที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช นายกิตติศักดิ์ ทองแผ่น ผจก.โรงงานปาล์มน้ำมันบริษัทนิรมิตอุตสาหกรรมฯ เปิดเผยว่า ทางโรงงานมีมาตรฐานการควบคุมสูง มีบ่อกักเก็บน้ำขนาด 43 ไร่ มีปริมาณน้ำมากกว่า 500,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากพอสำหรับการใช้ในกระบวนการผลิต ในขณะที่กำลังการผลิตในฤดูหีบปาล์มใช้น้ำวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร ส่วนฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลผลิตปาล์มออกมาน้อย บางครั้งแทบไม่มีการใช้น้ำในโรงงานเนื่องจากหยุดการผลิต นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการตรวจสอบสภาพแวดล้อม มีการติดตั้งเครื่องตรวจสภาพอากาศทุก 24 ชั่วโมง มีบ่อบำบัดน้ำเสีย 7 บ่อ

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญอุทกธรณีวิทยา ให้ความเห็นเรื่องน้ำที่จะส่งผลกระทบต่อสวนทุเรียนและสวนน้ำใกล้เคียงหรือไม่นั้น ในส่วนของน้ำผิวดิน ทิศทางการไหลของน้ำไม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน จึงไม่มีการแย่งน้ำกัน ทางโรงงานมีการใช้น้ำเพียง 13% ของแหล่งน้ำตลอดปี หรือ 6% ในช่วงฤดูแล้ง ส่วนน้ำบาดาลและน้ำใต้ดินพบว่ามีทิศทางการไหลเช่นเดียวกับน้ำผิวดิน สวนทุเรียน สวนน้ำและโรงงานไม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน จึงไม่มีการแย่งน้ำกัน การสูบน้ำของโรงงานระดับความสูง 80 เมตรมากักไว้ จะสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ระดับล่างและที่ต่ำลงมาด้วย.

ลดถุงพลาสติกปลอด "มะเร็ง"

น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ทส.ร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต 16 บริษัททั่วประเทศ ดำเนิน “โครงการงดใช้ถุงพลาสติกในวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน” ปรากฏว่า ผ่านมา 3 ครั้ง คือ วันที่ 15 ส.ค. 15 ก.ย. และ 30 ก.ย. ได้ผลน่าพอใจ ดังนั้น จึงอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เตรียมถุงผ้า กระเป๋า ปิ่นโต สำหรับใส่สินค้า อาหาร แทนการขอรับถุงพลาสติกในวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน หรือทุกๆวันก็ได้ เพราะการปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อเพียงคนละ 1 ใบต่อวัน ก็จะทำให้ประเทศไทยลดขยะจากถุงพลาสติกได้ราว 70 ล้านใบต่อวัน การลดปริมาณถุงพลาสติก มีความสำคัญ เพราะสามารถป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อนในพลาสติกและทำได้ไม่ยาก เช่น นำตะกร้าไปจ่ายตลาด นำกล่องไปใส่เนื้อหมูแทนให้แม่ค้าใส่ถุงพลาสติกกลับมาบ้าน หรือแม้กระทั่งการนำกล่องใส่อาหารมารับประทาน แทนการไปซื้อใส่ถุงพลาสติกกลับมากิน เป็นต้น. 

ผู้นำอิเหนาขอเวลา 3 ปี หยุดถาวรควันไฟไหม้ป่า


(ภาพ: REUTERS)

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์พิเศษผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุขอเวลาอินโดนีเซียราว 3 ปี แก้ปัญหาควันไฟไหม้ป่าจากอินโดนีเซียลอยรบกวนชาติเพื่อนบ้านแทบทุกปี แม้ว่าชาวอินโดนีเซียเองก็ได้รับผลกระทบจากควันไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นบนเกาะสุมาตรา กาลิมันตัน และพื้นที่จังหวัดรริอู จนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดรริอูไปเมื่อช่วงต้นปี

ผู้นำอินโดนีเซียระบุการแก้ปัญหาควันไฟป่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา ขณะที่อินโดนีเซียได้พยายามแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่ อีกทั้งกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผาแผ้วถางป่าในอินโดนีเซียเพื่อเพาะปลูกปาล์มน้ำมันก็มีบริษัทต่างชาติรวมอยู่ด้วย เพราะการปลูกผลิตปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียมีต้นทุนถูกกว่า อินโดนีเซียได้พยายามแก้ปัญหาตลอดมา รวมถึงระดมกำลังทหารมากกว่า 3,700 นาย ตำรวจเกือบ 8,000 นาย ใช้เครื่องบินทิ้งน้ำอีก 4 ลำ เร่งแก้ปัญหาดับ ไฟไหม้ป่าอย่างต่อเนื่อง. 

ทึ่งลดถุงในห้างวันเดียวได้ 1.8 ล้านใบ


พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจาก ทส.ร่วมกับกลุ่มบริษัทเอกชนทั้ง 15 แห่งดำเนินโครงการงดใช้ถุงพลาสติกในวันที่ 15 ของทุกเดือน ซึ่งเริ่มดีเดย์เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า เพียงวันที่ 15 ส.ค.วันเดียว บริษัทแต่ละแห่งสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้รวมกันถึง 1,785,744 ใบ ประกอบด้วย บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ลดได้ 36,000 ใบ บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เกต จำกัด ลดได้ 50,000 ใบ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ลดได้ 220,000 ใบ บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) ลดได้ 1,000,000 ใบ บริษัท เซ็นทรัล จำกัด ลดได้ 10,000 ใบ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ลดได้ 7,160 ใบ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ลดได้ 1,200 ใบ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ลดได้ 100,000 ใบ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ลดได้ 300 ใบ และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) ลดได้ 11,084 ใบ อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงผลสรุปในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะยังมีผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าอีกหลายราย กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมและสรุปข้อมูลจากสาขาที่มีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ

รมว.ทส.กล่าวต่อว่า จากผลที่ออกมาชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จ ดังนั้น จึงได้มอบให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมรณรงค์งดการใช้ถุงพลาสติกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พร้อมกับของดใช้ถุงพลาสติกในวันที่ 30 ของทุกเดือนเพิ่มอีก 1 วันด้วย

ด้าน น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หากสามารถขยายผลโดยเพิ่มวันรณรงค์ได้ เพราะการดำเนินการเพียงแค่ 1 คน ต่อ 1 วัน แล้วสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 70 ล้านใบ หากเพิ่มวันเข้าไปได้จะสามารถลดถุงพลาสติกซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาขยะล้นเมืองได้อีกมาก. 

ดัน 1 จังหวัด 1 อปท.ขยะ


นายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) และ น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) แถลงความคืบหน้าการจัดการปัญหาขยะ โดยนายไมตรีกล่าวว่า มท.ร่วมกับ สส.จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการขยะที่มีมาตรฐาน “1 จังหวัด 1 อปท.ต้นแบบ” เพื่อเป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางไปสู่ภาคส่วนต่างๆในท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำให้ อปท.ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นแบบพยายามจับคู่ขยายผลศูนย์เรียนรู้ของตัวเองไปยัง อปท.ที่อยู่ข้างเคียงในพื้นที่ให้ได้อย่างน้อยจังหวัดละ 10 แห่ง และควรดึงชุมชนในพื้นที่ เช่น วัด โรงเรียน มาร่วมกับศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งไปพร้อมๆกัน. 

กทม.จัดทำแผนแม่บทสภาพอากาศ เผยกรุงเทพฯอ่วมควันพิษน้ำเสียล้น

     

     เมื่อวันที่ 21 ก.ค.58 ที่หอศิลปฯ แยกปทุมวัน นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหลังเป็นประธานเปิดตัวโครงการแผนแม่บทกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2556-2566 ว่า แผนแม่บทดังกล่าวได้ศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2558 ประกอบด้วยแผนรับมือภาพการเปลี่ยนแปลงของอากาศใน 5 ด้าน คือ
1.ด้านการขนส่ง
2.ด้านพลังงาน
3.ด้านขยะและการบำบัดน้ำเสีย
4.ด้านการวางผังเมืองสีเขียว
5.ด้านแนวทางการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

     ทั้งนี้ปัจจุบันกรุงเทพฯมีรถยนต์กว่า 8.5 ล้านคัน มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 42 ล้านตันต่อปี มีน้ำเสีย 4 ล้าน ลบ.ม/วัน แต่ กทม.สามารถนำน้ำเสียที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดได้เพียง 20% ส่งผลต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งในปี 2558 ที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่ามีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 30 ปี. 

หวั่น!ขยะเข้า ครม.สัญจรเป็นแค่หัวข้อแต่ทำจริงไม่ได้


หลังจากที่ “ไทยรัฐ” ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องถึงปัญหาความเดือดร้อนและแนวทางแก้ไขปัญหาขยะเชียงใหม่ เป็นหัวข้อหนึ่งที่ทางจังหวัดเชียงใหม่จะนำเสนอในการประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่ในวันที่ 30 มิ.ย.ที่ศูนย์ประชุมและแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยการเสนอปัญหาขยะของเชียงใหม่ ในการแก้ไขให้เกิดเป็นรูปธรรมในการสร้างโรงกำจัดขยะครบวงจร แต่ก็ยังไม่สามารถกำหนดจุดที่จะสร้างได้ เมื่อผ่านพ้นการประชุมไปก็จะกลับไปสู่ปัญหาเดิมอีก เพราะขยะถือเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มที่บริหารงานอย่างไม่โปร่งใสตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. นายเฉลิม สารแปง นายกเทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะเชียงใหม่ ได้ออกแสดงความคิดเห็นผ่านไปถึงรัฐบาลที่มาประชุม ครม.ที่เชียงใหม่ว่า ขยะเชียงใหม่มีปัญหามาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งมีการพยายามแก้ไขมาตลอด มีการสร้างโรงงานขยะที่โซนเหนือ อ.ฝาง โซนกลางที่ อ.ดอยสะเก็ดโซนใต้ ไม่ได้ทำเพราะมีปัญหาเรื่องการชุมนุมต่อต้านของชาวบ้าน ตอนนี้ที่ อ.ฝาง มีปัญหาถูกปิด และที่ดอยสะเก็ดก็มีปัญหา ในโซนกลางถูกชาวบ้านปิดอีก ตนเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ถูกจุด การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดจริงๆแล้วปัญหาขยะเกิดขึ้นที่ไหน ก็น่าจะให้ทางเทศบาลหรือ อบต.ในพื้นที่แก้ปัญหาเอง โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องจัดสรรเงินให้เทศบาลหรือ อบจ.ไปทำที่เดียวแล้วเอาขยะไป โดยใช้งบจำนวนมากในแต่ละแห่ง แต่แนวทางแก้ปัญหาง่ายๆน่าจะจัดงบประมาณให้แก้ปัญหาเทศบาลหรือ อบต.ละ 2-3 ล้านบาทเพื่อนำงบประมาณไปทำเตาเผาขยะ หรือทำขยะแบบครบวงจร โดยให้แต่ละที่ทำกันเอง ชาวบ้านมีส่วนร่วมดังนั้นกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นตรงนี้จะไปโทษใครไม่ได้เพราะเป็นกลิ่นขยะของตัวเอง ขณะที่มหาวิทยาลัยวิจัยเห็นว่าควรจะทำอย่างไรที่จะเหมาะสมในพื้นที่น่าจะทำเช่นนี้ดีกว่าจะเสนอสร้างโรงงานเป็นพันๆล้าน และเกิดม็อบต่อต้านขึ้นมา เพราะใครก็ไม่อยากจะให้ขยะที่อื่นเข้ามาในพื้นที่ตัวเอง จึงเชื่อว่าขยะในชุมชนตัวเอง ทางเทศบาลแต่ละแห่งสามารถทำตรงนี้ได้

“การที่จะใช้บ่อดินยักษ์ฝังกลบนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะในอนาคตมันก็จะเกิดน้ำเสียและเกิดอะไรขึ้นอีกมากในอนาคตใครจะรับผิดชอบ เหมือนกับที่เกิดหลายแห่งในเชียงใหม่ ตนจึงเห็นว่าขยะใครขยะมันต้องรับผิดชอบกันเอง และหากจะใช้งบประมาณแต่ละแห่งก็ไม่มาก ดีกว่าจะใช้สร้างด้วยงบประมาณนับพันล้านแต่ถูกต่อต้าน ดังนั้นเตาเผาขยะไร้มลพิษที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนำมาใช้ และได้ผลก็น่าจะมีการนำเสนอเป็นแบบอย่างที่ควรจะนำไปทำในท้องที่แต่ละท้องที่ เพราะต้นทุนไม่สูงมาก ติดตั้งเพียง 2-3 ล้านบาท จึงฝากรัฐบาลน่าจะแนวทางตรงนี้บ้านใครบ้านมันให้แก้เหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่าขยะบ้านใครก็ให้แก้ปัญหากันเอง ดังนั้น รัฐน่าจะจัดสรรงบประมาณตัวนี้มาให้ทางเทศบาลและ อบต.ในการจัดการกับขยะในท้องถิ่นตัวเอง โดยทำประชาพิจารณ์ในเขตตำบลหมู่บ้านของตัวเอง ตนเชื่อว่าเมื่อแก้ไขปัญหาบ้านใครบ้านมัน ไม่มีใครต่อต้านแน่ แต่ปัญหาการต่อต้านที่เห็นอยู่เอาขยะจากบ้านอื่น เทศบาลอื่น อำเภออื่นมาทิ้งที่ตำบลเขา หมู่บ้านเขา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี จนมีการต่อต้านให้เห็นตลอด” นายเฉลิมกล่าว ในที่สุด ซึ่งความคืบหน้าจะรายงานต่อไป. 

ลดใช้ถุงพลาสติก รักโลกลดโลกร้อน

ย้อนหลังไปเมื่อ 43 ปีที่แล้ว...ใน ปี 2515 องค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) จัดให้มีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

มีผู้เข้าร่วมประชุม 1,200 คน จาก 113 ประเทศทั่วโลก และผู้สังเกตการณ์มากกว่า 1,500 คน เพื่อจัดทำร่างข้อเสนอต่างๆ รวมทั้งแผนดำเนินการและปฏิญญาว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของมนุษย์

ผลจากการประชุมในครั้งนั้น ทำให้ประเทศต่างๆทั่วโลกหันมาร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ต่อมาองค์การสหประชาชาติได้จัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP) ขึ้น และรัฐบาลจากนานาประเทศได้รับข้อตกลงจากการประชุม... ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน

นอกจากนี้ยังได้นำผลจากการประชุมดังกล่าวมาจัดทำเป็นรายงานเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมโลกเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต...วิถีการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือจากนานาชาติทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี...เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก”

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า วันสิ่งแวดล้อมโลกทุกๆปี...ถือเป็นวาระที่ประชาชนทั่วโลกจะได้ร่วมแสดงพลัง แสดงออกถึงเจตนารมณ์ที่จะช่วยปกป้องรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่

สำหรับปีนี้...โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดการรณรงค์ให้เป็นทิศทางเดียวกันทั่วโลก คือ... “7 Billion Dreams, One Planet, Consumer with Care : 7 พันล้านฝัน 7 พันล้านใจ คิดห่วงใยในผืนโลก” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นการลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐในการนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อความยั่งยืน

นับรวมไปถึงนโยบายในการพัฒนาประเทศที่เน้นการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Growth) อันจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ยกระดับความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยทางธรรมชาติ ควบคุม...ลดมลพิษ พัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ...สิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ปรับตัวให้สอดคล้องกับการค้าภายใต้เงื่อนไข “สิ่งแวดล้อม” และ “วิกฤติภาวะโลกร้อน”

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปี 2558 ในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2558 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พุ่งเป้าส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมในประเด็นที่สอดคล้อง

กิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การจัดมหกรรม “สร้างวินัยในโรงเรียน สู่การจัดการขยะอย่างยั่งยืน”, นิทรรศการเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก, นิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน

อีกประเด็นเล็กๆแต่เป็นเรื่องใหญ่ พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การงดใช้ถุงพลาสติก ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและภาคีความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชนโดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อยกระดับการรณรงค์และสร้างความเคยชิน

พลเอกดาว์พงษ์ บอกว่า ตั้งแต่ปี 52 กระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซุปเปอร์สโตร์ ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ ภายใต้โครงการ “45 วันรวมพลังลดถุงพลาสติก ลด โลกร้อน”

น่าสนใจว่าโครงการนี้สามารถสร้างความตื่นตัวในการลดใช้ถุงพลาสติกได้ระดับหนึ่ง ประกอบกับรัฐบาลผลักดันให้การจัดการขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ ก็ยิ่งเกิดกระแสตอบรับมากขึ้นอย่างมาก

“เราได้จัดทำแผนที่นำทาง...การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน...หนุนเสริมการดำเนินงานซึ่งกันและกัน โรดแม็ปที่ว่านี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ปีที่แล้ว ประกอบด้วย 4 กิจกรรมสำคัญ”

หนึ่ง...เร่งจัดการขยะมูลฝอยสะสมในสถานที่กำจัดขยะพื้นที่วิกฤติ สอง...ให้มีรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อจัดการกับขยะที่เข้ามาใหม่ โดยเน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และแปรรูปพลังงานจากขยะ สาม...จัดระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และสี่...การสร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน

“ไม่ว่า...ในเมืองใหญ่หรือชุมชนในชนบท ถุงพลาสติกก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเพราะอำนวยความสะดวกสบายให้มนุษย์ เมื่อต้องไปจับจ่ายสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าชุมชน รวมทั้งใช้ใส่อาหาร เครื่องดื่ม...” ผลทำให้ประเทศไทยมีขยะถุงพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 73,036 ล้านใบต่อปี หรือประมาณ 5 ล้าน 6 แสนตันต่อปี หรือร้อยละ 21 ของขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด ข้อมูลปี 2556 พบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยอยู่ที่ 26.77 ล้านตัน...ข้อเสียสำคัญ ถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี

ถุงพลาสติกและโฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานสั้น ส่วนใหญ่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง ด้วยรูปแบบในการบริโภคที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก เป็นเหตุให้มีขยะจากถุงพลาสติกและโฟมมากขึ้นทุกวัน...ขยะถุงพลาสติกเหล่านี้จะถูกนำไปฝังกลบรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป แต่ใช้พื้นที่ฝังกลบมากกว่า และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้กองขยะแล้วดับได้ยาก เพราะขยะถุงพลาสติกติดไฟได้ดี

หรือหากนำไปเผาทำลายก็จะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก มีการคำนวณว่าในกระบวนการผลิตถุงพลาสติก 1 ใบ...จะปล่อยคาร์บอนประมาณ 0.2 กิโลกรัม ถ้าใน 1 วันใช้ถุงพลาสติก 5 ใบแล้วทิ้งเป็นขยะ ก็เท่ากับปล่อยคาร์บอนจากการใช้ถุงพลาสติก 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือ 365 กิโลกรัมต่อปี

อีกทั้งการเผาขยะถุงพลาสติกจะปลดปล่อยสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศและทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและยังทำให้เกิดสารไดออกซิน ซึ่งเป็น...สารก่อมะเร็ง

ถุงพลาสติกหากทิ้งในทะเลส่งผลให้มีสัตว์ทะเลตายได้ เมื่อกินเข้าไปในกระเพาะอาหาร ถุงพลาสติกไม่สามารถย่อยได้...หากทิ้งในสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยาน ก็ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่า ถ้ากินพวกถุงพลาสติกจะเข้าไปติดหลอดลมทำให้หายใจลำบาก น้ำลายยืด กินอาหารอื่นไม่ได้ ปวดท้องอย่างรุนแรง

“ถุงพลาสติก”...ยังร้ายลึกเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม โดยเข้าไปอุดตันในท่อระบายน้ำ

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝากทิ้งท้ายว่า

“เราต้องใช้กระแสสังคมกดดัน รณรงค์ปลุกจิตสำนึกต่อผู้บริโภค ...ต่อประชาชนให้เกิดความตระหนักถึงปัญหา...ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกในทุกๆโอกาสที่เป็นไปได้...การนำมาใช้ซ้ำ...การนำมาแปรรูปใช้ใหม่ หากเรารู้จักใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด ปัญหาขยะถุงพลาสติกก็จะบรรเทาลงได้”. 

ตามรอย "เจ้าฟ้านักอนุรักษ์" ทส.ลั่น 30 เม.ย.เปิดฉากร่วมคุ้มครองโลกสางวิกฤติสิ่งแวดล้อม

ผู้เขียน: 
ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม


หากเปรียบเทียบโลกเป็นคนป่วย ก็ต้องนับว่ามีอาการโคม่าใกล้จะถึงขั้นตรีทูต

และยิ่งนับวันวิกฤติสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งทวีความเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปัญหาขยะ ปัญหามลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ปัญหาสารพิษตกค้างในอาหารและ สิ่งแวดล้อม ปัญหาการทำลายป่า บุกรุกป่าสงวน ป่า อนุรักษ์ ปัญหาความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรชายฝั่งและทะเล และปัญหาการเสื่อมโทรมของดิน ฯลฯ

นี่คือสภาพความเป็นจริงที่รายล้อมตัวเราซึ่งทุกคนในสังคมไทยและสังคมโลกต่างรับรู้อยู่แก่ใจ

ในปีนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงใช้ฤกษ์ดี วันที่ 30 เม.ย. เป็นวัน “ดีเดย์” เพื่อสางวิกฤติสิ่งแวดล้อม ที่หมักหมมและฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน ด้วยการจัดงาน “รักษ์โลก รักษ์ไทย ในหัวใจสีเขียว” เพื่อร่วมกับนานาชาติรณรงค์เนื่องในวันคุ้มครองโลก ให้สังคมเกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยถือเป็นปฏิบัติการต่อเนื่องจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2513 ให้ “วันที่ 22 เม.ย.ของทุกปี” เป็น “วันคุ้มครองโลก (Earth Day)”

“ปีนี้กระทรวงมีการจัดงานเป็นพิเศษกว่าทุกปี เนื่องในโอกาสสำคัญ คือ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี “เจ้าฟ้านักอนุรักษ์” ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย โดยเฉพาะการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่าทรัพยากรป่าไม้และแหล่งน้ำ ทั้งยังทรงสืบทอดพระราชภารกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาฐานทรัพยากรของประเทศที่นำไปสู่หลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเป็นกุญแจนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งรับผิดชอบการจัดงาน “รักษ์โลก รักษ์ไทย ในหัวใจสีเขียว” กล่าวถึงความพิเศษของงานในปีนี้

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังระบุในตอนหนึ่งด้วยว่า ในส่วนของรัฐบาลเอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีบัญชาให้กระทรวงทรัพยากรฯ เร่งแก้วิกฤติสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ไม่เฉพาะการเอาจริงเอาจังกับการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หรือบุกรุกป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศที่รัฐบาลประกาศใช้ มาตรา 44 แต่ปัญหาอื่นๆ ก็ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะปัญหาขยะมูลฝอย ที่ล่าสุดสำรวจพบว่า ในปี 2558 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยตกค้างสะสมทั่วประเทศ 30.8 ล้านตัน ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศมีประมาณ 26.2 ล้านตัน และมีปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชนทั่วประเทศ 0.5 ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีขยะติดเชื้อเกิดขึ้นทั่วประเทศอีกประมาณ 50,000 ตัน เรียกว่าสะสมกันมานานและส่อเค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ส่วนปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ เสียงและความสั่นสะเทือน สารอันตรายและสารพิษ เป็นต้น ก็ต้องเร่งดำเนินการไปพร้อมกัน ภายใต้โรดแม็ปของแต่ละปัญหา เพื่อให้มีเจ้าภาพรับผิดชอบและมีการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการชำระสะสางให้ชัดเจน

รวมถึงปัญหาความเสื่อมโทรมในเชิงคุณภาพและปริมาณของสิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม อันมีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์ ที่อาจจะต้องมีมาตรการทางกฎหมายมาเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการจัดการปัญหารวมทั้งกำหนดนโยบายการจัดการ ให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เฉกเช่นเดียวกับที่รัฐบาลกำลังดำเนินการตามมาตรา 44 ในการจัดการกับปัญหาการบุกรุกผืนป่า

งาน “รักษ์โลก รักษ์ไทย ในหัวใจสีเขียว” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00-17.30 น. ณ โรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี กรุงเทพฯ ในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นิทรรศการการจัดการขยะที่ยั่งยืน การจัดแสดงผลงานที่ชนะเลิศการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ระดับประเทศ การแสดงแฟชั่นโชว์ชุดจากวัสดุรีไซเคิล การมอบเข็มเชิดชูเกียรติสำหรับผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม ขอฝากความหวังและเอาใจช่วยให้งาน “รักษ์โลก รักษ์ไทย ในหัวใจสีเขียว” ครั้งนี้ สามารถจุดประกายความรู้-รัก สิ่งแวดล้อมให้หยั่งรากลึกลงไปในหัวใจคนไทย รวมถึงการ สร้างความจริงใจกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดย เฉพาะภาครัฐต่อการสะสางวิกฤติครั้งนี้อย่างจริงจัง

คงน่าเสียดายหากการจัดงานที่มีคุณค่า ได้รับการตอบรับและสร้างความประทับใจกับผู้คนแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ไร้ซึ่งการสานต่อและลงมือปฏิบัติเพื่อช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะนั่นยอมไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศได้

วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่กำลังเข้าขั้นโคม่าเกิดขึ้นเพราะน้ำมือของคน การดูแล แก้ไข สะสาง เยียวยาก็คงหนีไม่พ้นต้องเป็นหน้าที่ของคนเช่นกัน. 

by ThaiWebExpert