แนะนำโครงการ MEAs Think Tank-52

ชุดโครงการพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน
(1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2552)



1. หลัการและเหตุผล
2. วัตถุประสงค์ของชุดโครงการ
3. ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน
4. วิธีการดำเนินงาน
5. ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ
6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
7. ระยะเวลาดำเนินการ
8. หน่วยงานรับผิดชอบ
9. องค์กรสนับสนุน

 


1. หลักการและเหตุผล

     ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกขององค์การการค้าโลกตั้งแต่เริ่มต้น ในขณะเดียวกันได้เข้าร่วมเป็น ภาคีสมาชิกของความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายฉบับใน ช่วงระยะ เวลาต่างๆ เช่น การเข้า เป็นภาคีสมาชิก UNFCCC ในปี 2535 การเข้าเป็นภาคีสมาชิก CBD ในปี 2546 การให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโตในปี 2545 ฯลฯ ดังนั้น การกำหนดนโยบาย แผนและมาตรการของประเทศไทยในด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องพิจารณาถึง พันธกรณี ความสอดคล้องกับข้อบทต่างๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้ความตกลงในองค์การการค้าโลก และความตกลงพหุภาคี ระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก พร้อมกับการติดตามและเข้าร่วมเจรจาในเวทีระหว่าง ประเทศต่างๆ ที่ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่การกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของความตกลงหรือการจัดทำ พิธีสาร (Protocol) เพิ่มเติมจากความตกลงฉบับหลัก เช่น พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อการแก้ไขปัญหาโลก ร้อน พิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety Protocol) เพื่อจัดการปัญหาผลกระทบของสิ่งมีชีวิตตัดแต่ง พันธุกรรม หรือมีการเจรจาจัดทำความตกลงฉบับใหม่ เช่น สนธิสัญญาว่าด้วยพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture) ภายใต้องค์การอาหารและเกษตรแห่ง สหประชาชาติซึ่งมีการจัดทำเสร็จในปี 2544 เป็นต้น สำหรับในกรณีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหรือปัญหาโลกร้อน (Global Warming) นั้น เป็นปัญหา วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาคมโลกและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเริ่ม ปรากฏผลกระทบในด้านต่างๆ จากปัญหาโลกร้อนชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ จากการประชุมของประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 13 (COP13) และภาคีพิธีสารเกียวโตครั้งที่ 3 (COP/MOP3) ในเดือนธันวาคม 2550 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้ผลสรุปการประชุมที่เรียกว่า “Bali Roadmap” ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาสำหรับ การจัดทำพันธกรณีในการลดก๊าซเรือนกระจกหลังจากปีค.ศ.2012 เนื่องจากตามเนื้อหาพิธีสารเกียวโตได้มีพันธกรณี กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกจนถึงปี ค.ศ. 2012 เท่านั้น ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน Bali Roadmap การ เจรจาเรื่องดังกล่าวจะต้องเสร็จสิ้นภายในปี 2552 ซึ่งจะมีการประชุม COP 15 และ COP/MOP 5 ในเดือนธันวาคม 2552 ที่ประเทศเดนมาร์ก การเจรจาในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องโลกร้อนในช่วงปี 2552 จึงเป็น เรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องติดตามและเข้าร่วมการเจรจาอย่างต่อ เนื่อง รวมทั้งมีการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับ ประเด็นการเจรจาต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทยและเกี่ยวกับการจัดทำกติการะหว่างประเทศฉบับ ใหม่ เพื่อเป็น ข้อมูลและข้อเสนอแนะต่อการกำหนดจุดยืนหรือท่าทีของประเทศไทยในการเข้าร่วม เจรจาดังกล่าว ในขณะ เดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการปรับตัว (Adaptation) เพื่อรองรับผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) บนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้ ยุทธศาสตร์และวิธีการที่เหมาะสมเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาโลกร้อน จึงควรมีการศึกษาวิจัยและดำเนินกิจกรรม ภายในประเทศในส่วนนี้ให้มากขึ้น เป็นการดำเนินตามยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ พ.ศ.2551-2555 ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้แล้ว และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระยะต่อไป เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายใต้การจัดทำกรอบกติการะหว่าง ประเทศฉบับ ใหม่ด้านปัญหาโลกร้อน (Post-2012 Regime)

     ทั้งนี้ ชุดโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ด้านความตกลงพหุภาคีระหว่าง ประเทศด้านสิ่งแวดล้อม” ระยะที่ 1 (ธันวาคม 2550 – พฤศจิกายน 2551) ได้ลำดับความสำคัญความตกลงพหุภาคี ระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม (MEAs) ที่จะทำการติดตามและศึกษาวิเคราะห์จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่

          1. อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CBD)
          2. พิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety Protocol)
          3. อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC)
          4. พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)
          5. สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture : ITPGR)
          6. อนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV)

     (MEAs ทั้ง 6 ฉบับข้างต้น ประเทศไทยได้เป็นภาคีสมาชิกรวม 5 ฉบับ ความตกลงหรืออนุสัญญาที่ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคี ได้แก่ ITPGRs และ UPOV) โดยมีโครงการวิจัยที่ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว 1 โครงการ และอยู่ระหว่างการดำเนินงานอีก 6 โครงการ

     สำหรับระยะที่ 2 จะดำเนินงานต่อเนื่องจากชุดโครงการระยะที่ 1 โดยให้ลำดับความสำคัญต่อการ ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนื่อง จากเป็นปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โลกและเป็นช่วงเวลาที่มีการเจรจาหาข้อสรุปต่อการจัดทำความตกลงฉบับใหม่ และพัฒนาการดำเนินงานของชุด โครงการให้สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยข้อมูล สะสมความรู้พัฒนาและขยายเครือข่ายนักวิจัยในเรื่องความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นกลไกในการติดตามความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าของการเจรจาในเวที ต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ข้อมูล ผลการศึกษาวิจัยสู่สาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจและความตื่นตัวแก่ผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง

 

2. วัตถุประสงค์ของชุดโครงการ

     1. เพื่อบริหารจัดการโครงการวิจัยภายใต้ชุดโครงการ “การพัฒนาความรู้และยุทธศาสตรด้านความตกลงพหุภาคี ด้านสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน”
     2. เพื่อจัดการข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยให้เกิดการเผยแพร่และใช้ประโยชน์

 

3. ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

     ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของชุดโครงการฯ นี้ ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ที่มีความเชื่อมโยงสนับสนุน ต่อกัน ได้แก่ การวิจัย การบริหารงานวิจัย และการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเจรจาความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้
          (3.1) การวิจัย สร้างองค์ความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นการเจรจาที่สำคัญและมีผลกระทบ เกี่ยวโยงกับ ประเทศไทย เพื่อนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ในการเจรจาและการกำหนดจุดยืนของไทย และการดำเนินงาน ภายในประเทศเพื่อรองรับการจัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อน
                   ก. ประสานให้เกิดงานวิจัยในกรอบเรื่อง “ความตกลง/อนุสัญญาระหว่างประเทศด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และเรื่อง “ยุทธศาสตร์โลกร้อน” ในประเด็นต่อไปนี้
                         • ความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
                               - การลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปัญหาการทำลายป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing emission from deforestation and forest degradation in developing countries - REDD) และประเด็นเชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพ
                               - การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร
                               - การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิต (Sectoral Targeting Approach) ตามข้อเสนอและประเด็น เจรจาในการประชุมสมัชชาภาคีประเทศอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และพิธีสารเกียวโต
                         • ยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน
                               - การศึกษาและพัฒนาต้นแบบ (Model) ของการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิต ชุมชนตัวอย่าง หรือในระดับจังหวัด
                               - การประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยี (Technology Needed Assessment) ของไทยเพื่อจัดการ แก้ไขปัญหาโลกร้อน
                               - การจัดทำข้อเสนอแนะในระดับนโยบายและยุทธศาสตร์ของไทยเพื่อการจัดการการ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศในระยะต่อไปที่สอดคล้องกับกรอบกติกาใหม่หลังพิธีสารเกียวโต (Post-2012 Regime)
                   ข. ศึกษาและทำวิจัยในหัวข้อสำคัญ 2 เรื่อง คือ 
                         • การรับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวคิด Offshoring Greenhouse Gases โดยการ เปรียบเทียบระหว่าง Consumption-Based Approach กับ Production-Based Approach
                         • การพัฒนาเครื่องมือหรือกลไกทางด้านเศรษฐศาสตร์หรือด้านกฎหมายเพื่อการแก้ไข ปัญหาและลด ปัญหาโลกร้อน เช่น Carbon Footprint, Carbon Tax, Carbon Labeling เป็นต้น โดยการศึกษา เปรียบเทียบแนวทางการดำเนินงานของประเทศต่างๆ (หมายเหตุ หัวข้อวิจัยทั้ง 2 เรื่อง จะมีการพัฒนาโครงการวิจัยและเสนองบประมาณเพิ่มเติมภายหลัง)     
          (3.2) การพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเจรจาความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม ติดตามความก้าวหน้า ของการเจรจาความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมและการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง จัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อการเผยแพร่ ผ่านทางเวบไซด์ของชุดโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง

 

4. วิธีการดำเนินงาน

     ในชุดโครงการฯ นี้ ได้จัดแยกวิธีการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่ม แต่มีความเชื่อมโยงสนับสนุนต่อกัน โดยกลุ่มแรก มุ่งเน้นเรื่องการเจรจาและการกำหนดจุดยืน/ท่าทีการเจรจาของไทยในเวทีระหว่าง ประเทศที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่สอง มุ ่งเน้นเรื่องการดำเนินงานภายในประเทศเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องโลกร้อน นอกจากนี้จะเชื่อมโยงการดำเนินงาน กับชุดโครงการผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงและความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศต่อ ประเทศไทย ทั้งในแง่การกำหนด ขอบเขตการศึกษา การดำเนินงานศึกษา และการนำผลการศึกษาแต่ละชุดโครงการไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้มีการดำเนินงาน อย่างบูรณาการระหว่างชุดโครงการที่เกี่ยวข้องกันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศมากขึ้น รายละเอียดของวิธีการดำเนินงานมีดังนี้
          กลุ่มที่ 1 ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้
                   (1) พัฒนาโครงการวิจัยระยะที่ 2 โดยการประกาศรับข้อเสนอโครงการ การพิจารณาเอกสารเชิงหลักการที่ได้รับ และ การพัฒนาให้ได้ข้อเสนอโครงการที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ
                   (2) ประสานงานและร่วมมือกับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ใช้งานวิจัย และนักวิจัยในการติดตามโครงการวิจัยที่ได้รับการ สนับสนุนทุนวิจัยระยะที่ 1 (จำนวน 6 โครงการ ) และระยะที่ 2 และจัดให้มีการนำเสนอความก้าวหน้าผลการศึกษาและ ข้อเสนอแนะต่อการเจรจาเกี่ยวกับความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้มีการ ศึกษาอยู่ในชุดโครงการฯ นี้ ใน ลักษณะเวทีสาธารณะ
                   (3) จัดประชุมสัมมนาวิชาการ เปิดเวทีให้นักวิจัยนำเสนอผลงานวิจัยและเผยแพร่ เพื่อสร้างความรับรู้ในวงกว้าง และมีความร่วมมือกันในการดำเนินงานต่อไป
                   (4) จัดเวทีเสวนาการเจรจากติกาเรื่องโลกร้อน (Global Warming Forum) โดยจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2 เดือน เพื่อการวิเคราะห์เนื้อหา ประเด็นการเจรจาสำคัญๆ ที่จะมีผลกระทบเกี่ยวโยงต่อประเทศไทย เช่น การลดก๊าซเรือน กระจกจากการลดปัญหาการทำลายป่าในประเทศกำลังพัฒนา (REDD) การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิต (Sectoral Targeting Approach) ฯลฯ และเพื่อเป็นกิจกรรมที่ช่วยสนับสนุนและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ มีส่วน เกี่ยวข้องในการจัดทำข้อเสนอต่อการเจรจาเรื่องโลกร้อนของไทย โดยจะจัดทำผลสรุปเวทีเสวนาแต่ละครั้งเป็นเอกสาร ข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Brief) เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะเจรจาของไทย และเผยแพร่ต่อสาธารณะ
                   (5) จัดกิจกรรม Side Event เรื่อง “Offshoring of Greenhouse Gas Emissions: Comparison of Different Approaches in Attributing Responsibility” ในช่วงการประชุมเจรจาเรื่องโลกร้อน ( การประชุม AWG-LCA/ AWG-KP ในปี 2552 หรือ การประชุม COP15)
                   (6) เผยแพร่ให้ความรู้แก่สาธารณะผ่านทางเวปไซด์โครงการ (www.measwatch.org) และโดยวิธีอื่นๆ เช่น การเขียนบทความเผยแพร่ การจัดทำหนังสือเผยแพร่งานวิจัย เป็นต้น กลุ่มที่ 2 ยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้
                            (1) ประกาศรับข้อเสนอโครงการ และพัฒนาข้อเสนอโครงการที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ
                            (2) ประสานงานและร่วมมือกับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ใช้งานวิจัย และนักวิจัยในการติดตามโครงการวิจัยที่ได้รับการ สนับสนุนทุนวิจัย และจัดให้มีการนำเสนอความก้าวหน้าผลการศึกษา
                            (3) จัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลผลการศึกษาและการดำเนินงานต่อสาธารณะ และผู้กำหนดนโยบาย

 

5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

     การพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ด้าน “ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม”
          1. ข้อเสนอโครงการระยะที่ 2 ที่อนุมัติให้พัฒนาเป็น Full Proposal ไม่น้อยกว่า 5 โครงการ
          2. รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์จากโครงการวิจัยระยะที่ 1 จำนวน 6 โครงการ
          3. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ต่อการเจรจาด้านการค้าและด้านสิ่งแวดล้อม ในเวทีประชุมภาคี สมาชิกความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก อนุสัญญาว่าด้วย ความหลากหลายทางชีวภาพ และสนธิสัญญาว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร
          4. เอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Brief) ไม่น้อยกว่า 3 ฉบับ และเอกสารข้อเสนอต่อการจัดทำความเห็น ของประเทศไทย (Party’s Submission View) สำหรับการเจรจาจัดทำความตกลงฉบับใหม่เรื่องโลกร้อน
          5. เวปไซด์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายงานวิจัย กิจกรรมเวทีของโครงการ ความเคลื่อนไหวของการเจรจาเวที ระหว่างประเทศด้าน MEAs ซึ่งมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง การศึกษาและดำเนินงานในด้าน “ยุทธศาสตร์ลดโลกร้อน”
                    1. ข้อเสนอโครงการยุทธศาสตร์เรื่องโลกร้อนที่อนุมัติให้พัฒนาเป็น Full Proposal ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ
                    2. ข้อเสนอแนะในระดับนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศโลก

 

6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

     1. เครือข่าย ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนความรู้ในหมู่นักวิจัยที่ทำงานเกี่ยวกับความตกลงพหุภาคี ระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม
     2. องค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและ เอกชนเพื่อนำไปใช้ในด้าน การจัดการสิ่งแวดล้อม และการเจรจาเวทีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
     3. ความตื่นตัว ความตระหนักขององค์กรที่เกี่ยวข้องต่อประเด็นการเจรจาด้านการค้าและสิ่งแวดล้อม

 

7. ระยะเวลาดำเนินการ

     ระยะเวลา 12 เดือน (1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2552)

 

8. หน่วยงานรับผิดชอบ

     สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

9. องค์กรสนับสนุน

     สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ
 

by ThaiWebExpert