ต้านกม.ฟ้องสินค้าไม่ปลอดภัย

โพสต์ทูเดย์ 23 พฤศจิกายน 2550

3 องค์กรธุรกิจ ตบเท้าร้อง สนช. ค้าน กม.คุ้มครอง ผู้บริโภค เปิดทางผู้ใช้ฟ้องสินค้า ไม่ปลอดภัย ทำลายเศรษฐกิจหลัง

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภา อุตสาหกรรม นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และตัวแทนสภาหอการค้าไทย ได้เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คัดค้าน พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอด

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องการให้ สนช.แก้ไขมาตตรา 6 ที่ให้ ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดี และผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ว่าผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากสินค้าของผู้ประกอบการ โดยขอให้เพิ่มเติม ข้อความให้รัฐจัดตั้งองค์กรอิสระที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญขึ้นมา เพื่อช่วยผู้บริโภคพิสูจน์และทำหน้าที่ ไกล่เกลี่ยประนีประนอมก่อนที่เรื่องจะขึ้นสู่ศาล เพื่อกลั่นกรองผู้นำประโยชน์จากกฎหมายมาใช้โดย ไม่สุจริต

ทั้งนี้ สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการควรจะมาจากสถาบันการศึกษา เนื่องจากมีความเป็นกลางและไม่มีผลประโยชน์กับกลุ่มใด

ด้านนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า กฎหมายนี้ ไม่มีความเป็นสากลในประเด็นภาระการพิสูจน์ความเสียหาย ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วกำหนดให้ผู้เสียหายต้องเป็นผู้พิสูจน์ เพราะหลายกรณีปัญหาอยู่ที่ความประมาทของผู้ใช้เอง

นายสังศิต กล่าวว่า กลุ่ม ผู้ประกอบการเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีเปิดโอกาสให้ ผู้บริโภคฟ้องร้องผู้ประกอบการได้ง่ายเกินไป อาจจะทำให้คนที่ไม่สุจริตหาเรื่องฟ้องร้องผู้ประกอบการได้ ยิ่งมีคดีฟ้องร้องมากเท่าไหร่ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้สูงขึ้นมากเท่านั้น

นายสังศิต กล่าวอีกว่า การกำหนดมาตรฐานการฟ้องร้องไว้เช่นนี้ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น เป็นผลให้มีปัญหาเกิดขึ้นกับสินค้าในประเทศดังกล่าว ผู้บริโภคไทยฟ้องเขาไม่ได้ แต่เขาจะฟ้องผู้ประกอบการไทยได้ ในที่สุดนักลงทุนจะไม่กล้าลงทุนในประเทศไทยและจะย้ายฐานออกไปต่างประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท

“การพิจารณากฎหมายนั้นอย่าคำนึงถึงมิติทางสังคมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองมิติด้านเศรษฐกิจด้วย เพราะหากเศรษฐกิจล้มสังคมก็อยู่ไม่ได้ ขณะนี้ กมธ.พิจารณาร่างกฎหมายนี้ ซึ่งมีคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยและเตรียมที่จะเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ สนช.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งควรยืด เวลาออกไปเพื่อพิจารณาแก้ไขให้เหมาะสม” นายสังศิต กล่าว

by ThaiWebExpert