เรื่อง ร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีของการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 3

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ เห็นชอบ และอนุมัติ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

                   1. รับทราบองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 3 (The third session of the United Nations Environment Assembly: UNEA 3)ระหว่างวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2560 ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา (โดยมีเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย)

                   2. เห็นชอบร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีของ UNEA 3

                   3. เห็นชอบกรอบคำมั่นโดยสมัครใจที่ประเทศไทยจะประกาศ

                   4. อนุมัติให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายร่วมให้การรับรองในร่างปฏิญญาฯ ดังกล่าว

                   5. หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างปฏิญญาฯ ที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ต่อประเทศไทย ให้เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเป็นผู้พิจารณาโดยไม่ต้องนำกลับไปเสนอคณะรัฐมนตรีใหม่จนสิ้นสุดการประชุม

                   สาระสำคัญของเรื่อง

                   1. องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยที่จะเข้าร่วม UNEA 3ประกอบด้วย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา หัวหน้าคณะผู้แทนไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 5 หน่วยงาน ได้แก่ ผู้แทนกรบควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

                   2. ร่างปฏิญญาฯ เป็นเอกสารที่แสดงถึงการตระหนักว่ามลพิษที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบทั้งทางอากาศ ดิน และน้ำ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความอยู่รอดของมนุษย์ และยังเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นและเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการแก้ไขปัญหามลพิษเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ทั้งการต่อสู้ความยากจน การปรับปรุงให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น การสร้างงานที่เหมาะสม การปรับปรุงให้สิ่งมีชีวิตทั้งบนบกและในน้ำให้ดีขึ้น และการลดภาวะโลกร้อน ในการนี้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมร่วมกันให้คำมั่นว่าจะดำเนินงานเพื่อป้องกัน บรรเทาและจัดการแก้ไขปัญหามลพิษ โดยการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นำข้อมูลเชิงประจักษ์มาเป็นพื้นฐานและให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมในการตัดสินใจดำเนินงานตามข้อตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ โดยประเทศไทยจะประกาศคำมั่นโดยสมัครใจเพื่อให้นานาชาติทราบว่าประเทศไทยมีความตื่นตัวในการแก้ปัญหามลพิษ โดยมีกรอบคำมั่นโดยสมัครใจที่ยึดตามนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ 20 ปี และยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษ 20 ปี โดยจะนำเสนอผลการดำเนินงานของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งนี้ การประชุมฯ ได้กำหนดให้มีการรับรองปฏิญญาระดับรัฐมนตรีในช่วงการประชุมระดับสูง  

by ThaiWebExpert