ชาวหัวหินจวก!ค้านใช้งบ3,000ล้านถมทรายชายหาด


วันที่  29 กันยายน 60 ที่โรงแรมนาวีภิรมย์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดการประชุม ประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดหัวหิน ครั้งที่ 3 จัดโดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเชิญตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ สมาชิกสภาท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม ประชาชนและกลุ่มชาวประมงชายฝั่งในพื้นที่ อ.หัวหิน กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟัง โดยมีนายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าโครงการฯ และนายสุพจน์ จารุลักขณา วิศวกรชายฝั่ง ได้ชี้แจงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาดหัวหินโดยวิธีการเสริมทราย นายกฤษดารักษ์ แพรัตกุล และนายกิตติชัย ดวงมาลย์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ได้เสนอรายงานผลการศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ชายหาดสนามบินหัวหินถึงเขาตะเกียบ ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร 

ต่อมาในที่ประชุมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นซึ่งประชาชนส่วนใหญ่คัดค้านไม่เห็นด้วย ขณะที่มีประชาชนบางส่วนยืนถือป้ายประท้วงไม่เอาด้วยกับโครงการนี้ที่ด้านหน้าห้องประชุม เนื่องจากต้องการให้ชายหาดหัวหินที่มีความงดงามเปลี่ยนแปลงไปเองตามธรรมชาติจากลักษณะของเม็ดทรายชายหาดที่ขาวละเอียด รวมทั้งไม่มั่นใจปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากความล้มเหลวในการทำโครงการลักษณะเดียวกันในพื้นที่ชายหาดบางแห่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดในภาคตะวันออก จากนั้นที่ประชุมมีมติให้หยุดการศึกษาและการดำเนินโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าได้รับมติที่ประชุม และจะมีหนังสือแจ้งผลการประชุมให้ยุติโครงการในพื้นที่ อ.หัวหิน 

 นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก กล่าวว่าการทำโครงการตลอดแนวชายหาดหัวหินหลังจากมีการประเมินผลกระทบรัฐบาลจะใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท นอกจากนั้นทราบว่ามีงบประมาณอีก 148 ล้านบาทที่จะใช้ทำโครงการนำร่องที่ชายหาดหัวหินด้านหน้าสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ความยาว 700 เมตร แต่ล่าสุดกรมเจ้าท่าได้ยุติโครงการแล้ว และมีแนวโน้มว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง จะเข้ามาสำรวจออกแบบเพื่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หัวหินเหมือนชายหาดปากน้ำปราณ หากดำเนินการก็จะมีประชาชนออกมาคัดค้านอย่างแน่นอน เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างที่ชายหาดปากน้ำปราณขณะนี้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ มีสภาพทรุดโทรมอย่างมาก ส่วนการถมทรายก็มีตัวอย่างที่ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งทราบว่าหลังใช้งบประมาณดำเนินการก็ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย 

ด้าน นายอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่แสดงความเห็นคัดค้านโครงการนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนั้นสภาพชายหาดหัวหินในรอบ 100 ปี ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามแนวทางการประเมิน ส่วนการถมทรายทราบว่าผู้ทำโครงการจะนำทรายจากทะเลเพื่อถมบริเวณชายหาด ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาการกัดเซาะได้ และหากการทำโครงการเสร็จสิ้นถ้าผลกระทบเกิดกับพื้นที่ชายหาดเชื่อว่าจะไม่มีหน่วยงานใดออกมาแสดงความรับผิดชอบเหมือนปัญหาผลกระทบจากชายหาดแห่งอื่นที่ทำโครงการนี้. 

by ThaiWebExpert