หวั่น“ระเบิดแก่งน้ำโขง”กระทบความมั่นคงรัฐ จี้ทำอีเอชไอเอ พิจารณาสิ่งแวดล้อมรอบด้าน


เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต และผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำโขง กล่าวว่า ขณะนี้ทางประเทศจีน โดยบริษัท CCCC Second Habor Consultant Co., Ltd. ได้ว่าจ้างบริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์เมเนจเม้นท์ จำกัด สำรวจออกแบบ และศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการดังกล่าว ในระดับชุมชนและระดับอำเภอ ใน 3 อำเภอ ของจ.เชียงราย คือ อ.เวียงแก่น อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน ระหว่างวันที่ 21-27 ก.ย. 2560 ทั้งนี้ประชาชนที่เข้าร่วมเวทีได้เสนอข้อห่วงใยเรื่องการระเบิดแก่งทุกครั้ง และเน้นย้ำขอให้ทางคณะทำงานที่จัดเวทีนำข้อคิดเห็นดังกล่าวบรรจุในรายงานทุกฉบับ และย้ำว่าเป็นการศึกษาเฉพาะกรอบเท่านั้น เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ของประเทศไทย

นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวต่อว่า นอกจากผลกระทบต่อระบบนิเวศในลุ่มน้ำโขงแล้ว โครงการดังกล่าวถือว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางน้ำ ร่องน้ำลึกจะเปลี่ยนไป เมื่อนั้นย่อมส่งผลถึงแนวเขตแดนทางน้ำระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะยึดร่องน้ำลึกเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงของแนวเขตแดนระหว่างประเทศเป็นเรื่องของความมั่นคงระดับชาติ ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ทางรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญและความเสียหายที่จะตามมาในอนาคต เพราะไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคงของชาติเท่านั้น แต่ยังขัดต่อหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย ดังนั้นรัฐบาลจะต้องรอบคอบเป็นอย่างยิ่งในการพิจารณา

“การศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาฯ แม้จะเป็นของคนไทย แต่เป็นบริษัทเอกชนที่รับจ้างจากบริษัทเอกชนของประเทศจีน อย่างไรก็ตามผลการศึกษาดังกล่าว ไม่เพียงศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) เท่านั้น แต่ต้องศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ด้วย และการพิจารณาผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ควรต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงด้วย” นายสมเกียรติ กล่าว  

by ThaiWebExpert