เรื่อง การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท สมัยที่ 1


คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

                  1. รับทราบองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท สมัยที่ 1

                  2. เห็นชอบต่อท่าทีของไทยสำหรับใช้ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะฯ สมัยที่ 1

                    ทั้งนี้ ในกรณีมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขท่าทีของไทยดังกล่าว ที่คณะรัฐมนตรีได้เคยอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบไปแล้ว หากไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบไปแล้ว ให้สามารถดำเนินการได้โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวด้วย

                  สาระสำคัญของเรื่อง

                  องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท สมัยที่ 1 รวมทั้งสิ้น 37 คน ประกอบด้วย (1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยฯ (2) ประธานอนุกรรมการอนุสัญญามินามาตะฯ (3) ผู้แทน ทส. (4) ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม (5) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (6) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ (7) ผู้แทนกระทรวงการคลัง และ (8) ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560

                  กรอบท่าทีของไทยสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะฯ สมัยที่ 1 มีสาระสำคัญ ดังนี้

                  1. สนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักการและจุดมุ่งหมายของอนุสัญญามินามาตะฯ ในการปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากการปลดปล่อยสู่บรรยากาศและการปล่อยสู่ดินหรือน้ำของปรอทและสารประกอบปรอทจากกิจกรรมของมนุษย์ให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

                  2. คำนึงถึงสภาพการณ์ต่าง ๆ และความต้องการจำเพาะของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถในระดับประเทศ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคด้านการจัดการสารเคมีอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจร โดยผ่านการให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและทางด้านการเงิน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคีต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญามินามาตะฯ

                  3. คำนึงถึงหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกันตามขีดความสามารถและสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

                  4. สนับสนุนความร่วมมือและการบูรณาการร่วมกันในการดำเนินงานตามพันธกรณี ข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องที่ประเทศไทยเป็นภาคีและข้อตกลงที่สอดคล้องกับศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศ

                  5. สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ทั้งนี้ หากมีข้อเจรจาใดที่นอกเหนือจากท่าทีการเจรจานี้ และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อประเทศไทย ให้เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

                  นอกจากนี้ การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะฯ สมัยที่ 1 ยังจะพิจารณาทางเลือกในการจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวรของอนุสัญญามินามาตะฯ และคัดเลือกคณะกรรมการบังคับใช้และปฏิบัติตาม รวมทั้งการพิจารณาสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการอนุสัญญามินามาตะฯ ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ด้านยุทธศาสตร์ ด้านเทคนิควิชาการและวิทยาศาสตร์ ด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และการกำกับดูแล ความช่วยเหลือด้านเทคนิควิชาการ ทรัพยากรและกลไกการเงิน ด้านการประเมินผลและการรายงานผล และประเด็น อื่น ๆ  

by ThaiWebExpert