เรื่อง บันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์กรระหว่างประเทศ


คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

1. การจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (กรมอุทยานฯ) และองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไข ปรับปรุงถ้อยคำในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้ ทส. สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา อีกครั้ง

2. ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว

สาระสำคัญของเรื่อง

ทส. รายงานว่า

1. ปัจจุบันมีองค์กรระหว่างประเทศที่มีสาขาประจำอยู่ที่ประเทศไทย ได้แก่ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society: WCS) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature: WWF) มูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) และสัตววิทยาสมาคมแห่งลอนดอน (Zoological Society of London: ZSL)  ได้ให้ความสำคัญในการขอดำเนินงานตามโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข็ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และพื้นที่นำเสนอเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ ซึ่งทุกองค์กรได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือภารกิจการปฏิบัติงานของกรมอุทยานฯ มาโดยตลอด เช่น โครงการอนุรักษ์ประชากรจระเข้น้ำจืดในผืนป่าแก่งกระจาน โดย WCS โครงการสำรวจและประเมินประชากรช้างในผืนป่าแก่งกระจาน โดย WWF การสนับสนุนและฝึกสอนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดย Freeland โครงการสำรวจทางนิเวศวิทยากร  การเคลื่อนที่และการทำลายผลผลิตทางการเกษตรของช้างเอเชียภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและอุทยานแห่งชาติโดยรอบ โดย ZSL เป็นต้น

2. ทส. โดยกรมอุทยานฯ จึงได้ร่วมจัดประชุมและประสานงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศดังกล่าวทั้ง 5 องค์กร เพื่อร่วมจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) และปรับปรุงร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์  เพื่อให้ภาคีทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และการจัดการพื้นที่คุ้มครอง เพื่อการปกป้อง คุ้มครอง และสงวนทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติและพื้นที่นำเสนอเป็นมรดกทางธรรมชาติ

เป้าหมาย เพื่อบูรณาการการดำเนินงานของภาคีทุกฝ่าย สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคี เพื่อให้ได้องค์ความรู้ทางวิชาการ และสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านการปกป้อง คุ้มครอง และสงวนทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติและพื้นที่นำเสนอเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

by ThaiWebExpert