กพช. ยื้อโรงไฟฟ้ากระบี่ เล็งแผนสำรองใช้ LNG แทนถ่านหิน



พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2559 ได้มอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ไปจัดทำแผนการดำเนินงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ทั้งหมดรวมถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนในพื้นที่เพื่อที่จะเสนอต่อที่ประชุมกพช.ครั้งถัดไปหรือราวเดือนม.ค.2560 เพื่อให้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือไม่ก่อนรายงานคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบต่อไป

ส่วนกรณีที่มีผู้เสนอให้นำก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)เข้ามาผลิตไฟฟ้าแทนถ่านหินนั้น หากโรงไฟฟ้ากระบี่ไม่สามารถเกิดได้ กฟผ.ก็ได้ทำแผนสำรองในการนำเข้า LNG ไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ในระยะยาวพบว่า ราคา LNG จะมีต้นทุนผลิตไฟสูงกว่าถ่านหินทำให้ค่าไฟจะแพงขึ้น รวมถึง กฟผ.เองก็ได้เตรียมสร้างสายส่งรองรับไปภาคใต้เพราะการผลิตไฟฟ้าภาคใต้ต่ำกว่าความต้องการ

ขณะที่การเจรจากับกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ที่ชนะประมูลโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนอิสระรายใหญ่(ไอพีพี) 5,000 เมกะวัตต์(MW) ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่การเจรจาก็จะมีทั้งเสนอการเลื่อนโรงไฟฟ้าออกไป และลดกำลังการผลิตลง โดยจะเจรจาควบคู่ไปกับการสร้างสายส่งของกฟผ.ที่จะต้องสร้างมารองรับโครงการดังกล่าวอีกด้วย

มีรายงานแจ้งว่า สำหรับความล่าช้าในการตัดสินใจให้ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 5,000 เมกะวัตต์ หรือไม่  เนื่องจากบริษัทดังกล่าวชนะประมูลแต่เพียงรายเดียว ขณะที่ภาครัฐอยู่ระหว่างการตรวจสอบความโปร่งใสในการประมูลดังกล่าว

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมกพช.ได้เห็นชอบทบทวน และปรับประมาณการความต้องการใช้ก๊าซฯตามแผนบริหารจัดการก๊าซฯ(Gas Plan) พ.ศ.2558-2579 โดยคาดว่าปี 2579 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 5,062 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่การจัดหาก๊าซฯในอ่าวไทยจะลดลงในอนาคตทำให้ไทยต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นคาดว่าในปี 2565 ความต้องการนำเข้าจะอยู่ที่ 17.4 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 13.5 ล้านตันต่อปี และปี 2579 การนำเข้า LNG จะสูงถึง 34 ล้านตันต่อปี

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า กพช.ยังได้รับทราบภาพรวมการใช้พลังงานในปี 2559 เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนคิดเป็นมูลค่าการใช้พลังงานรวม 1.95 ล้านล้านบาท โดยเป็นการนำเข้าพลังงานคิดเป็นมูลค่า 7 แสนล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ทั้งปีขยายตัว 3.2% ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้แนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยคาดว่าพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 205,433 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 3.8% ประมาณการความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในระบบของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ปี 2560 จะอยู่ที่ระดับ 31,365 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปี’59 ประมาณการราคาน้ำมันในปี 2560 จะอยู่ในช่วง 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล 

by ThaiWebExpert