ศาลยุติธรรมรุกตั้ง"ศาลสิ่งแวดล้อม" ออกวิธีพิจารณาคดีเป็นการเฉพาะ

โดยหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ศาลยุติธรรมจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "การพัฒนาระบบยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม" มีวิทยากรที่น่าสนใจ คือ นายพันวะสา บัวทอง ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา บรรยายหัวข้อ "ระบบยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในศาลยุติธรรม" สรุปว่า คดีที่เข้าสู่การพิจารณาในศาลคดีสิ่งแวดล้อม มีคดีที่ดิน คดีป่าไม้ และคดีมลพิษ เป็นส่วนใหญ่ ศาลยุติธรรมยังไม่มีศาลสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องเป็นศาลชำนัญโดยเฉพาะ คดีสิ่งแวดล้อมจึงถูกนำมาฟ้องในศาลอาญาและศาลแพ่ง โดยใช้ ป.วิธีพิจารณาความอาญาและความแพ่งแทน มองว่าคดีสิ่งแวดล้อมน่าจะมีระบบแยกจากคดีอาญาและคดีแพ่งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพชัดเจน ปัจจุบันศาลยุติธรรมพยายามปรับตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาล ทั้งนี้ ที่ฟ้องคดีอาญา อาทิ กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 หรือ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มีโทษจำคุก ส่วนคดีแพ่งมักฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย มีโทษปรับ อาทิ ปล่อยมลพิษ น้ำเสีย ควันพิษ แต่ไม่ค่อยได้ผล แม้จะมีการปรับแก้กฎหมายเพิ่มโทษทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ให้สูงขึ้น กำหนดให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากผู้ตัดไม้ได้

นายพันวะสากล่าวต่อว่า ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีผู้พิพากษา 14 คน จะประชุมพิจารณากันทุกคดี นอกจากนี้พยายามพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญโดยตรง สำหรับผู้พิพากษารุ่นใหม่ก็พยายามจัดให้มีการสอบกฎหมายสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ สนับสนุนให้ผู้พิพากษาเข้ารับการศึกษาอบรมในต่างประเทศ ในอนาคตอาจมีการตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและร่างวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมมาบังคับใช้อย่างจริงจัง

by ThaiWebExpert