เรื่อง ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของประเทศ และดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจส่งออกเดือนกรกฎาคม 2552...1 กันยายน 2552

คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของประเทศ และดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจส่งออกเดือนกรกฎาคม 2552 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้

ดัชนีราคาส่งออก

1. ดัชนีราคาส่งออกของประเทศเดือนกรกฎาคม 2552 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2552 ไม่เปลี่ยนแปลง (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 1.4) แต่มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นในหมวดสินค้าเกษตรกรรม หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิงลดลง

หมวดสินค้าเกษตรกรรม ดัชนีราคาส่งออกสูงขึ้นร้อยละ 0.3 (เดือนมิถุนายน 2552 ลดลงร้อยละ 0.6) เป็นการสูงขึ้นของสินค้ากสิกรรม ได้แก่ ข้าว โดยเฉพาะ ข้าวนึ่ง ข้าวขาว และปลายข้าว สำหรับยางพารา ราคาสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทำให้ความต้องการใช้ยางพารามากขึ้น

หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ดัชนีราคาส่งออกสูงขึ้นร้อยละ 1.5 (เดือนมิถุนายน 2552 ลดลงร้อยละ 0.5) สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ น้ำตาลทราย และกากน้ำตาล เป็นผลจากราคาน้ำตาล ในสหรัฐและตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผักกระป๋องและแปรรูป ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย

หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ดัชนีราคาส่งออกสูงขึ้นร้อยละ 0.1 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.5) สินค้าที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เนื่องจากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ดัชนีราคาส่งออกลดลงร้อยละ 2.2 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 14.0) สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูปลดลงตามตลาดโลก

2. ดัชนีราคาส่งออกของประเทศเดือนกรกฎาคม 2552 เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2551 ดัชนีราคาส่งออกลดลงร้อยละ 3.9 เป็นการลดลงของหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 33.1 หมวดสินค้าเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 21.5 หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลงร้อยละ 5.1 และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 0.3

3. ดัชนีราคาส่งออกของประเทศเฉลี่ยระยะ 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม) ของปี 2552 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ดัชนีราคาส่งออกลดลงร้อยละ 2.2 จากการลดลงของหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ร้อยละ 32.6 หมวดสินค้าเกษตรกรรม ร้อยละ 14.5 และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ร้อยละ 4.1 ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.0

ดัชนีราคานำเข้า

1. ดัชนีราคานำเข้าของประเทศเดือนกรกฎาคม 2552 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2552

ลดลงร้อยละ 0.3 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 2.9) สาเหตุสำคัญจากการลดลงของหมวดสินค้าเชื้อเพลิง

หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ดัชนีราคานำเข้าลดลงร้อยละ 3.4 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 10.7) ทั้งนี้เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตเลียมลดลง เนื่องจากความต้องการของตลาดโลกอ่อนตัวลง

หมวดสินค้าทุน ดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้นร้อยละ 0.4 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.6) สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะทำด้วยทองแดง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้นร้อยละ 1.1 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.3) สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ปลาทูน่าและปลาแซลมอนสด แช่เย็นแช่แข็ง แผงวงจรไฟฟ้า ความต้องการของตลาด เพิ่มขึ้น สำหรับทองแดงและผลิตภัณฑ์ เพชรและทองคำ สูงขึ้นตามตลาดโลก

หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้นร้อยละ 0.5 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.4) สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม (ยารักษาโรค ฟิล์มเอ็กซเรย์)

หมวดสินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ดัชนีราคานำเข้าสูงขึ้นร้อยละ 0.8 (เดือนมิถุนายน 2552 สูงขึ้นร้อยละ 0.4) สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์

2. ดัชนีราคานำเข้าของประเทศเดือนกรกฎาคม 2552 เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2551

ดัชนีราคานำเข้าลดลงร้อยละ 7.9 เป็นผลจากการลดลงในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงมากถึง ร้อยละ 31.8 หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ลดลงร้อยละ 4.1 หมวดสินค้าทุน ลดลงร้อยละ 3.0 หมวดสินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ลดลงร้อยละ 2.2 และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ลดลงร้อยละ 0.2

3. ดัชนีราคานำเข้าของประเทศเฉลี่ยระยะ 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม) ของปี 2552

เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ดัชนีราคานำเข้าลดลงร้อยละ 6.2 สาเหตุหลักคือการลดลงของหมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 29.3 สำหรับหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์ยานยนต์ ลดลงร้อยละ 3.7 หมวดสินค้าทุน ลดลงร้อยละ 2.7 หมวด สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ลดลงร้อยละ 1.0 และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ลดลงร้อยละ 0.1

by ThaiWebExpert