ผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อผลผลิตและคุณภาพข้าว

ผู้เขียน: 
รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง ชุดโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สกว.

ขออนุมัติร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ รวม 3 ฉบับ (22 ตุลาคม 2555)

เรื่อง ขออนุมัติร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ รวม 3 ฉบับ
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ รวม 3 ฉบับ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้
1. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้หอมแดงเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
2. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ส้มเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. .... และ
3. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้เครื่องในสุกรเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
สาระสำคัญของร่างประกาศ
1. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้หอมแดงเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
1.1 กำหนดให้หอมแดงเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออก หรือออกให้โดยหน่วยงานหรือสถาบันที่หน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออกให้การรับรอง (Competent Authority : CA) แสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
1.2 ให้หอมแดงเป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กำหนด
2. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ส้มเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
2.1 กำหนดให้ส้มเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออก หรือออกให้โดยหน่วยงานหรือสถาบันที่หน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออกให้การรับรอง (Competent Authority : CA) แสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
2.2 ให้ส้มเป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กำหนด
3. ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้เครื่องในสุกรเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
3.1 กำหนดให้เครื่องในสุกรเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออก หรือออกให้โดยหน่วยงานหรือสถาบันที่หน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ส่งออกให้การรับรอง (Competent Authority : CA) แสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
3.2 ให้เครื่องในสุกรเป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กำหนด

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชียว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2557 (The 6th Asian Ministerial Conference on Disaster Risk Reduction 2014, AMCDRR) (22 ตุลาคม 2555)

เรื่อง การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชียว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2557 (The 6th Asian Ministerial Conference on Disaster Risk Reduction 2014, AMCDRR)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ประเทศไทยโดยกระทรวงมหาดไทย รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชียว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2557 (The 6th Asian Ministerial Conference on Disaster Risk Reduction 2014, AMCDRR) โดยมีกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นหน่วยร่วมสนับสนุนการดำเนินการ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ทั้งนี้ ให้รองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายชูชาติ หาญสวัสดิ์) รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการกำหนดประเด็นหลักสำหรับการประชุม (Theme) ด้วย
การรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AMCDRR จะเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกิจ และยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศและในภูมิภาค อีกทั้ง จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและ การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทย การสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่อความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ นำมาซึ่งการสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยในระยะยาว ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาความรู้และความสามารถของบุคลากร การเผยแพร่องค์ความรู้และภูมิปัญญาของไทยด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของไทยให้เป็นที่รับรู้และยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

การพิจารณาโครงการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก (22 ตุลาคม 2555)

การพิจารณาโครงการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการพิจารณาโครงการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอดังนี้
1. จังหวัดชุมพร มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธีระ วงศ์สมุทร) ลงพื้นที่ตรวจราชการ
1.1 เห็นชอบโครงการป้องกันน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตทางหลวง (ทางหลวงหมายเลข 41 (AH18) บริเวณใกล้สะพานแม่น้ำสวี) วงเงิน 45 ล้านบาท โดยให้สนับสนุนงบประมาณดำเนินการจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2556 งบกลางฯ
1.2 เห็นชอบโครงการป้องกันน้ำท่วม และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตทางหลวง (ทางหลวงหมายเลข 41 (AH18) บริเวณหน้า สภ.ทุ่งตะโก) วงเงิน 15 ล้านบาท
2. จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงลงพื้นที่ตรวจราชการ 2 คน
2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์) เห็นชอบโครงการบริหารจัดการน้ำ (แก้มลิงพรุค้อ) วงเงิน 30 ล้านบาท
2.2 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล) เห็นชอบโครงการก่อสร้างแก้มลิงพรุกง วงเงิน 36 ล้านบาท และเห็นชอบในหลักการโครงการก่อสร้างแก้มลิงพรุคลองช้าง พร้อมอาคารประกอบ อ.บ้านนาเดิม วงเงิน 19 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กรมชลประทานตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่จะดำเนินการขุดลอกและปรับแผนดำเนินการให้เหมาะสม โดยให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ
3. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการ 2 คน
3.1 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์) เห็นชอบโครงการขุดลอกคลองหัวตรุด ตำบลท่าไร่ ตำบลปากนคร อำเภอเมือง วงเงิน 32.9 ล้านบาท และโครงการประตูระบายน้ำควนกรด ตำบลควนกรด อ.ทุ่งสง วงเงิน 47.7 ล้านบาท
3.2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก) เห็นชอบในหลักการโครงการขุดลอกคลองท่าซัก ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานศึกษารายละเอียดความเหมาะสมก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยเพื่อพิจารณาต่อไป

ผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ 7/2555 (22 ตุลาคม 2555)

เรื่อง ผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ 7/2555
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามมติที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
ในภูมิภาค ครั้งที่ 7/2555 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมติที่ประชุม ฯ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ดังนี้
สาระสำคัญของผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ 7/2555 ในวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2555 เวลา 16.40 – 18.30 น. ณ ห้องประชุมละไม ชั้น 2 วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ เพื่อพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย รวม 4 ด้าน 18 เรื่อง สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน (เสนอโดย กกร.)
1.1 ข้อเสนอ
1)ขอรับการสนับสนุนการขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพืชเศรษฐกิจ จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย (1) การจัดตั้งสถาบันเฉพาะทาง หรือ องค์การมหาชนเพื่อวิจัยและพัฒนายางครบวงจร (2) การสนับสนุนมาตรการและสิทธิพิเศษเพื่อจูงใจการลงทุนและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชปาล์มน้ำมันไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ (3) การขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา (4) การขอให้รัฐบาลเร่งรัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพาณิชย์ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายป่าไม้ยุโรป (EU FLEGT) ให้ทันเวลาในวันที่ 3 มีนาคม 2556 และ (5) การเร่งรัดการออกระเบียบ ข้อกำหนด และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 วันที่ 8 มีนาคม 2553 และวันที่ 20 มีนาคม 2555
2) ขอให้เร่งรัดการดำเนิน “โครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ ทุ่งสง” วงเงินดำเนินการ จำนวน 832,150,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 และสิ้นสุดเดือนกันยายน 2559 เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าที่สนับสนุนด้วยระบบราง ที่ตั้ง ณ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรองรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศและอนุภูมิภาคเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) ลดต้นทุนการขนส่ง ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมของไทยและอนุภูมิภาค IMT-GT
3) ขอรับการสนับสนุนการพัฒนาโรงงานไฟฟ้าพลังงานชีวมวล เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทน และลดมลภาวะของเสียในโรงงาน ประกอบด้วย (1) การเร่งรัดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสนับสนุนและรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนที่มีการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศให้เป็นไปตามแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศระหว่างปี 2553 – 2573 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 และ (2) การลดขั้นตอนในการพิจารณารับซื้อไฟฟ้า เพื่อเอื้ออำนวยต่อการลงทุนด้านพลังงานชีวมวลและพลังงานทดแทนของภาคเอกชน เนื่องจากปัจจุบันมีขั้นตอนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
1.2 มติที่ประชุม
1) มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
(1) ศึกษาในรายละเอียดและความเหมาะสมในการจัดตั้งสถาบันเฉพาะทาง เพื่อทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนาปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร รวมทั้งมาตรการและสิทธิพิเศษ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชปาล์มน้ำมันไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ และเสนอคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติพิจารณา
(2) พิจารณาในรายละเอียดโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เพื่อประกอบการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีตามระเบียบและขั้นตอน
2) มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ รับไปพิจารณาเร่งรัดเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายป่าไม้ยุโรป (EU FLEGT) และเร่งรัดการออกระเบียบ ข้อกำหนด และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 วันที่ 8 มีนาคม 2553 และวันที่ 20 มีนาคม 2555
3) มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย รับข้อเสนอการเร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้ ทุ่งสง ไปศึกษารายละเอียดด้านการจัดการธุรกิจ ผู้บริหารโครงการและการจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในโครงการ เพื่อประกอบการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี
4) มอบหมายกระทรวงพลังงาน รับไปพิจารณาศึกษาในรายละเอียดข้อเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนการพัฒนาโรงงานไฟฟ้าพลังงานชีวมวล เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทน และลดมลภาวะของเสียในโรงงานให้ครอบคลุมมาตรการที่ภาคเอกชนเสนอ
2. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ (เสนอโดย กกร.)
2.1 ข้อเสนอ
1) ขอรับการสนับสนุนการพัฒนาและขยายเส้นทางการจราจร ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ (1) การเร่งรัดการบูรณะซ่อมแซมผิวการจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ถึงอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และช่วงอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แล้วเสร็จในปี 2557 (2) การเร่งรัดการดำเนินการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 417 และก่อสร้างสะพานต่างระดับทางแยกสำคัญ (3) การพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางสายรองเลียบฝั่งอ่าวไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและความมั่นคง (ทางหลวงสายรองของกลุ่มจังหวัด) และ (4) การเสนอให้มีการพัฒนาและปรับปรุงถนนสาย 415 จากแยกบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงแยกนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นถนน 4 ช่องทางจราจร (ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร) เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเชื่อมโยงกับฝั่งอันดามัน
2) ขอรับการสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ของท่าเรือรองรับการขนส่งและการท่องเที่ยวของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย – อันดามัน และเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงการพัฒนาสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่กับภูมิภาคต่างๆ
2.2 มติที่ประชุม
มอบหมายกระทรวงคมนาคม รับไปพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1) เร่งรัดการดำเนินการบำรุงรักษาทางและกิจกรรมฟื้นฟูทางหลวง
ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในปี 2554 เป็นลำดับแรกให้สอดคล้องเหมาะสมกับวงเงินงบประมาณที่ได้รับ สำหรับการปรับปรุงถนนเพื่อขยายเป็น 4 ช่องจราจรให้กรมทางหลวงรับไปพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของเส้นทางตามเกณฑ์การขยายเพิ่มช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ของกรมทางหลวง ทั้งนี้ การพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางสายรองเลียบชายฝั่งอ่าวไทยเป็น 4 ช่องจราจร เห็นควรให้ความสำคัญในการใช้เป็นเส้นทางเพื่อการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและการปรับปรุงเส้นทางเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีตามขั้นตอนต่อไป
2) ศึกษาแนวทางการก่อสร้างท่าเรือรองรับการขนส่งและการท่องเที่ยวของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย – อันดามัน โดยเร่งรัดการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของท่าเรือน้ำลึกเขาประจำเหียง อำเภอสวี จังหวัดชุมพร และศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าเรือที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และท่าเรือที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
3. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (เสนอโดย กกร.)
3.1 ข้อเสนอ
1) ขอให้เร่งรัดแผนการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการแม่น้ำตรัง –
ลุ่มน้ำตาปี - แม่น้ำชุมพร ให้แล้วเสร็จในปี 2557 ประกอบด้วย (1) ข้อเสนอแนวทางเพื่อป้องกันน้ำท่วมและ
น้ำแล้งของลุ่มน้ำตาปี (2) โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตามแนวพระราชดำริ (คลองผันน้ำคลองชุมพร) และ (3) แผนการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำตรัง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และตรัง
2) ขอรับการสนับสนุนโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง/น้ำท่วมของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย (1) การดำเนินการพื้นที่นำร่องของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 2 พื้นที่ ได้แก่ พัฒนาบึงขุนทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแก้มลิงรับน้ำขนาดใหญ่ รองรับมวลน้ำขนาดใหญ่ในเขตชุมชนเมือง ป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน และ (2) การเสนอให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่เก็บกักน้ำของเกาะสมุย และเกาะพะงัน ให้สามารถรองรับน้ำไว้ใช้ในภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูท่องเที่ยวและฤดูร้อน
3) ขอรับการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดี/น้ำดิบของเกาะ
สมุย (แหล่งท่องเที่ยวหลักของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย) โดยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะระบบสำรองน้ำดิบ ระบบส่งน้ำดิบ ระบบมาตรฐานน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุยไม่ให้มีปัญหาการขาดแคลนน้ำประปา สามารถสนองตอบความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ในพื้นที่เกาะสมุย
4) ขอรับการสนับสนุนการบริหารจัดการบำบัดน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนนครขนาดใหญ่ โดยให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย และเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นสถานที่นำร่องให้แก่เขตพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
3.2 มติที่ประชุม
1) มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับไปพิจารณาเร่งรัดแผนการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการแม่น้ำตรัง – ลุ่มน้ำตาปี - แม่น้ำชุมพร ให้แล้วเสร็จในปี 2557 และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ตามขั้นตอน
2) มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับไปพิจารณารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง/น้ำท่วมของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ตามขั้นตอนต่อไป
3) มอบหมายกระทรวงมหาดไทย รับไปพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
(1) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดี/น้ำดิบของเกาะสมุย และแจ้งผลการดำเนินงาน
ให้ภาคเอกชนทราบ
(2) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนการบริหารจัดการบำบัดน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนนครขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีตามระเบียบและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ (เสนอโดย กกร./สทท.)
4.1 ข้อเสนอ
1) ขอรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยสู่
อันดามัน ประกอบด้วย (1) การเร่งรัดการจัดตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว” ในกลุ่มท่องเที่ยวมหัศจรรย์สองสมุทร ซึ่งเป็น 1 ใน 8 กลุ่มท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2554) และ (2) การขอให้มีกลไกการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่อยู่ใน 8 กลุ่มท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่มีความครบถ้วนและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2) ขอรับการสนับสนุนโครงการฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่ระเบิดหินเก่าที่รกร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จังหวัดพัทลุง จำนวน 30 ล้านบาท โดยให้มีหน่วยงานราชการดูแลรับผิดชอบโดยตรง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับประชาชนที่มีความคิดที่จะพัฒนาศักยภาพพื้นที่ของตนเอง
3) ขอรับการสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพทางการแพทย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภาคใต้ตอนบน ประกอบด้วย (1) งบประมาณในการสร้างโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีแห่งที่ 2 (2) โครงการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางและการจัดตั้งสถาบันการแพทย์ชั้นสูง (จัดตั้งศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วงเงิน 5,651,490,000 บาท) และ (3) โครงการจัดตั้งสถาบันการแพทย์ชั้นสูงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำหรับภาคใต้ตอนบน วงเงิน 5,605,000,000 บาท
4.2 มติที่ประชุม
1) มอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับไปพิจารณาความเหมาะสมของกลุ่มท่องเที่ยวมหัศจรรย์สองสมุทรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติพิจารณาประกาศเป็นเขตพัฒนาการท่องเที่ยว พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขต
2) มอบหมายกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณารายละเอียดการขอรับการสนับสนุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ระเบิดหินเก่าที่รกร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง เพื่อพิจารณาใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน
3) มอบหมายกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ รับไปพิจารณาในรายละเอียดการขอรับการสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพทางการแพทย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภาคใต้ตอนบน ประกอบด้วย (1) โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีแห่งที่ 2 (2) โครงการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ (3) โครงการจัดตั้งสถาบันการแพทย์ชั้นสูง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาคใต้ตอนบน เพื่อประกอบการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีตามขั้นตอน

แต่งตั้ง (22 ตุลาคม 2555)

แต่งตั้ง
1. รัฐบาลสหพันธรัฐไมโครนีเชียเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า รัฐบาลสหพันธรัฐไมโครนีเชียมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายอาคิลลีโน แฮร์ริส ซูซาเอีย (Mr. Akillino Harris Susaia) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธรัฐไมโครนีเชียประจำประเทศไทยคนแรก โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

2. รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายออสมัน บูเลนต์ ทูลุน (Mr. Osman Bulent Tulun) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทยคนใหม่โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร สืบแทน นายอะห์เมต อูซ เชลิกกอล (Mr. Ahmet Oguz Celikkol) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

3. แต่งตั้งนายฟรันเชสโก เปนซาโต ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐอิตาลีประจำจังหวัดภูเก็ต
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐอิตาลีมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายฟรันเชสโก เปนซาโต (Mr. Francesco Pensato) ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐอิตาลีประจำจังหวัดภูเก็ต โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี พังงา พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี สืบแทน นายฟรันเชสโก กาวาลีเอเร (Mr. Francesco Cavaliere) ซึ่งเกษียณอายุ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

4. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงสาธารณสุข)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอ ดังนี้
1. นางสุรางค์ เดชศิริเลิศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบักเตรีทั่วไป (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) กลุ่มแบคทีเรียวิทยาทางการแพทย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ชีววิทยา) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2555
2. นางอัญชลี เครือตราชู นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมสาขารังสีวิทยา) กลุ่มงานรังสีวิทยา กลุ่มภารกิจวิชาการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขารังสีวิทยา) กลุ่มงานรังสีวิทยา กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2555
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

5. แต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (นายชวลิต ชูขจร)
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร แทน นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ซึ่งได้เกษียณอายุราชการแล้ว ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

6. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายจำนง แก้วชะฎา รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป

7. แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายอาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมในคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 แทน นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ

8. แต่งตั้งประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัยชุดใหม่
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัยชุดใหม่ จำนวน 10 คน แทนชุดเดิมที่ครบกำหนดสามปีตามวาระ ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางนลินี ทวีสิน) เสนอ ดังนี้ 1. ศาสตราจารย์ปรัชญา เวสารัชช์ เป็นประธานกรรมการ 2. นายสุธรรม วาณิชเสนี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3. นายประจักษ์ พุ่มวิเศษ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. นายวิชัย โชควิวัฒน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5. นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6. ศาสตราจารย์สุทัศน์ ยกส้าน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7. นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสังคมศาสตร์ 8. ศาสตราจารย์จรรจา สุวรรณทัต เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสังคมศาสตร์ 9. ศาสตราจารย์ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านมนุษยศาสตร์ 10. นายบุญชู ปโกฏิประภา เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ภาคเอกชน) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

9. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า จำนวน 12 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมได้ครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี ในวันที่ 1 กันยายน 2555 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน ประกอบด้วย นายสมยศ เชื้อไทย พลตำรวจตรี รัฐวิทย์ แสนทวีสุข นายจักกพงศ์ ณ บางช้าง นายปอ อนาวิล นายบุญมา เตชะวณิช นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ นายศุทธา ปริยวัฒน์ นายเจษฎา ธรรมวณิช นายวรารักษ์ ชั้นสามารถ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคราชการ ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ พณิชยกุล นางภาณุมาศ สิทธิเวคิน นางสาวอรพรรณ พนัสพัฒนา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

10. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารธุรกิจในคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตามที่รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลังเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

11. แต่งตั้งกรรมการบริหาร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ และกรรมการสาขาวิชาการ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการบริหาร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติและกรรมการสาขาวิชาการ 12 สาขาวิชาการ ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตามที่รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี (นางนลินี ทวีสิน) เสนอ ดังนี้
1. กรรมการบริหาร จำนวน 5 คน และให้กรรมการบริหารทั้ง 5 คน เป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติด้วย
2. กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ จำนวน 149 คน รวมกับกรรมการตามข้อ 1 เป็น 154 คน
3. กรรมการสาขาวิชาการ 12 สาขาวิชาการ ซึ่งแต่งตั้งจากกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ (ในข้อ 2)
คือ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ 14 คน สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 คน สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช 12 คน สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา 14 คน สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย 15 คน สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ 11 คน สาขาปรัชญา 12 คน สาขานิติศาสตร์ 10 คน สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ 10 คน สาขาเศรษฐศาสตร์ 13 คน สาขาสังคมวิทยา 11 คน สาขาการศึกษา 14 คน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

******************************

แผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) (22 ตุลาคม 2555)

แผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559)
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบแผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559)
2. เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้แผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) เป็นกรอบในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
สาระสำคัญของแผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 เพื่อให้ประชากรไทยทุกช่วงวัยมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมและมีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถแข่งขันได้ในภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายประชากรอย่างเสรีในภูมิภาคอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 เป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจให้มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้งสามารถพึ่งตนเองได้หลังวัยทำงาน และสังคมไทยมีการจัดสวัสดิการทางสังคมอย่างทั่วถึงและยั่งยืนมากขึ้น โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนาประชากร 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมให้ประชากรไทยทุกคนเกิดมามีคุณภาพ พร้อมที่จะพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่อเติบโตขึ้น
2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพประชากรไทยทุกช่วงวัยเพื่อเป็นพลังต่อการเจริญเติบโตของประเทศ
3. ยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมประชากรไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีสวัสดิการทางสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อให้การนำแผนประชากรในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ไปสู่การปฏิบัติ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานโดยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับและนำแผนไปดำเนินงาน การกำหนดกลไกการบริหารจัดการ การส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ การติดตามประเมินผล และการจัดทำนโยบายและแผนประชากรในระยะยาว 20 ปี การสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การพัฒนาระบบข้อมูลและการศึกษาวิจัยด้านประชากร เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลด้านประชากร รวมทั้งการสำรวจและการศึกษาวิจัยด้านประชากรที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถนำมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายประชากรและการวางแผนพัฒนาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (22 ตุลาคม 2555)

ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอดังนี้
1. เห็นชอบความเห็นของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่โครงการในกรอบวงเงิน 100 ล้านบาท ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภายใต้ฝั่งอ่าวไทยรวม 4 จังหวัด โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดโครงการและรับความเห็นดังกล่าวไปดำเนินการต่อไป
2. เห็นชอบโครงการที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที โดยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำรายละเอียดคำขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2556 จัดส่งให้สำนักงบประมาณโดยเร่งด่วน
3. เห็นชอบตามความเห็นและข้อสั่งการเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากโครงการในพื้นที่ดูงานของรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพัทลุง
ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 4 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง) สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ที่ปรึกษารัฐมนตรี และเลขานุการรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ รวม 25 คน ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง
1.1 ความเห็นของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่โครงการในกรอบวงเงิน 100 ล้านบาท ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
แผนงานโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที
(1.1) เห็นชอบโครงการศึกษาความเป็นไปได้และการสำรวจออกแบบเบื้องต้นท่าอากาศยานนานาชาติดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 5.00 ล้านบาท โดยมอบหมายกระทรวงคมนาคมดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเชื่อมโยงเกาะเต่า เกาะพงัน และหมู่เกาะอ่างทอง เป็นต้น
(1.2) เห็นชอบโครงการปรับปรุงทางหลวงย่านชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 32.324 ล้านบาท
(1.3) เห็นชอบโครงการก่อสร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงสายเอเชีย (สาย 41) เขตชุมชน จังหวัดพัทลุง โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 30.00 ล้านบาท
(1.4) เห็นชอบโครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเขตพื้นที่ (Core Zone) และเขตพื้นที่กันชน (Buffer Zone) เพื่อนำเสนอพระบรมธาตุเป็นมรดกโลก โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 35.00 ล้านบาท
โครงการที่เห็นชอบในหลักการ
(1.5) โครงการอาชีวศึกษาชุมพรเชิงบูรณาการสู่ประชาคมอาเซียน จังหวัดชุมพร โดยให้ขอรับการจัดสรรจากงบประมาณปกติ
1.2 ความเห็นของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่โครงการในกรอบวงเงิน 100 ล้านบาท ของทั้ง 4 จังหวัด
(1) จังหวัดชุมพร
แผนงานโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที
(1.1) โครงการป้องกันน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตทางหลวง (ทางหลวงหมายเลข 41) (AH 18) บริเวณใกล้สะพานแม่น้ำสวี) โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 45.00 ล้านบาท
(1.2) ให้บูรณาการโครงการในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริชุมพร จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและภูมิทัศน์ โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ (ขุดลอกแก้มลิงหนองใหญ่) โครงการศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กว่า 4,100 โครงการ และโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ (ศูนย์เรียนรู้โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่) ภายใต้กรองวงเงินงบประมาณรวม 57.61 ล้านบาท และขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ ต่อไป
โครงการที่เห็นชอบในหลักการ
(1.3) โครงการยกระดับคุณภาพกำลังคนอาชีวศึกษาเชิงบูรณาการสู่ประชาคมอาเซียน โดยให้จัดทำแผนพัฒนาในภาพรวมและขอรับการจัดสรรจากงบประมาณปกติ
(2) จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แผนงานโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที
(2.1) เห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ท่องเที่ยวหาดเฉวง อำเภอเกาะสมุย โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 11.980 ล้านบาท
(2.2) เห็นชอบโครงการขุดบ่อบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ อำเภอเกาะสมุย โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 2.80 ล้านบาท
(2.3) เห็นชอบโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลเกาะเต่า อำเภอเกาะพงัน โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 13.20 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารพยาบาล โรงไฟฟ้า อาคารนึ่งกลาง-ซักฟอก งานรื้อถอนบางส่วนของสถานีอนามัยและอาคารพักพยาบาล
(2.4) เห็นชอบโครงการศูนย์บริหารจัดการสารสนเทศสำหรับนักท่องเที่ยวอำเภอเกาะสมุย โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 20.00 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาศูนย์ฯ
(2.5) เห็นชอบโครงการส่งเสริมชุมชนต้นแบบในพื้นที่จัดสรรที่ดินทำกิน อำเภอพุนพิน โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 3.00 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบประปาชุมชนและศูนย์เด็กเล็กในชุมชน
(2.6) เห็นชอบโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร โดยให้การสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 40.00 ล้านบาท
(2.7) เห็นชอบโครงการบริหารจัดการขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม อำเภอเกาะพงัน โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 13.00 ล้านบาท
โครงการที่เห็นชอบในหลักการ
(2.8) โครงการบริหารจัดการน้ำ (แก้มลิงทุ่งหัวสน) อำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยให้กรมชลประทานประสานสำนักงบประมาณเพื่อจัดตั้งงบประมาณปกติดำเนินการ
(2.9) โครงการจัดตั้งโรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี โดยให้ทบทวนความเหมาะสมของโครงการและใช้งบประมาณปกติ
(3) จังหวัดนครศรีธรรมราช
แผนงานโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที
(3.1) เห็นชอบโครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนสมัชชาพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 14.30 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการเฉพาะกิจกรรมการจัดสมัชชาประชาชนและคณะทำงานสมัชชาหมู่บ้านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านยาเสพติด
(3.2) เห็นชอบโครงการวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นมารดกโลก โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 10.00 ล้านบาท (ให้ดำเนินการเฉาพะงานแปลเอกสาร การประชาสัมพันธ์ และพัฒนาบุคลากร) โดยให้เร่งแปลเอกสารและให้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ UNESCO
(3.3) เห็นชอบโครงการขุดลอกคลองท่าซักเพื่อป้องกันอุทกภัยจังหวัด (หมู่ที่ 2-9 ตำบลท่าชัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช) โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ .2556 งบกลางฯ วงเงิน 15.00 ล้านบาท
(3.4) เห็นชอบโครงการก่อสร้างถนนสายชายทะเล-บ้านสี่กั๊ก ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 18.780 ล้านบาท
(3.5) เห็นชอบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองชะอวด ตำบลชะอวด ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 26.593 ล้านบาท
(3.6) เห็นชอบโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำชนิดท่อเหลี่ยม เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ตำบลและอำเภอข้างเคียง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 15.450 ล้านบาท
โครงการที่เห็นชอบในหลักการ
(3.7) โครงการศูนย์การเรียนรู้ทางภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และให้เสนอขอตั้งงบปกติตามขั้นตอนต่อไป
(3.8) โครงการขุดลอกคลองนบ อำเภอนบพิตำ
4. จังหวัดพัทลุง
แผนงานโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที
(4.1) เห็นชอบโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการระบายน้ำ อำเภอป่าพะยอม อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน และอำเภอป่าบอน โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 49.053 ล้านบาท
(4.2) เห็นชอบโครงการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อำเภอป่าพะยอม อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 37.514 ล้านบาท
(4.3) เห็นชอบโครงการปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อการระบายน้ำแลป้องกันการกัดเซาะ อำเภอเมือง โดยให้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางฯ วงเงิน 13.432 ล้านบาท
1.3 ความเห็นและข้อสั่งการเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากโครงการในพื้นที่ดูงาน
(1) จังหวัดชุมพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายศักดา คงเพชร)
ให้เร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนสายช่อง 5 – บ่อนไก่ ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร เพื่อเป็นเส้นทางลัดเข้าสู่เมืองชุมพร
(2) จังหวัดสุราษฎร์ธานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์) ให้เทศบาลนครเกาะสมุยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเกาะสมุย กำหนดแผนการบำรุงรักษาทางน้ำสาธารณะประจำปี รณรงค์สร้างจิตสำนึกการรักษาลำน้ำสาธารณะ และการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา บุรณศิริ) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์) เห็นชอบในหลักการโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยของโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีและโครงการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ฯ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์) ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ และให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดทำโครงการศูนย์ฝึกอบรม/พัฒนาอาชีพ บรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดประจำปี 2557
(3) จังหวัดพัทลุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายปลอดประสพ สุรัสวดี)
(1) เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาทางหลวงชนบทริมฝั่งทะเลสาบสงขลา วงเงิน 1,240 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการนอกกรอบวงเงิน 100 ล้านบาท
(2) เห็นควรให้คณะกรรมการ กบอ. ลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางและวางแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

สยามวาระ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง(บ่อย)

address ของวิดีโอ: 
http://youtu.be/iNP4BwUkhpI

โค้ด embed html 200X180: 

สยามวาระ ตอน "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงบ่อย" พุธที่ 17 ตุลาคม 20.25 น. ทางไทยพีบีเอส

ถ้าเขื่อนไม่ใช่เครื่องมือที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ถ้าการสร้างเขื่อนตัดวงจรชีวิตของสรรพสิ่งออกจากธรรมชาติ ถ้าการสร้างเขื่อนไม่ใช่วิธีการในการแก้ปัญหาระยะยาว ทางออกร่วมกันของมนุษยชาติในการรับมือกับภัยพิบัติในระยะยาวอันเกิดจากการเปลี่ยนแปล­­งสภาพภูมิอากาศ นั้นคืออะไร ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา จะพาไปค้นหาคำตอบกับ

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA

รศ. ดร. เสรี ศุภราทิตย์
ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต

อาจารย์รตยา จันทรเทียร
ประธานมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร

ศศิน เฉลิมลาภ
เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร

หาญณรงค์ เยาวเลิศ
ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบรูณาการ

วีระวัธน์ ธีระประสาธน์
อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงศ์
ผู้จัดการมูลนิธิอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก

พ่อหลวงอานนท์ ไชยรัตน์
ผู้ใหญ่บ้าน ต.ฟ้าฮ่าม จ.เชียงใหม่

วิชัย พลทรัพย์
เจ้าของ บ้านท้ายวัง จ.อยุธยา ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 2554

ญี่ปุ่น​ทำ​แบตฯพลังงานน้ำตาล

หนังสือพิมพ์บ้าน​เมือง -- พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์​โต​เกียว สามารถ​ใช้คาร์บอน​ซึ่ง​เป็นองค์ประกอบหลักของน้ำตาล ​เป็น​แหล่งพลังงาน​ใน​แบต​เตอรี่ ​เพื่อทด​แทน​การ​ใช้​แบต​เตอรี่​แบบลิ​เทียม​ไอออน ​ซึ่ง​เป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด​และรบกวนสิ่ง​แวดล้อม

ประสิทธิภาพของ​แบต​เตอรี่​ใช้คาร์บอนที่​ได้จากน้ำตาล​เ​ก็บ​ไฟฟ้า​ได้ดีกว่า​แบต​เตอรี่​แบบลิ​เทียม​ไอออน​ถึง 20 ​เปอร์​เซ็นต์
​แบต​เตอรี่​แบบ​โซ​เดียม​ไอออนดังกล่าวยังคงอยู่​ในช่วง​การพัฒนาประสิทธิภาพ

by ThaiWebExpert