โครงการศึกษาเบื้องต้นการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (3 กรกฎาคม 2555)

โครงการศึกษาเบื้องต้นการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการโครงการศึกษาเบื้องต้นการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอและมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพหลักในการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรีในโอกาสแรก
สาระสำคัญของโครงการศึกษาเบื้องต้นการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย มีดังนี้
1. หลักการและเหตุผล
1.1 คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยจะต้องรับข้อมูลพื้นฐานทางด้านเมฆและอนุภาคขนาดเล็กในบรรยากาศชั้นสูง เพื่อการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยบริหารจัดการอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.2 เล็งเห็นความพร้อมของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ได้มารวมตัวกัน เพื่อการศึกษาร่วมกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการผลักดันให้เกิดพลวัตในการขับเคลื่อนทางด้านวิทยาศาสตร์ในสาขาอวกาศที่สำคัญ
1.3 ได้ประจักษ์ว่ามีนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งกำลังรอข้อมูลจากการศึกษาร่วมกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นหัวข้อในการศึกษาวิจัย และทำวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
1.4 มีความมั่นใจว่าการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศในครั้งนี้เป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ ปราศจากเรื่องราวใด ๆ ทางการเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
1.5 ได้ประเมินและทบทวนและพบว่า การยกเลิกความร่วมมือการศึกษาวิจัยเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ เป็นความหายนะและความถดถอยทางวิชาการครั้งสำคัญของประเทศไทย
2. การดำเนินงาน
ดำเนินการศึกษาวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์เพื่อเข้าใจสภาวะอากาศในระดับสูง โดยจะเน้นเรื่องเมฆและอนุภาคเล็ก ๆ ดังนี้
2.1 ประโยชน์ของโครงการ
- การพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ
- ปริมาณและชนิดของมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรม
- การพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องของการปรับตัวต่อสภาวะโลกร้อน
- เป็นพื้นฐานการศึกษาในระดับสูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
2.2 ของบประมาณจากรัฐบาล งบกลางปีงบประมาณปี 2555 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการศึกษาในช่วงฤดูฝนและเรื่องหมอกควันจากการเผาป่าในฤดูร้อน
2.3 ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือของรัฐบาลเท่าที่มีอยู่ เช่น เครื่องบินของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร บอลลูน เรือ และเครื่องมือทางบกต่าง ๆ
2.4 ระยะเวลาประมาณ 10 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 เป็นต้นไป
3. กิจกรรม
จากการประชุมหารือระหว่างคณะนักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยด้านเคมีและฟิสิกส์ของชั้นบรรยากาศไทย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2555 ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามข้อ 1 – 2 โดยเสนอให้โครงการฯ มีกิจกรรมดังต่อไปนี้
3.1 การเก็บตัวอย่างทั้งการเก็บข้อมูลทั้งทางตรงและการตรวจวัดระยะไกล
3.2 การทำแบบจำลอง
3.3 การมีส่วนร่วมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ
3.4 การเผยแพร่ข้อมูลโดยจะได้จัดให้มีคลังข้อมูลและระบบบริการข้อมูลทั้งหมด
3.5 การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และ
3.6 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปแผนการดำเนินงานและงบประมาณ

20ปี มลพิษอุตสาหกรรมไทย

address ของวิดีโอ: 
http://youtu.be/JjcHXOIz0ac

โค้ด embed html 200X180: 

"เศรษฐกิจสีเขียว" - ทำความเข้าใจ ไปให้ไกลกว่ากระแส

2012-07-07

งานเสวนายามบ่าย
ร่วมค้นหาความหมาย "เศรษฐกิจสีเขียว" - ทิศทางการพัฒนาแนวใหม่ในระดับสากล

หัวข้อ
"เศรษฐกิจสีเขียว" - ทำความเข้าใจ ไปให้ไกลกว่ากระแส

เศรษฐกิจสีเขียวคืออะไรกันแน่ เกี่ยวกับเราอย่างไร และประเทศไทยพร้อมรับสิ่งนี้มากน้อยแค่ไหน ธุรกิจและประชาชนจะได้ประโยชน์บนเงื่อนไขใด หรือควรมีข้อพึงระวังอย่างไร และที่สำคัญ จะร่วมกับนิยามและสร้าง "เศรษฐกิจสีเขียว" ที่เราอยากเห็นได้อย่างไร

เสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.00 - 17.00 น.
ณ บ้านอารีย์ เลขที่ 17/1 ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน (www.baanaree.net)

ผู้นำการเสวนา
พาโบล โซลอน (Pablo Solon)       ผู้อำนวยการบริหาร Focus on the Global South
                                            (อดีตหัวหน้าคณะเจรจาเรื่องโลกร้อนและเศรษฐกิจสีเขียว ประเทศโบลิเวีย)
สฤณี อาชวานันทกุล                      นักเขียน นักวิชาการอิสระ เจ้าของบล็อก "คนชายขอบ"
นณณ์ ผาณิตวงศ์                          ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ siamensis.org หรือ กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
                                             และผู้ประกอบการธุรกิจน้ำตาลกลุ่มบ้านโป่ง
สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล                       กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าของกิจการราชาวดีรีสอร์ต

ครม.เห็นชอบหลักการโครงการวิจัยการก่อตัวของเมฆลดปัญหาภาวะโลกร้อน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) วันที่ 3 กรกฎาคม 2555

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในหลักการโครงการศึกษาและวิจัยการก่อตัวของเมฆ ฝน พายุ และการเผาป่าในต้นปีหน้า รวมถึงมลภาวะจากนิคมอุตสาหกรรมและรถยนต์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนานักวิชาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการร่วมทำโครงการศึกษาวิจัยกับต่างชาติ

เนื่องจากปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูล และการเตรียมพร้อมรับมือ โดยจะได้รับความร่วมมือจากอาจารย์และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศในการศึกษาสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน

ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปจัดทำรายละเอียดของโครงการเกี่ยวกับงบประมาณที่จะใช้วิจัยการก่อตัวของเมฆและการเผาป่า โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายหลักจะมาจากค่าน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องบิน เรือ และรถยนต์ ที่เป็นพาหนะในการสำรวจ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เกิน 1 พันล้านบาท

สมุทรสาครลงนามMOU แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โรงงานปลาป่นปลอดกลิ่น

หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 3 กรกฎาคม 2555

นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)? เรื่องการแก้ไขปัญหากลิ่นจากการประกอบกิจการปลาป่น ภายใต้โครงการ “สมุทรสาครปลอดกลิ่นจากโรงงานปลาป่น” โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สมุทรสาคร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้บริหารสถานประกอบการโรงงานปลาป่น จัดขึ้น ที่ภัตตาคารนิวรสทิพย์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงงานปลาป่น ได้เข้าใจถึงปัญหา สาเหตุ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากจากประกอบกิจการ เพื่อให้ประชาชน ชุมชน ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้อยู่ร่วมกันกับผู้ปรกอบการอย่างมีความสุข และเพื่อขยายผลในการเสริมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวว่า จ.สมุทรสาคร ประสบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำเสีย ปัญหาขยะมูลฝอย อากาศเสีย และกลิ่นเหม็น ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมาอย่างตลอด ทางจังหวัดได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนงบประมาณภายใต้งบพัฒนาจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น โครงการคลองสวยน้ำใส

ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ในปี 2552 จนถึงปัจจุบัน มีนโยบายให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการคลองสวยน้ำใส ในพื้นที่ของตนเองอย่างน้อย 1 คลอง ในเรื่องปัญหาขยะมูลฝอยจังหวัดฯ ได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนใช้เป็นกรอบแนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาและวางแผนงานทำโครงการในการจัดการขยะมูลฝอยในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหากลิ่นจากโรงงานปลาป่น และเพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเพื่อบูรณการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของจังหวัดสมุทรสาคร ระยะที่ 1 ในปี พ.ศ.2555 - 2558 คือ "เมืองฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานสากล"

คุมเข้มโรงงานเสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อม

โดยโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ วันที่ 2 กรกฎาคม 2555

อุตฯ เข้มตั้งกรรมการพิจารณาโครงการเสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนออกใบอนุญาตโรงงาน

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและ สิ่งแวดล้อม มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองพิจารณาอนุญาตโรงงานก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือใบอนุญาตขยายโรงงาน เพื่อลดปัญหามวลชนต่อต้าน และคาดว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เพิ่มขึ้น เพราะเป็นการอนุญาตจากคณะกรรมการ ไม่ใช่ผ่านการอนุญาตจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยขณะนี้มีโรงงานที่เข้าข่ายรอการพิจารณาอยู่จำนวน 67 โรงงาน

ทั้งนี้ ประเภทโรงงานที่ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้แก่ โรงงานขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท (คิดเฉพาะสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน) หรือมีคนงานมากกว่า 200 คน โรงงานที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับของเสีย โรงงานที่อาจมีปัญหามวลชน และโรงงานที่ต้องประเมินความเสี่ยง เป็นต้น ซึ่งจะเน้นเฉพาะโรงงานที่มีปัญหามวลชน ไม่ได้ครอบคลุมโรงงานทุกประเภทที่มีอยู่ประมาณ 107 โรงงาน

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาจะมีการกำหนดเงื่อนไข มาตรฐานที่เน้นเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม มวลชน และการกำจัดกากอุตสาหกรรมว่ามีครบวงจรหรือหรือไม่ ซึ่งโครงการจะถูกพิจารณาเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบก่อน เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมจังหวัด และจะส่งเรื่องมายังคณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยจะมีการเชิญผู้ประกอบการเข้ามาชี้แจงโครงการลงทุนของตัวเองด้วย เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะทำงานเป็นองค์รวมประกอบด้วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาในครั้งเดียวและสรุปการพิจารณา สามารถออกออกใบอนุญาตได้เลย

"การพิจารณาจะพยายามทำสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีโครงการตกค้าง และจะทำอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เป็นภาระของผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะถือเป็นขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาจากปกติ แต่เพื่อความรอบคอบจึงต้องพิจารณาหลายครั้ง โดยคณะกรรมการจะเริ่มพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 6 ก.ค.นี้"นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมามีกระแสการต่อต้านการตั้งโรงงานใหม่ใหม่ของภาคประชาชนค่อนข้างมาก เพราะประชาชนเข้าใจว่าการตั้งโรงงานจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ หากมีการให้ใบอนุญาตไปโดยไม่มีความชัดเจน ปัญหาเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วช.เคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม จับมือสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย-ยุทธศาสตร์งานวิจัย

หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 3 กรกฎาคม 2555

ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)เปิดเผยถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม ในการกำหนดเป็นนโยบายการบริหารหรือแก้ปัญหาของประเทศ ระหว่าง วช.กับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (มสท.) ว่าเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์งานวิจัยสิ่งแวดล้อมของประเทศเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลก และกำหนดทิศทางการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศเพื่อเป็นกลไกสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการในการศึกษาวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ทั้งนี้ โดยจะดำเนินการจัดสร้างคลังข้อมูลการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและบูรณาการงานวิจัยจากหน่วยงานต่างๆที่มีอยู่สามารถตอบสนองในการกำหนดนโยบายและทิศทางการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศว่ายังขาดหรือต้องมีการวิจัยอะไรเพิ่มเติม ที่จะให้ตอบสนองการแก้ไขปัญหา และเป็นข้อเสนอในเชิงนโยบายต่อฝ่ายบริหาร รัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่บนฐานขององค์ความรู้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ และมีหน่วยงานภาคีหลัก สำหรับร่วมมืออย่างใกล้ชิด ในด้านยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้การกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศ ตลอดจนการดำเนินงานและจัดสรรทรัพยากร ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ ยั่งยืนและอิงหลักวิชาการ

นอกจากนี้ จะดำเนินการให้เกิดความร่วมมือและบูรณาการอย่างแท้จริงระหว่างทุกภาคส่วน อันจะทำให้รัฐบาลรวมทั้งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สามารถเตรียมการป้องกันและวางแผนล่วงหน้าให้พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพได้ทันท่วงที และสามารถลดผลกระทบที่มีต่อประชาชน ชุมชนและประเทศ อีกทั้งสามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระยะยาว

นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกล่าวว่า แนวทางการสร้างความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นจะต้องดำเนินการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยต้องลงไปยังกลุ่มรากหญ้าพื้นฐานของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เริ่มจากโรงเรียน ซึ่งทางสถาบันได้มีโครงการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ โดยจะจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นเครือข่าย นำหลักวิชาการจากงานการวิจัยมาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือกันทั้งสองหน่วยงานจะเปิดประโยชน์ในการที่จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไป

ยื่นฟ้องนายกมาบตาพุดอนุญาตตั้ง รง.ถ่านหินโค้กไม่ชอบด้วย กม.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2555

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - การยื่นฟ้องคดีสิ่งแวดล้อมเพื่อชะลอหรือหยุดยั้งโครงการที่ก่อให้เกิดมลพิษยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนร่วมกับชุมชนมาบข่า ระยอง ยื่นฟ้องนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลเมืองมาบตาพุดต่อศาลปกครองระยอง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานถ่านหินโค้กทั้งที่ถูกคัดค้านมากว่า 5 ปี

วันนี้ (3 ก.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครองระยอง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ร่วมกับชาวมาบข่า อ.นิคมพัฒนา ชาวห้วยโป่ง มาบตาพุด จำนวน 79 คน เดินทางไปยื่นฟ้องปลัดเทศบาลเมืองมาบตาพุด และนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ต่อศาลปกครองระยอง ข้อหาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการโดยมิชอบ โดยการอนุมัติ/อนุญาตให้ผู้ประกอบการโรงงานถ่านหินโค้ก ชื่อบริษัท ไทยเจนเนอรัลไนซ์โคล แอน โค้ก จำกัด ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานได้ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การกระทำของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการลุแก่อำนาจในการให้ใบอนุญาตแก่บริษัท เข้าข่ายเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หลายมาตรา เช่น มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 67 วรรคสอง มาตรา 287 ทั้งที่ชาวชุมชนมาบข่า-ห้วยโป่ง ได้คัดค้านโรงงานดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีแล้วก็ตาม

“เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าโรงงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งว่าเพื่อประกอบกิจการผลิตถ่านหินโค้ก โดยนำเข้าถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลีย มาผลิตในเมืองไทยเพื่อส่งออก 75% ซึ่งจะเป็นกิจการที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษมากที่สุดในพื้นที่ชุมชน ทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ในเขตควบคุมมลพิษ โดยมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และหรือพิจารณานำข้อคัดค้านของผู้ฟ้องคดีหรือชาวบ้านไปดำเนินการ หรือรับฟังข้อมูลผลกระทบต่างๆ ที่จะตามมาอย่างรอบด้านจากชาวบ้าน ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้ฟ้องคดีเสียก่อนตามรัฐธรรมนูญ 2550”

ทั้งนี้ ในการยื่นฟ้องดังกล่าวชาวบ้านได้มีคำขอท้ายคำฟ้อง ดังนี้ 1) ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารโรงงานทั้งหมดที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้อนุญาตให้บริษัท ไทยเจนเนอรัลไนซ์โคล แอนโค้ก จำกัดไปแล้วเสีย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันรับผิดชอบต่อความเสียหายของบริษัทดังกล่าวโดยส่วนตัวด้วย

2) ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอาญาต่อผู้ถูกฟ้องคดีในความผิดเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

3) ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดให้มีวิธีการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยให้ประชาชนออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 287 เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดทั้งหมด

4) ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างครบถ้วนก่อนใช้อำนาจทางปกครองใดๆ ในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะการต้องดำเนินการให้การคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 26 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 66 มาตรา 67 มาตรา 78 มาตรา 85 (5)

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 87 มาตรา 287 มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 11 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 และหรือระเบียบของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่เกี่ยวข้อง และหรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 โดยยึดถือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 3/2552 เป็นหลักด้วย

อนึ่ง รัฐธรรมนูญฯ 2550 มาตรา 57 บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ก่อนการอนุญาตหรือการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชนท้องถิ่น และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

การวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การวางผังเมือง การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการออกกฎที่อาจมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียสำคัญของประชาชน ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ

มาตรา 58 บุคคลย่อมมีสิทธิมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอันมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน

มาตรา 67 สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา 287 ประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดให้มีวิธีการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมดังกล่าวได้ด้วย

ในกรณีที่การกระทำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นในสาระสำคัญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียดให้ประชาชนทราบก่อนกระทำการเป็นเวลาพอสมควร และในกรณีที่เห็นสมควรหรือได้รับการร้องขอจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อนการกระทำนั้น หรืออาจจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติเพื่อตัดสินใจก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานการดำเนินงานต่อประชาชนในเรื่องการจัดทำงบประมาณการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานในรอบปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำกับการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
……

ส.ต่อต้านโลกร้อน ฟ้องนายกมาบตาพุดอนุญาตโรงงานถ่านหินโค้กไม่ชอบด้วยกม.

หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 3 กรกฎาคม 2555

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครองระยอง นายศรีสุวรรณ จรรยา? นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ร่วมกับชาวมาบข่า อ.นิคมพัฒนา ชาวห้วยโป่ง มาบตาพุด จำนวน 79 คน ได้เดินทางไปยื่นฟ้องปลัดเทศบาลเมืองมาบตาพุด และนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ต่อศาลปกครองระยอง ข้อหาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการโดยมิชอบโดยการอนุมัติ/อนุญาตให้ผู้ประกอบการโรงงานถ่านหินโค้ก ชื่อบริษัท ไทยเจนเนอรัลไนซ์โคล แอน โค้ก จำกัด ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานได้ ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา

การกระทำของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการลุแก่อำนาจในการให้ใบอนุญาตแก่บริษัท เข้าข่ายเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หลายมาตรา อาทิ มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 67 วรรคสอง มาตรา 287 ทั้งๆ ที่ชาวชุมชนมาบข่า-ห้วยโป่ง ได้คัดค้านโรงงานดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีแล้วก็ตาม

อียูเบรกนำเข้ามะละกอจีเอ็ม

โดยแนวหน้าออนไลน์ วันอังคาร ที่ 3 กรกฎาคม 2555

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า จากเหตุการณ์ระงับนำเข้ามะละกอที่ตรวจพบการดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified - GM) สู่สหภาพยุโรปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตมะละกอรายใหญ่ของโลก ถูกจับตามองว่าจะเป็นแหล่งแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์มะละกอ GM หรือไม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Cert ID ให้ความเห็นว่า แม้ไทยจะไม่สนับสนุนการปลูกเป็นการค้า แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะมีการลักลอบขยายพันธุ์และส่งผ่านให้แก่เกษตรกร

Cert ID ยังเตือนผู้นำเข้าให้ยกระดับการตรวจสอบการปนเปื้อน GM ในทั้งมะละกอ น้ำมะละกอ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมะละกอ โดยไม่ควรอ้างอิงเฉพาะจากเอกสารที่กล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะปลอด GM แต่ควรเพิ่มขั้นตอนระบบตรวจสอบที่เข้มข้น

by ThaiWebExpert